Category: รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

Movetrip รีวิวแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

  • เที่ยวชมพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง สถานที่ท่องเที่ยววัดเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต

    เที่ยวชมพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง สถานที่ท่องเที่ยววัดเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket

    สำหรับใครที่มาเที่ยวภูเก็ต นอกจากจะไปกราบไหว้สักการะพระธาตุขึ้นชื่อที่วัดฉลอง เรามีสถานที่ท่องเที่ยวเกาะสิเหร่มาแนะนำจะพาไปสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสิเหร่ เที่ยวชมพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง วัดเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต เรามาทำความรู้จักกับเกาะสิเหร่คร่าวๆ กันก่อน ชื่อภาษาอังกฤษ (Koh Sirey, Koh Siray,) เกาะสิเหร่เป็นเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมง เนื่องจากชุมชนที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย อยู่กันอย่างพอเพียง และยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมรีสอร์ทสุดหรูห้าดาวในภูเก็ต น่าพักบรรยากาศยอดเยี่ยม ที่มีความเป็นส่วนตัว แนะนำโรงแรมรีสอร์ทหรูห้าดาวเพียงแห่งเดียวบนเกาะสิเหร่ The Westin Siray Bay Resort and Spa Phuket (เดอะ เวสทิน สิเหร่ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต)

    วัดเกาะสิเหร่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเกาะสิเหร่ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวโดยรอบของเกาะสิเหร่ได้ไกลสุดตา อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 4 กิโลเมตร และห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณทางเดินขึ้นไปยังวิหารมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานตามถนนขึ้นเขาโดยรอบของตัววัด พร้อมจุดชมวิว ด้านบนของยอดเขามีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) พระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันอังคาร เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่มาก มีสีเหลืองทองอร่าม เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากราบไหว้ นอกจากนี้ด้านหลังอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุอินทร์แขวนจำลองที่งดงาม สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในภูเก็ต

    พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง หินสีทองขนาดใหญ่ความสูง 5.5 เมตร ก่อสร้างขึ้นโดยช่างชาวมอญ และแรงศรัทธาที่ร่วมกันบริจาคของชาวบ้านที่นี่  มีพิธีอัญเชิญพญานาคราชมาคุ้มครองปกปักรักษาไป เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2559 พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง นั้นได้จำลองแบบของจริงมาจากพระธาตุอินทร์แขวน ประเทศพม่า พระธาตุอินทร์แขวนยังถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะของชาวพม่า เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีจอ ก็สามารถมากราบไหว้สักการะพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง ในจังหวัดภูเก็ตได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม บนเกาะสิเหร่ ภูเก็ต พระธาตุอินทร์แขวนจำลองกับความสวยงามดั่งต้องมนต์เสน่ห์ที่ต้องมาเยือนสักครั้งหนึ่ง

    การเดินทางมายัง วัดเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต เดินทางสะดวก หากเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือมอเตอร์ไซด์ ให้ใช้เส้นทางไปถนนศรีสุทัศน์ ถึงแยกวงเวียนสิเหร่ให้เลี้ยวขวา แล้วขับตรงมาจะพบทางเข้าวัดเกาะสิเหร่ ซึ่งจะอยู่ติดกับโรงเรียนเกาะสิเหร่ ให้เลี้ยวขวาขึ้นไปยังวัด พบทางแยกให้เลี้ยวขวาแล้วขับขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ช้าๆ กรุณาใช้เกียร์ต่ำ ขับไปตามทางจนพบศาลาข้างหน้าก็ถึงจุดหมายคือ พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ โดยสามารถจอดรถได้ด้านล่าง หรือจอดบริเวณทางขึ้นหน้าวัดก็ได้ตามสะดวก

    มาชมรีวิว เที่ยวพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง วัดเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-1

    มาถึงแล้ว จะเจอศาลาที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ด้านหน้าทางขึ้น สามารถจอดรถได้บริเวณนี้

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-2

    ทางเดินขึ้นด้านหน้า

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-5

    พบเห็นป้ายสัญลักษณ์ภายในวัด เป็นภาษามอญ

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-6

    ด้านหน้าวัด เดินวนไปทางซ้ายเรื่อยๆ ก็จะพบเห็นพระพุทธรูปเรียงรายอยู่ตลอดแนว ซึ่งไม่ได้เก็บภาพมาทั้งหมด

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-3

    ทางเดินขึ้น กรุณาถอดรองเท้าค่ะ

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-4

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-7

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-8

    หยุดพักชมวิวสวยๆ

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-10

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-9

    จุดเคาะระฆัง เพื่อสิริมงคล

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-12

    ราวบันไดพญานาค สวยงาม

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-12

    คาถาขอทรัพย์พญานาคราช

    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

    กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันท นาคาธบดีมุทจะริน วิสุทธิเทวาปูเชมิ

    ทุตยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันท นาคาธบดีมุทจะริน วิสุทธิเทวาปูเชมิ

    ตะติยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันท นาคาธบดีมุทจะริน วิสุทธิเทวาปูเชมิ

    เมตตัญจะมหาลาโภปิโยนาคะขันธปริตตัง

    คำแปล : ความสงัด (วิเวก) เป็นสุขของบุคคล ผู้สันโดษ ผู้มีธรรมปรากฎแล้ว ความไม่เบียดเบียน คือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก ความปราศจากราคา คือ ความล่วงกามทั้งหลายได้ เป็นสุขในโลก ความจำกัดอัสมิมานะ (ความถือตัว) เสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-13

    เดินต่ออีกนิดก็ถึงแล้ว

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-14

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-45

    มาถึงแล้วอุโบสถ ชมวิวเพลินๆ ใช้เวลาเดินเพียงแค่ไม่กี่นาที

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-16

    จุดนี้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบูชาพระรัตนตรัย

    คำขอขมาพระรัตนตรัย

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

    สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ นะมามิ ภันเต

    คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

    อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-15

    โถงกว้างขวาง โปร่งโล่งสบาย

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-17

    ภายในอุโบสถที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ที่มีขนาดใหญ่

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-19

    พระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันอังคาร

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-18

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-23

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-20

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-21

    บทสวทมนต์สำหรับพระนอน

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

    ยัสสานุสสะเณนาปิ อันตะลิกเขปิ ปาณิโน

    ปะติฏฐะมะธิคัจฉันติ ภูมิยัง วิยะ สัพพะทา

    สัพพปัทวะชาสัมหา ยักขะโจราทิ สัมภะวา

    คะณะนา  นะ จะ มุตตานัง ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-23

    ไหว้พระทำบุญเสร็จ พักกินลมชมวิวกันเพลินๆ

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-24

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-25

    มาชมความงดงามของพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง วัดเกาะสิเหร่ จ. ภูเก็ต

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-27

    วิวสวยมากๆ แดดกำลังดี ลมพัดเย็นสบาย

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-28

    สำหรับใครที่ต้องการมากราบไหว้พระธาตุอินทร์แขวน ไม่ต้องไปไกลถึงพม่า มาที่นี่ได้เลย

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-29

    ประทับใจกับความงดงามของพระธาตุอินทร์แขวน และยังได้ชมวิวสวยๆ ของเกาะสิเหร่ไปพร้อมกัน

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-30

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-34

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-46

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-31

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-32

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-33

    ภายในห้องด้านล่างของพระธาตุอินทร์แขวน

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-35

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-36

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-37

    ด้านหลังอุโบสถมีพระพุทธรูปประดิษฐาน มีภาษามอญเขียนอยู่ด้วย อ่านอย่างไรคงต้องถามผู้รู้

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-38

    มีเก้าอี้ม้าหินให้นั่งพักผ่อน ชมวิวสวยๆ กันตามสะดวก

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-39

    ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-40

    วิวมุมกว้าง มองไปจะเห็นท่าเทียบเรือรัษฎา ภูเก็ต

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-41

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-42

    ปิดท้ายกับวิวสวยๆ ของเกาะสิเหร่ยามบ่าย

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-43

    ที่มองเห็นไกลๆ เป็นโรงแรมรีสอร์ทหรูห้าดาวเพียงแห่งเดียวบนเกาะสิเหร่ The Westin Siray Bay Resort and Spa Phuket

    kyaikhtiyo-koh-sirey-temple-phuket-44

    หากชื่นชอบรีวิวเที่ยวชมพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง วัดเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต กด Like หรือแชร์บอกต่อกันเลย

    คลิกดูแผนที่ วัดเกาะสิเหร่

    แผนที่ พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง จ. ภูเก็ต

    Koh Sirey Temple Phuket

    พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง วัดเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต

    ที่อยู่ : วัดเกาะสิเหร่ ตำบลรัษฎา, อำเภอเมือง, จังหวัดภูเก็ต 83000 ประเทศไทย

    แนะนำร้านอาหารน่านั่งในภูเก็ตที่คุณอาจชื่นชอบ:

  • ทริปพิเศษไปเป็นจิตอาสารวมใจรักษ์ พิทักษ์เกาะล้าน กับ CP ALL แล้วไปนอน@Xanadu Beach Resort ตะลุยพัทยาเล่น Parasailing

    ทริปพิเศษไปเป็นจิตอาสารวมใจรักษ์ พิทักษ์เกาะล้าน กับ CP ALL แล้วไปนอน@Xanadu Beach Resort ตะลุยพัทยาเล่น Parasailing

    เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปเป็นจิตอาสาร่วมกับ CP ALL ไปเก็บขยะริมหาด และเที่ยวเกาะล้าน กับ พัทยากันมาค่ะ ก่อนที่จะรีวิว Xanadu Resort Koh Larn และ ทริปท่องเที่ยวของเราในครั้งนี้ ขออนุญาต รีวิวการเป็นจิตอาสา ร่วมเก็บขยะริมหาดกับ CPALL หรือ 7 –eleven กันก่อนสักนิดนะค่ะ

    สำหรับ CPALL หรือ 7–eleven นั้น ในปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ร้านสะดวกซื้อ 7-eleven เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชุมชนไปแล้ว เราในฐานะผู้บริโภค ก็ชอบเข้าไปซื้อของใน 7-eleven อยู่บ่อยๆ ยิ่งอากาศร้อนๆแบบนี้นะ แอร์เย็นสบายดีเนอะ และถ้าไม่นับที่สนามบิน หรือบนเกาะไกลๆ จะสังเกตได้ว่า ราคาสินค้านั้น แทบจะเท่ากันทุกสาขา แถมมีโปรโมชั่นสินค้าราคาประหยัดอีกต่างหาก คนติดขนมอย่างเรา ก็ต้องบอกเลยว่าชอบ อย่างเช่นตอนนี้ มีโปรขนม 2 ถุง 15 บาทเอย ซื้อ 1 แถม 1 บ้างหล่ะ ซื้อชิ้นแลก ชิ้นที่ 2 ลดครึ่งราคา แถมยังมี APP 7-eleven ซื้อน้ำ ซื้อข้าว สะสม 6 ดาว ได้น้ำฟรี 1 แก้วอีกต่างหาก
    ส่วนโปรที่ผ่านมาที่อยากให้กลับมาอีก ฝากไว้ตรงนี้ เผื่อ เซเว่นมาอ่าน คือ ซื้อ แซนวิส 7 อันแถม 1 อัน พอดีว่าติด แซนวิสอบร้อน 7-eleven เช้ามา กินกับกาแฟแก้วเดียว สบายท้องก่อนทำงาน

    ดังนั้นเมื่อ CPALL อยู่ใกล้ชิดชุมชนกันแบบนี้ จึงมี โครงการจิตอาสา ที่ชื่อว่า ” ชมรมจิตอาสา ซีพี ออลล์ รวมพลังทำดีเพื่อสังคม ซึ่งก็ได้มีกิจกรรมเพื่อสังคมมาแล้วมากมาย หลายกิจกรรม ตั้งแต่

    – การชวนกันไปสอนน้องๆเด็กผู้พิการทางสายตา ที่โรงเรียนสอนคนตาบอด

    – มอบสิ่งของจัดทำสื่อการเรียนการสอนแก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ

    – เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ และมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนให้แก่เด็กๆ ในที่ต่างๆ

    – แจกน้ำดื่มในประเพณีถือศีลกินผัก ที่ภูเก็ต

    – มอบเครื่องนุ่งห่มและอุปกรณ์การเรียนให้นักเรียนชาวเขา จ.พิษณุโลก

    – การร่วมรณรงค์ลดใช้ ถุงพลาสติก หากใครซื้อของเพียง ชิ้นเดียว หรือชิ้นเล็กๆ ก็สามารถที่จะไม่รับถุงพลาสติก ได้
    เพราะบางคน ได้ถุงมา ก็เอาไปทิ้งอยู่ถังขยะหน้าเซเว่นอยู่ดี (แบบว่าเห็นบ่อยๆ) คนเข้าเซ่เว่น วันหนึ่งๆไม่รุ้กี่พันคน ได้ถุงกันหลายๆพันใบ ก็กลายเป็นขยะซึ่งขยะจากพลาสติกก็กำจัดยากซะด้วยซิ

    – ทั้งการรณรงค์เก็บขยะตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีที่ เกาะลอยศรีราชา เป็นต้น

    ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรม ที่ชมรมจิตอาสา ซีพี ออลล์ ได้เคยทำมา

    สำหรับกิจกรรมจิตอาสาที่เราได้ไปในครั้งนี้ ก็คือกิจกรรม “รวมใจรักษ์พิทักษ์เกาะล้าน” โดยชมรมจิตอาสา ซีพี ออลล์ ร่วมกับ เมืองพัทยา เพื่อเป็นรณรงค์ให้นักท่องเที่ยว และชาวชุมชนเกาะล้าน หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทั้งการการหันมาลดการใช้ถุงพลาสติก และการไม่ทิ้งขยะลงทะเล หาดทราย เพื่อเป็นการรักษาทัศนียภาพที่งดงามของเกาะล้าน ให้คงอยู่ตลอดไป

    และก่อนจะไปดูว่าทำไมต้องเก็บขยะริมทะเล เราอยากให้ชมภาพ ริมหาดแห่งหนึ่ง ซึ่งเราเพิ่งไปเที่ยวมา

    คือแบบว่า ทะเลสวยๆ ร่มไม้ลมพัดเย็นสบายๆ แต่ ขยะ ขยะ ขยะ เกลื่อนเต็มหาด ถังถุงพลาสติก ขวดน้ำ กล่องโฟม กระดาษทิชชู่ใช้แล้ว อื้อหือ เช็ดอะไรกันมามั่งเนี้ยะ ถ้าชายหาดเป็นแบบนี้ จะมีใครอยากไปเที่ยวกันอยู่บ้างมั้ยนะ แน่นอนเราคนนึงอ่ะ ไม่อยากเห็นชายหาดเป็นสภาพแบบนี้

    ถึงแม้ว่ากิจกรรมครั้งนี้ อาจเปลี่ยนใจใครไม่ได้ เปลี่ยนพฤติกรรมใครไม่ได้ในทันที แต่อย่างน้อย ก็ยังเป็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นๆ ดีกว่า ไม่มีใคร่ทำอะไรเลย

    เริ่มทริปด้วยการตื่นแต่ตีห้า เพราะนัดกันไว้ ที่ ซีพี สำนักงานใหญ่แต่เช้า ปกติตีห้า กำลังฝันหวานอยู่เลยอ่ะ พอได้เวลาขึ้นรถ ก็หลับซิ ออมแรงไว้เก็บขยะ แต่ก่อนจะข้ามฝั่งไปเก็บขยะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง จึงได้แวะทานอาหารกันก่อนที่ร้านส้มตำป้าประไพ เอาภาพอาหารมาฝากกันก่อนเริ่มทริป

    เมื่ออิ่มแล้ว ก็เดินทางไปกันต่อที่ท่าเรือแหลมบาลีไฮ เพื่อขึ้นเรือ อุณภูมิ และแสงแดดในขณะนั้น แบบว่า ตากปลา ตากผ้านี่แห้งสนิทแน่นอน

    เราไม่ได้ข้ามฝั่งไปเกาะล้านมาหลายปี เดี๋ยวนี้ ท่าเรือแหลมบาลีไฮ พัฒนาขึ้นเยอะเลย มีหลาย gate ให้ขึ้นเรือ เลยนะ

    เที่ยวขาไปเรานั่งเรือไม้ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงเกาะล้านแล้ว เดินทางสะดวกสบายจริงๆ พอไปถึงเกาะล้าน โอ้บรรยากาศดีจริง ฟ้าใสทะเลสวย คึกคัก ทั้ง speed boat ทั้งเรือโดยสาร และนักท่องเที่ยว

    และแล้วเรือก็เทียบท่า

    เหล่าบรรดาจิตอาสาที่น่ารัก ก็เดินขบวนกันขึ้นเกาะ แม้ว่าจะอากาศร้อนแสนร้อน ก็ไม่หวั่น

    สำหรับผู้ที่จะเดินทางมาเที่ยวที่เกาะล้าน จากท่าเรือแหลมบาลีฮายจะมีเรือไปยัง เกาะล้าน ซึ่งจะมีอยู่ 2 ท่าเรือ ให้บริการ คือท่าเรือหาดตาแหวน และ ท่าหน้าบ้าน ซึ่งช่วงเวลาของเรือก็จะสลับกันไป ส่วนท่าเรือที่เราขึ้นนี้คือท่าเรือหาดตาแหวน

    สำหรับท่าเรือหาดตาแหวนนี้ เรามาทีไรก็จะเห็นคนตกปลาอย่างนี้ทุกครั้ง บางครั้งก็จะเห็นตกได้ปลาหมึก ตัวใสๆ ด้วย

    บรรยากาศหาดตาแหวนเมื่อมองจากท่าเรือ หาดตาแหวน เป็นหาดที่คึกคัก นักท่องเที่ยวหลากหลายชาติจะชอบมาพักผ่อนที่หาดตาแหวนซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีความสะดวกสบาย มีร้านอาหาร ร้านค้า ให้ได้ซื้อของ ทานอาหารกันอย่างสะดวก

    ติดกับหาดตาแหวน คือหาดสังวาลย์ ซึ่งก็จะมีสะพานไม้สวยๆแบบนี้เดินเชื่อมถึงกันได้ หาดสังวาลย์เป็นหาดเล็กๆ ที่ เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะคนไม่พลุกพล่าน ไม่ค่อยมีเรือต่างๆมาจอดเทียบหาด เห็นบางคนเอาหน้ากากดำน้ำ ไปดำน้ำหน้าหาดได้ด้วย คลื่นลมสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายรูปมากค่ะ

    ทางเดินไม้ไปหาดสังวาลย์ ในสมัยก่อน เรามาเมื่อประมาณ สิบปี ที่แล้ว คนมาเที่ยวเกาะล้านยังไม่เยอะสมัยก่อนท่าเรือไม่ได้อยู่ที่แหลมบาลีไฮ แต่จะมีท่าเรืออยู่ตรงข้ามกับ Royal Garden Plaza pattaya สมัยนั้นผู้คนไม่เยอะขนาดนี้ จำได้ว่า กว่าจะรอเรือออกนั้นนานมาก มีผู้โดยสารบนเรือไม่กี่คน พอมาถึงท่าเรือหาดตาแหวนถ้าจะไปเล่นน้ำที่หาดสังวาลย์ ต้องเดินลัดเลาะข้ามกองหินและประการังริมหาดเลาะไปเรื่อยๆ มีหอยเม่น เยอะมากๆ และน้ำก็ใสมากๆเช่นกัน

    กาลเวลาผ่านไป จากที่ต้องเดินผ่านโขดหิน ก็มีการสร้างสะพานปูนขึ้น(เมื่อ 4-5ปี ที่แล้ว) จากสะพานปูน ตอนนี้ก็กลายเป็นสะพานไม้สวยๆแบบนี้ แทนค่ะ

    สำรวจหาดสังวาลย์เสร็จแล้ว เราก็มารอพิธีเปิดงาน เหล่าจิตอาสาทีรักมารวมตัวกัน ถ่ายรูป และรอพิธีเปิดงานค่ะ

    นอกจาก จิตอาสาจาก CPALL แล้ว ยังมีน้องๆ เด็กๆ ที่อาศัยอยู่บนเกาะล้าน มาร่วมกันเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ด้วยค่ะ

    และแล้วพิธีเปิดก็เริ่มขึ้น นำโดย คุณบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และพนักงานชมรมจิตอาสา ซีพี ออลล์ และเซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมกับ นางสาวเกศิณี ยุพพงษ์ รักษาการหัวหน้าฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองพัทยา ร่วมกันเปิดงาน พร้อมทั้งยังรณรงค์เชิญชวนเยาวชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อที่จะร่วมใจกันลดใช้ถุงพลาสติก พร้อมกับทำความสะอาดชายหาดตาแหวน กันค่ะ

    ภาพบรรยากาศ จิตอาสาเดินขบวนรณรงค์ พร้อมทั้งเก็บขยะไปด้วยค่ะ

    จะเห็นได้ว่า ขณะที่เดินไปนั้นก็จะมีขวดพลาสติกบ้าง ขวดเบียร์บ้าง กระป๋องต่างๆ อยู่ริมหาด

    เด็กๆ และเยาวชน ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ค่ะ ดูขยันขันแข็ง ไม่กลัวแดด กลัวร้อนกันเลย

    เจอขยะก็ช่วยกันเก็บ

    บรรดาขยะส่วนหนึ่งที่เพิ่งเริ่มเก็บได้สักพักค่ะ

    ขออนุญาตินำรูป จากสำนักสือสารองค์กร CP ALL มาลงให้ชมนะค่ะ เพราะเราไม่ได้มีรูปเก็บไว้ เพราะหลังจากที่ไปเก็บขยะกันเรียบร้อยแล้ว เหล่าจิตอาสาก็ไปช่วยกันแจกที่ถุงผ้ากันต่อ ที่ เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาท่าเรือหน้าบ้าน เรียกได้ว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นไปด้วยความสนุกสนาน แม้ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ก็เห็นทุกๆคน ต่างมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แจ่มใส

    เราหวังว่ากิจกรรมครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ใครหลายๆคนหันมา รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่ว่าสถานที่ท่องเที่ยว ชายหาดของเรา จะได้น่ามอง ไม่เป็นมลพิษ ลดปริมาณขยะ และลดโลกร้อน ค่ะ

    หลังจากเสร็จกิจกรรม เรียบร้อยแล้ว เราและเพื่อนๆ ก็ไปพักผ่อนกันต่อที่ Xanadu Beach Resort Koh Lan ค่ะ เป็นรีสอร์ทขนาดไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป ตั้งอยู่ริมหาดแสม เรียกว่า เดินออกจากรีสอร์ทก็เจอกับบรรยากาศริมหาดเลยทันที

    มาชมบรรยากาศในห้องพักกัน บรรยากาศห้องพักของรีสอร์ท จะออกแนวสีสันสดใส เหมือนๆกันกับภายในรีสอร์ท ภายในห้องกว้างขวางขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กจนเกินไป มีโซฟา ให้นั่งเล่นดูทีวี ห้องพักสะอาด แอร์เย็นสบาย

    มีทีวี มีโต๊ะเครื่องแป้งให้นั่งแต่งหน้า

    มีแก้วน้ำ และกระติกน้ำไว้บริการ แต่ไม่มี ชา กาแฟ ให้

    ภายในห้องพัก สะอาดดี แต่ว่าน้ำไหลเบา รู้สึกว่าน้ำจะออกเค็มๆ ไปหน่อย เวลาแปรงฟันแล้วเหมือนเอาน้ำทะเลแปรงฟันอย่างนั้นเลย

    บรรยากาศภายใน จะมีอาหารชั้นเดียวแบบนี้ คือฝั่งห้องที่เราพัก ด้านหน้าห้อง มีโต๊ะไม้ ไว้ให้นั่งเล่น สังสรรค์กัน เรียกว่าถ้ามากันเป็นกลุ่ม ก็นั่งเล่นทานข้าวหน้าห้องกันได้เลย

    นอกจากอาคารชั้นเดียวแล้ว ยังมีอาคารสองชั้น ที่ด้านหน้า อาคารก็ยังมีโต๊ะไม้ไว้ให้นั่งเล่นอีกเช่นกัน

    ตึกด้านหน้า พร้อมกับสนามหญ้าโล่งๆ

    บรรยากาศในรีสอร์ท จะเห็นได้ว่าอาคารทุกอาคาร จะทาสีสันสดใส ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ของรีสอร์ท แห่งนี้เลยค่ะ

    Xanadu Beach Resort Koh Lan

    ซานาดู บีช รีสอร์ท เกาะล้าน

    ที่อยู่ : หาดแสม เกาะล้าน หมู่ 7, นาเกลือ, บางละมุง, ชลบุรี 20150 ประเทศไทย

    โทร : +66 (0) 38 110 682  แฟกซ์ : +66 (0) 38 110 683

    เว็บไซต์ : zanadubeachresort.com  ดูแผนที่  จองเลย

    มาชมบรรยากาศด้านหน้ารีสอร์ท ก็คือริมหาดกันบ้าง ตรงส่งนี้จะเป็นห้องอาหารริมทะเลของรีสอร์ทค่ะ

    เดินไปเล่นริมหาดจะเห็นได้ว่าบริเวณ ริมหาดนั้น ในยามเย็น นั้นสวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆ มีแพสะพานทอดยาวลงไปในทะเล แต่ว่าคลื่นบริเวณ นี้จะค่อนข้างแรงสักนิด เหมาะกับคนชอบเล่นคลื่นมากค่ะ

    สะพานแพ เท่าที่สังเกตุ จะเห็นว่านักท่องเที่ยวสนุกมากกับการเล่นน้ำบริเวณนี้ บางคนก็ถ่ายรูป บางคนก็กระโดดน้ำสนุกกันใหญ่เลย

    บริเวณนี้จะเป็นเตียงชายหาดของ Xanadu resort ค่ะ ใช้บริการได้ฟรี สำหรับลูกค้าของรีสอร์ท ค่ะ

    ถัดจากรีสอร์ทมาก็จะเป็นเนินเขา ขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกดินด้านบนนี้ได้คะ

    ชิงช้าริมหาดตอนเย็นน้ำจะขึ้น ส่วนสะพานที่เห็นอยู่ไกลๆนั้นก็สามารถเดินไปถ่ายรูปได้ แต่ว่าเราไม่ได้เดินไปค่ะ

    กลับมาหน้าหาดยามเย็นอีกครั้ง ส่วนนี้เป็นจุดบริการเตียงชายหาด หาดใครอยากมาพักผ่อนที่หาดนี้ ก็เช่าเตียงชายหาดจากตรงนี้ได้ค่ะ พระอาทิตย์ค่อยๆตกดินแล้ว เราก็ไปทานอาหารกันต่อ

    อาหารมื้อนี้เราทานกันที่รีสอร์ทเลยค่ะ ซึ่งทางรีสอร์ทก็จะมีบริการอาหารเป็นเซ็ทไว้ให้แบบนี้ รสชาติพอใช้ได้ ปลาหมึกย่างอร่อยดีค่ะ จะสังเกตุได้ว่า ส่วนมากแล้วจะมีลูกค้าชาวจีนซะส่วนใหญ่ค่ะ หลังจากทานอาหารมื้อนี้เสร็จแล้ว เราก็กลับไปนั่งเล่นหน้าห้องกันต่อ แล้วก็เข้านอน

     

    ตื่นเช้ามากับบรรยากาศหน้าชายหาดอีกครั้ง จริงๆวันนี้เราจะต้องไปเกาะไผ่ แต่เนื่องจากสภาพอากาศไม่ค่อยดี ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแผน เพราะคิดว่าไปเกาะไผ่วันนี้ ทะเลคงไม่สวย แอบเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นไร มาชมบรรยากาศริมหาดตอนเช้ากันต่อ

    บริเวณของร้านอาหารรีสอร์ทค่ะ

    เมื่อวานเรามาตอนน้ำขึ้นซึ่งเป็นช่วงเย็น เช้านี้เรามาตอนน้ำลง จะเห็นโขดหินโผล่พ้นทรายขึ้นมา ดูแล้วก็สวยงามไปอีกแบบแต่ว่าบริเวณนี้ไม่ค่อยเหมาะกับการเล่นน้ำ เหมาะกับการมานั่งชมหาดใต้ร่มไม้มากกว่าค่ะ จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเช้า แต่ว่าไม่ได้ถ่ายมาให้ชม เพราะอาหารเช้าของรีสอร์ท ไม่ค่อยมีอะไรน่าทานสักเท่าไร่

    หลักจากทานข้าวเสร็จเราก็เข้าห้องไปพักผ่อนเก็บของเตรียมตัวกลับเข้าฝั่งกันค่ะ พอออกจากห้องมา เช็คเอ้าท์ แดดก็เริ่มมาสดใสอีกครั้ง จากที่ตอนเช้า รู้สึกเหมือนฝนจะตก ทำให้ตอนนี้ท้องฟ้า และทะเลสวยงามมากเลยค่ะ

    ได้เวลาเราและเพื่อนกลับขึ้นฝั่งพัทยา แต่ขากลับนี้ เรากลับกันด้วยเรือสปีดโบ๊ทค่ะ  กลับมาขึ้นฝั่งพัทยาที่แหลมบาลีไฮ ขากลับเรานั่งเรือกลับจากหน้ารีสอร์ทกันเลยค่ะ

    บรรยากาศบนเรือสปี๊ดโบ๊ท ที่แบบว่า ถ้าใครเมาเรือง่ายนี่ต้องมีอาเจียนแน่ๆ เพราะโซเฟอร์ขับเรือได้ซิ่งมากๆ เล่นเอาต้องหาที่เกาะเรือไว้แน่นๆ ไม่งั้น ชนคลื่นทีหัวกระเด้งไปกระเทกหลังคาเรือแน่ๆเลย ดีนะเรานั่งด้านใน เพื่อนเราบางคน นั่งหน้าเรือ เหมือนขึ้นเรือไวกิ้งสวนสนุก ประมาณนั้นเลย ใครชอบความสนุกจากการนั่งเรือ แนะนำให้มาใช้บริการ สปี๊ดโบ๊ทพัทยา เกาะล้านได้ค่ะ ถือกระป๋องโค้กนี่ กระฉอกแล้วกระฉอกอีก

    กลับจากเกาะล้านก็เป็นเวลาอันดีที่เราจะมาหาอะไรกินกัน เราเลยมาทานอาหารกลางวันกันที่ร้านลุงไสว เราเคยมาทานร้านนี้ครั้งนึงตอนเย็นๆ นั่งโต๊ะริมทะเล แต่ครั้งนี้มาทานตอนกลางวัน เลยต้องนั่งในร้าน สำหรับพัทยาแล้วมีร้านอาหารอร่อยๆมากมาย ทั้งที่เป็นซีฟู๊ด และไม่ซีฟู๊ด บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง Seafood ก็หลายที่ เอาไว้มีโอกาสจะเอามารีวิวให้ชมกันนะค่ะ

    ยำถั่วพลู

    ปูม้านึ่ง

    ปลากระพง ทอดน้ำปลา

    ปูนิ่มผัดผงกะหรี่

    แกงปู

    กุ้งเผา กุ้งตัวโตมากๆเลย

    มาถึงก็เที่ยงแล้ว เลยสั่งอาหารมากินกันอย่างอร่อย ชมกันดูนะค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง ชามนี้ต้มยำรวมมิตรน้ำข้น รสชาติอร่อยดี

    กินเสร็จแล้วขอถ่ายบรรยากาศกับป้ายให้ชมนิดหน่อย ร้านลุงไสวแห่งนี้เป็นร้านดังคาดว่าทุกคนคงรู้จักกันดี เสริชตำแหน่งใน GPS ก็เจอ

    บรรยากาศขอร้านฝั่งที่เรานั่งค่ะ

    ทานอาหารอิ่มกันแล้วเราก็มาเที่ยวกันต่อที่ Art in Paradise พิพิธภัณฑ์ภาพ 3 มิติ มีความเยอะมากเลยให้ถ่ายรูปกันสนุกๆ

    บรรยากาศภายใน Art in paradise ค่ะ ใครชอบถ่ายรูป มาเที่ยวที่นี่ สนุกแน่นอนค่ะ

    จาก Art in paradise เราก็ไปเล่นเรือลากร่ม หรือเรียกว่า panasailing สำหรับ Parasailing นั้น จะมีบริการอยู่หลายตำแหน่งริมหาดพัทยา สามารถเดินสอบถามริมหาดกันได้เลย ใครอยากไปเล่นก็จะมีบริการเรือสปีดโบ๊ทลำเล็ก พาไปที่แพกลางทะเล ซึ่งเป็นแพสำหรับให้เล่นเจ้า parasailing นี้ สนนราคาก็ อยู่ที่คนละ ห้าร้อยบาท ส่วนใครแค่ต้องการไปชมบรรยากาศแพ หรือเรียกอีกอย่างว่า โปะ กลางทะเลแบบไม่เล่นเรือลาก ก็จะมีค่า เรือ คนละ 100 บาทค่ะ และถ้าใครนอนเล่นริมหาดก็มีบริการเตียงผ้าใบริมหาดแบบนี้ให้นั่งรอค่ะ

    พอนั่งเรือมาถึงแพกลางทะเลแล้ว เจ้าหน้าที่พาไป แต่งตัว ทีละคน เพื่อให้ไปรอหนีบร่มชูชีพ การแต่งตัวก็ไม่ยุ่งยากอะไร จะใส่เสื้อพร้อมสายรัดอย่างหนาแน่น

    สำหรับคนที่แต่งตัวแล้ว ก็จะมาที่จุดนี้ จะมีเจ้าหน้าที่อีกกลุ่ม ซึ่งกลุ่มนี้สำคัญมาก จะเป็นทีมคอยจับร่ม จับเชือกสลิ้ง แล้วติดตะขอกับชุดที่เราใส่ คอยบอกสัญญาณ ต่างๆ เพื่อความปลอดภัย

    เมื่อเรือพร้อม คนพร้อม เรือก็จะลากขึ้นไปแบบนี้ (คือแบบว่าจริงๆแล้วแอบเสียดายมากที่ไม่ได้เอากล้อง action cam ติดตัวไว้ ทิ้งไว้ในกระเป๋าเดินทาง ทำให้ไม่มีภาพตอนลอยอยู่ข้างบน

    คนที่ไม่ได้เล่นก็จะนั่งรออยู่ตรงนี้ค่ะ

    บรรยากาศแพกลางทะเล เป็นแพขนาดใหญ่ แบบนี้เลยค่ะ เราอยู่ตรงนี้ไม่นานมากนัก เพราะจริงๆแล้ว ขึ้นไปอยู่บนฟ้าแค่ไม่กี่นาทีเอง สองสามนาทีได้มั้ง แต่เป็นช่วงเวลาที่สนุกเอามากๆเลยค่ะ ตอนแรกเราก็กลัวนะ ว่าจะน่ากลัวอันตรายรึเปล่า แต่พอได้เล่นแล้ว แบบว่า อยากจะขึ้นไปอีกรอบจริงๆ สนุกมาก ไม่น่ากลัวเลยค่ะ

    กลับขึ้นฝั่งพัทยา กับบรรยากาศของชายหาดพัทยา ที่ปัจจุบันนั้นได้ถูกปรับปรุงให้สวยงาม สมกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของประเทศไทย เราไปเที่ยวพัทยาบ่อยมากๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ตอนนี้สามารถเดินเล่นริมหาดยามเย็นได้อย่างสบายใจ ยกเว้น คนจะเยอะไปหน่อย

    ชมภาพริมหาดสวยๆของพัทยานะค่ะ จุดนี้คือพัทยากลางค่ะ

    หลังจากเล่น เรือลากร่ม เสร็จแล้วเราก็มาหาอะไรอร่อยๆ กินกันต่อที่ la baguette พัทยาเหนือ เป็นร้านสุดท้ายก่อนกลับบ้าน เรามาพัทยาทีไร ก็จะเห็นร้านนี้ตลอดแต่ไม่เคยแวะเลย แต่จะสังเกตุได้ว่า ลูกค้าที่ร้านจะค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นร้านที่มีขนมอร่อยน่าทาน ทำเลดี มีที่นั่งให้นั่งได้ทั้งในร้าน และนอกร้าน

    ขนมในตู้นี้เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ มีเค้กขนมหวานน่ากินมากมาย หลากหลายให้เลือก

    เมนูของทานร้านค่ะ

    เมนูแรกที่สั่งมาแล้วนี่คือ ชีสเค้กของโปรดของเรา อันนี้เราสั่งเอง ส่วนอันอื่นๆหลังจากนี้คือเพื่อนๆเราสั่งนะค่ะ

    อะไรบ้างก็จำชื่อไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าอร่อยมากค่ะ

    ขออนุญาติปิดท้ายรีวิว ด้วยเครปแสนอร่อยอันนี้นะค่ะ จำชื่อไม่ได้ว่าเป็นเครปอะไร เป็นเครปไส้ผลไม้โปะด้วยไอศครีม น่าจะทำทานเองที่บ้านได้ไม่ยาก

    จากนั้นเราก็เดินทางกลับด้วยความสุขมากมาย

     

  • ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เส้นทางท่องเที่ยวเมืองสุราษฎร์ธานี

    ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เส้นทางท่องเที่ยวเมืองสุราษฎร์ธานี

    5shrines-9temples-plus4-surat-thani

    ขอแนะนำกิจกรรมท่องเที่ยวเมืองสุราษฎร์ธานี ไหว้สิ่งศักสิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เสริมโชคชะตาราศี ไหว้เจ้าขอโชคลาภให้ประสบความสำเร็จ สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนา เสริมสร้างกำลังใจเพิ่มพลังชีวิต และเป็นการแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวของเมืองสุราษฎร์ธานี โดยความร่วมมือของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี องค์การบริการส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านดอน ลองชิมอาหารเมืองคนดี เสริมโชคชะตาราศี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 โดยจุดเริ่มต้นจากศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดเป็นที่แรก แล้วไปต่อที่วัดไตรธรรมาราม กราบพระโพธิพุทธคยานุสรณ์ เสมือนกราบพระพุทธเจ้าตอนตรัสรู้ ณ ประเทศอินเดีย ต่อที่วัดธรรมบูชากราบพระประธานองค์เดียวที่มีพระปรมาภิไธย ย่อ ภปร. แล้วไปที่ท่าเรือนอนไปเกาะสมุยไหว้เทพเจ้าปึงเถ่ากงที่เก่าแก่ แล้วออกไปไหว้หลวงพ่อฉุยแห่งวัดไทร ชมศาลาการเปรียญไม้ 2 ชั้น ต่อด้วยวัดกลางกราบสังขารพระมหายุตในโลงแก้ว พร้อมชมความงามของซุ้มประตู ปิยสุวรรณรังษี แล้วไปชมรังนกนางแอ่นพร้อมไหว้เจ้าแม่ทับทิม ที่ศาลเจ้าไหหลำ

    ต่อจากนั้นไปไหว้เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกง ที่ตำหนักอ๋องฮกเกี้ยน แล้วไปไหว้พระอรหันต์จี้กงของมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม “เต็กก่า จีซูเกาะ” สุราษฎร์ธานี  แวะไปไหว้หลวงพ่อแดงและองค์พระโยก ที่วัดพระโยค แล้วไปไหว้หลวงพ่อพัฒน์พร้อมกับประธานทรงเครื่องขัตติยราชแบบกษัตริย์ที่วัดพัฒนาราม

    แล้วมากราบขอพรจากพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่แกะสลักจากหินแกรนิตขาวทั้งองค์ ณ มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน แล้วไปกราบหลวงปู่ไต่ฮงกงที่มูลนิธิกุศลศรัทธา ต่อไปยังวัดสามัคคีไหว้พระประธานในโบสถ์สองชั้นที่ใช้ศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่สวยสดงดงาม ต่อไปกราบเกจิอาจารย์ หลวงพ่อกล่อมแห่งวัดโพธาวาส แล้วไปกราบพระประธานโลสถ์สีขาวทั้งหลังแห่งเดียวของเทศบาลสุราษฎร์ธานีที่วัดกลางใหม่ หลังจากนั้นไปชมทิวทัศน์ของเมืองบ้านดอนบนยอดเขาท่าเพชร สักการะพระธาตุศรีสุราษฎร์ พระธาตุที่ชาวสุราษฎร์ธานีร่วมกันก่อสร้างเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วชวนกันไปกราบเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ ปากน้ำบ้านดอน ก่อนกลับแวะทานอาหารทะเลขึ้นชื่อที่ปากน้ำบ้านดอน สุราษฎร์ธานี

    ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เมืองสุราษฎร์ธานี

    1 ศาลเจ้าปึงเถ่ากง

    1ศาลเจ้าปึงเถ่ากง

    ศาลเจ้าปึงเถ่ากง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าศาลเจ้าแต้จิ๋ว มีประวัติโยงมาจากช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในสมัยนั้นเป็นผู้ร่วมก่อสร้าง สันนิษฐานน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 230 ปี

    ภายในมีองค์เทพเจ้าปึงเถ่ากง เป็นองค์ประธาน พร้อมด้วย เทพเจ้าปึงเถ่าม่า เทพเจ้ากวนอู เจ้าแม่ทับทิม พระแม่ธรณี องค์ตั๋วแป๊ะกงและยี่แป๊ะกง ด้านหน้าจะมีทีตี่แปบ้อ หรือเสาทีกงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ด้านหน้าของศาลเจ้า

    หลายคนที่ประสบความสำเร็จมักจะมาแก้บนด้วยประทัด งิ้ว สุราหรือหนังตะลุง

    โดยจะมีงานประจำปี 2 ครั้ง คือ ช่วงเทศกาลง่วนเซียว หรือช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน 15 วัน และเทศกาลตงชิว หรือเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยในวันไหว้พระจันทร์นี้ยังเป็นวันเกิดขององค์เทพเจ้าปึงเถ่ากงด้วย

    หากมาในช่วงเย็นใกล้กับศาลเจ้าแห่งนี้จะมีตลาดยามค่ำ มีนักท่องเที่ยวแวะหาอะไรกินรองท้องก่อนจะเดินทางไปกับเรือนอนเพื่อไปเกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพงัน

    กิจกรรมห้ามพลาด : การเสี่ยงเซียมซี ปั้วป้วย และฝากดวงสะเดาะเคราะห์

    ที่ตั้ง : ถนนบ้านดอนตรงข้ามท่าเรือนอนไปเกาะสมุย

    2 ศาลเจ้าไหหลำ

    2ศาลเจ้าไหหลำบ้านดอน

    ศาลเจ้าไหหลำ บ้านดอน เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนเชื้อสายไหหลำ ได้ร่วมกันก่อสร้างมาตั้งแต่ครั้งแรกเริ่มมาตั้งหลักปักฐานในบ้านดอน ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ฮินฮ้าว, เทียนโหวเซี้ยบ้อ, หม่าโจ้ว, ม่าโจ้วโป๋ แล้วแต่สำเนียงจีนที่ออกเสียง) เป็นองค์ประธานของศาลเจ้าไหหลำ บ้านดอน พร้อมด้วยเทพเจ้ากวนอู พระโพธิสัตว์กวนอิม เทพเจ้าเฮียดีก๋ง ประทับอยู่บนแท่นสักการะภายในศาล

    นอกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำภายในศาลเจ้าแล้ว ยังมีนกนางแอ่น มาทำรังอยู่ใต้หลังคาของศาลเจ้าไหหลำ เป็นที่สะดุดตาของผู้คนที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้คนที่มาพบเห็น เป็นการรวบรวมกันของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติของนกอย่างลงตัว

    ศาลเจ้าไหหลำอยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือประมงหรือที่เรียกว่าสะพานปลา ช่วงเช้าชมวิถีชีวิตชาวประมง และเลือกซื้อสินค้าอาหารพื้นบ้านที่ตลาดสด กอบกาญจน์ตลาดยามเช้าที่เก่าแก่ของบ้านดอนที่อยู่ใกล้ๆ กัน

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้เจ้าแม่ทับทิมและชมรังนกนางแอ่นธรรมชาติ

    ที่ตั้ง : ถนนต้นโพธิ์ใกล้กับท่าเทียบเรือประมง

    3 ศาลเจ้าฮกเกี้ยน

    3ศาลเจ้าฮกเกี้ยน

    ตำหนักอ๋องฮกเกี้ยน หรือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยน เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนฮกเกี้ยนได้ร่วมกันก่อสร้างมาตั้งแต่ครั้งอดีตภายในศาลมีองค์เทพเจ้าแลฮู่อ๋องเอียกง ที่ได้อัญเชิญมากจากเมืองเอเหมิง มณฑลฮกเกี้ยนจำนวน 3 องค์ (3 พี่น้อง) เป็นองค์ประธานและต่อมาได้อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทับทิม มาประดิษฐานเพิ่มเติม

    ต่อมา พ.ศ. 2550 ได้มีการบูรณะศาลเจ้าใหม่พร้อมทั้งมีการตั้งชื่อศาลตามภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า “ซุน ฮก เก็ง” แปลว่า “ตำหนักแห่งโชคลาภและความร่มเย็น” พร้อมกันนี้ได้เปลี่ยนชื่อภาษาไทยที่หน้าศาลจากเดิมชื่อ “ศาลเจ้าฮกเกี้ยนสุราษฎร์ธานี” เป็น ตำหนักอ๋องฮกเกี้ยนบ้านดอน” ดั่งเช่นปัจจุบัน ด้านหน้าศาลจะมีเสามังกรพ่นน้ำ ที่เปรียบเสมือนน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์จากมังกรด้วย

    เยื้อง ๆ กับตำหนักอ๋องฮกเกี้ยนแห่งนี้จะมีร้าน ยกเข่ง ร้านโล้งโต้งขึ้นชื่อของบ้านดอน ที่มักจะมีผู้คนแวะเวียนกันมาอย่างเนืองแน่น

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกง รับน้ำมนต์จากเสามังกร

    ที่ตั้ง : ถนนต้นโพธิ์ตรงข้ามศาลเข้าไหหลำ

    4 ศาลเจ้าจี้กง

    4ศาลเจ้าจี้กง

    ศาลเจ้าจี้กง หรือ มูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม “เต็กก่า จีซูเกาะ” สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระโยค เป็นสมาชิกลำดับที่ 61 ของสมาคมสหมิตรการกุศล “เต็กก่า” แห่งประเทศไทย โดยประกอบพิธีเปิดศาลครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2543

    ภายในเทวสถานแห่งนี้ ประดิษฐานพระอรหันต์จี้กง เป็นองค์ประธานอยู่บน ชั้น 2 ของมูลนิธิฯ พร้อมด้วยเหล่าเทวาอาจารย์ พระเถระไต่ฮงกง พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้เคารพสักการะ

    ด้านข้างจะมีศาลเทพเจ้าแห่งโชคลาภหรือเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ยประดิษฐานเพื่อให้กราบไว้ขอโชคลาภด้วย

    ออกจากศาลเจ้าจี้กงแล้วลองแวะทานก๋วยเตี๋ยวโบราณ สท.ทะเล ที่เปิดขายกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อที่มาตั้งรกรกที่บ้านดอน

    กิจกรรมห้ามพลาด :  ไหว้พระอรหันต์จี้กง และเทพเจ้าแห่งโชคลาภ

    ที่ตั้ง : ถนนพุนพินตรงข้ามวัดพระโยค

    5 ศาลหลวงปู่ไต่ฮงกง

    5ศาลหลวงปู่ไต่ฮงกง

    หลวงปู่ไต่ฮงกง ท่านเป็นคนตระกูลลิ้ม เกิดที่เมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง สมัยราชวงศ์ซ่ง เมื่ออายุ 54 ปี ได้บวชเป็นพรพุทธศาสนาที่มณฑลฮกเกี้ยน

    มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ได้มีการอัญเชิญหลวงปู่ไต่ฮงกงมาเป็นองค์ประธาน ตั้งแต่ในอดีตที่ก่อตั้งโดยชาวจีนโพ้นทะเลในบ้านดอนที่รวมกันเป็นชมรมอย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เพื่อช่วยเหลือชาวจีนโพ้นทะเลและประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อและมีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2507

    นอกจากนี้ที่มูลนิธิกุศลศรัทธา ยังมีองค์เทพเจ้าต่างๆ และเทพเจ้าไท่สวยเอี้ย สำหรับฝากดวง แก้ปีชง แห่งเดียวในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ผู้คนหลั่งไหลไปฝากดวงแก้ปีชงอย่างไม่ขาดสายด้วย

    ออกจากมูลนิธิแห่งนี้แล้วตรงไปที่ซอยนกเขาถนนตรงด้านหน้าของมูลนิธิ จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวเกี๊ยวปลาไว้ให้ลิ้มชิมรสกันด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้หลวงปู่ไต่ฮงกง และฝากดวงแก้ปีชง

    ที่ตั้ง : ถนนภักดีอนุสรณ์ ใกล้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

    6 วัดไตรธรรมาราม

    6วัดไตรธรรมาราม

    วัดไตรธรรมาราม หรือวัดสามหม้าย พระอารามหลวง เป็นวัดที่พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จพระราชดำเนินมา ครั้งที่เสด็จประพาสหัวเมืองกาญจนดิษฐ ทางเรือพระที่นั่ง จากเกาะเส็ด ปากอ่าวบ้านดอน เสด็จมายังพลับพลาที่ประทับ ณ บ้านดอน อันเป็นที่ตั้งของหัวเมืองกาญจนดิษฐ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2432

    พระอุโบสถวัดอี้ จะมีการประดับรายนามพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ไว้เหนือประตูและหน้าต่างรอบพระอุโบสถ และมีรูปพระพุทธรูป ปางสมาธิหรือปางตรัสรู้ นามว่า “พระโพธิพุทธคยานุสรณ์” เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นมหาโพธิ์ เพื่อระลึกถึงตอนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อยู่ด้านหน้าของพระอุโบสถภายในมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย เพื่อนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ผู้กราบสักการะ

    ออกจากวัดไตรธรรมารามแล้วยังแวะไปเลือกซื้อสินค้าทางใต้บนตลาดสดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีได้อีกด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : กราบ “พระโพธิพุทธคยานุสรณ์”

    ที่ตั้ง : ถนนตลาดใหม่ ใกล้กับศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี

    7 วัดธรรมบูชา

    7 วัดธรรมบูชา

    วัดธรรมบูชา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ แห่งแรกของเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อนเรียกว่า “ที่พักสงฆ์ ดอนเลียบ” และขอเปลี่ยนชื่อต่อเสนาบดีมหาดไทย เป็น “วัดธรรมยุติการาม”

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2454 ได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “วัดธรรมบูชา” และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 พร้อมกับวัดพระบรมธาตุไชยา

    ภายในพระอุโบสถที่สร้างใหม่เมื่อ พ.ศ. 2525 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระประธานองค์เดียวในเมืองสุราษฎร์ธานีที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ให้อัญเชิญพระปรมาภิไธย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภปร. ประดิษฐานไว้ที่ฐานชุกชีและหน้าบันของอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วัดธรรมบูชาสืบมาจนถึงปัจจุบัน

    ออกจากวัดนี้แล้วสามารถแวะชิมก๋วยเตี๋ยวร้านเจนชวนชิม ร้านที่มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสายตลอดเวลา

    กิจกรรมห้ามพลาด : กราบขอพรพระประธานเสริมความเป็นมงคลในชีวิต

    ที่ตั้ง : ถนนตลาดใหม่ ใกล้โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

    8 วัดไทร

    8วัดไทร

    วัดไทร สันนิษฐานว่าน่าจะก่อสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ระหว่าง พ.ศ. 1300 ถึง 1800 โดยเชื่อมโยงกับวัดกลาง (เก่า) และวัดพระโยคที่อยู่ใกล้เคียงกัน

    มาวัดนี้หลวงพ่อฉุย (พระนุสรณ์ ธรรมศาสน์) อดีตเจ้าอาวาสแล้ว ไปชมศาลาการเปรียญไม้ 2 ชั้น ทั้งหลัง เก่าแก่อายุเกือบ 100 ปี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2475 เคยใช้เป็นสถานบันการศึกษาและสนามสอบของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองสาขาสุราษฎร์ธานี

    ที่สำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยึดเอาศาลาการเปรียญวัดไทรแห่งนี้ เป็นฐานบัญชาการรบในครั้งนั้นด้วย

    รอบกำแพงวัดบริเวณถนนตีเหล็กในช่วงเย็นของทุกวัน จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านค้าขายอาหารกันมากมาย เรียกติดปากว่า “ตลาดศาลเจ้า บ้านดอน”

    กิจกรรมห้ามพลาด : ขอพรหลวงพ่อฉุยและชมศาลาการเปรียญไม้เก่าแก่

    ที่ตั้ง : ถนนบ้านดอนติดกับตลาดศาลเจ้า บ้านดอน

    9 วัดกลาง

    9วัดกลาง

    วัดกลาง เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จประพาสหัวเมืองกาญจนดิษฐ ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2432 เสด็จทางเรือมายังวัดกลาง มีพระครูสุวรรณรังษี เจ้าอาวาสในขณะนั้น นั่งเรือไปรับเสด็จ ณ กลางแม่น้ำหน้าวัด ก่อนที่จะเสด็จมายังวัดกลางและใต้ พระราชทานปัจจัยในการบูรณะเสนาสนะเป็นเงิน 40 บาท ตามราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 20 หน้า 719

    อดีตเจ้าอาวาสวัดรูปที่ 5 พระมหายุติ ธมมวิริโย หลังจากที่ท่านได้มรณภาพลง สังขารของท่านกลับไม่น่าเปื่อย จึงมีการเก็บรักษาสังขารของท่านกลับไว้ในโลงแก้ว บนมณฑปเพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้กราบสักการะบูชา

    ที่สำคัญวัดกลาง ยังมีการสร้างซุ้มประตู “ ปิยสุวรรณรังษี” เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ 5 อย่างสวยงามอีกด้วย

    หากมาวัดแห่งนี้ในวันเสาร์จะมี “ถนนคนเดิน บ้านดอน” ให้เดินเลือกซื้อสินค้าและชมพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำตาปีอีกด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้พระมหายุติขอให้อายุมั่นขวัญยืน

    ที่ตั้ง : ถนนศรีตาปี ริมเขื่อนสะพานนริศ

    10 วัดพระโยค

    10วัดพระโยค

    วัดพระโยค ตำนานองค์พระโยคได้ วัดพระโยค เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดสระแก้ว เนื่องจากมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่บริเวณวัด เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งในเมืองสุราษฎร์ธานี สร้างใกล้เคียงกับวัดไทรและวัดกลาง ราว พ.ศ. 1300 ถึง พ.ศ. 1800

    มีตำนานของ องค์พระโยก ซึ่งเป็นองค์พระประธานในโบสถ์ของวัดว่าองค์พระประธานดังกล่าวสามารถโยกเยกไปมาได้ จึงเป็นที่ของชื่อวัดพระโยก ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระโยค แบบในปัจจุบัน

    วัดพระโยค เป็นวัดที่หลวงพ่อพัฒน์ท่านได้อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2430 ด้วย

    มาวัดนี้ไปกราบสักการะองค์พระโยก พระประธานในโบสถ์ และหลวงพ่อแดง อดีตเจ้าอาวาสบนมณฑปผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา

    ออกจากวัดนี้ลองไปชิมข้าวผัดปูของ อรรถ เยาวราช ข้าวผัดปูและกระเพาะปลาน้ำแดงสูตรเยาวราชที่อยู่ด้านข้างวัดด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้องค์พระโยกขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

    ที่ตั้ง : ถนนศรีพุนพินตรงข้ามศาลเจ้าจี้กง

    11 วัดพัฒนาราม

    11วัดพัฒนาราม

    วัดพัฒนาราม พระอารามหลวง หรือ วัดใหม่ มีหลวงพ่อพัฒน์ นารโท เป็นผู้ร้างวัดและเจ้าอาวาสรูปแรก ท่านบวชที่วัดพระโยค แล้วจึงออกมาปฏิบัติธรรมบริเวณที่ดินป่าช้าของวัดพระโยค แล้วจึงมีการก่อร่างสร้างวัดใหม่แห่งนี้ด้วยเงินเพียง 6 บาท ปี พ.ศ. 2439 สร้างความศรัทธาให้แก่ศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมาก

    ในปี พ.ศ. 2485 ท่านมรณภาพลงในท่านั่งสมาธิ มีการบรรจุศพของท่านเก็บไว้จนปี พ.ศ. 2491 ได้เปิดโลงที่บรรจุสังขารท่านปรากฏว่า สังขารไม่เน่าเปื่อย แม้ว่าท่านมรณภาพลงไปหลายปีแล้วก็ตาม

    พระอุโบสถของวัดใหม่นี้เป็นหลังเดียวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีรูปยักษ์และแขกยามยืนเฝ้าประตูโบสถ์อย่างที่เห็น องค์พระประธานของโบสถ์หลังนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ฉลองพระองค์ทรงเครื่องขัตติยราชแบบกษัตริย์หรือหลวงพ่อหน้าโรง

    ออกจากวัดใหม่แล้วอย่าลืมแวะทานขนมถังแตก ตาทัย เจ้าอร่อยที่ต้องเข้าคิวซื้อขายมาตั้งแต่ดั้งเดิมกันเลย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้หลวงพ่อพัฒน์และไหว้พระประธานในโบสถ์

    ที่ตั้ง : ถนนหน้าเมืองตรงข้ามกับรพ. อบจ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    12 วัดสามัคคีผดุงพันธ์

    12วัดสามัคคีผดุงพันธ์

    วัดสามัคคีผดุงพันธ์ วัดสามัคคี ก่อตั้งโดยพระสุธรรมาธิบดี (อาจารย์แสง ชุตินธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมบูชา โดยได้รับบริจาคที่ดินจากนายผดุง – นางเสี้ยน วัชรพงษ์ ในปี พ.ศ. 2507 ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดในปี พ.ศ. 2513

    ครั้งพระครูสุนทรศาสนคุณ เป็นเจ้าอาวาส จึงได้ขอพระราชทานวิสุงคมสีมาและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2547

    โบสถ์วัดสามัคคีได้เริ่มก่อสร้างในวันที่ 1 กรกฎาคม 2546 เป็นโบสถ์ 2 ชั้น แห่งแรกในเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยชั้นบนมีวิหารซุ้มจัตุรมุขหลังคาประสาทประสามเรือนยอด จำนวน 4 หลัง ชั้นล่างเป็นห้องโถงสำหรับประกอบกิจกรรมต่างๆ

    ด้านหน้าบันของโบสถ์ได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์ “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” มาประดับไว้

    โบสถ์หลังนี้มีความสวยสดงดงามด้วยศิลปะทางสถาปัตกรรมไทยประยุกต์ ควรค่าแก่การดำรงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้พระประธานในโบสถ์ให้สมปรารถนา

    ที่ตั้ง : ถนนชนเกษมเยื้องโรงเรียนมานิตานุเคราะห์

    13 วัดโพธาวาส

    13วัดโพธาวาส

    วัดโพธาวาส หรือวัดหลวงพ่อกล่อม ตั้งอยู่ติดกับคลองมะขามเตี้ย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2337

    ในสมัยที่พระครูวิธูรธรรมสาสน์ (หลวงพ่อกล่อม อานันโท) เจ้าอาวาส รูปที่ 2 ด้วยความเป็นพระนักพัฒนาได้ทำนุบำรุงและปฏิสังขรณ์วัดให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เสมอ ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า “พ่อท่านกล่อม”

    พ่อหลวงกล่อม เป็นพระเกจิผู้ทรงวิทยาอาคม และมีชื่อเสียงโด่งดังมากเรื่องเรือแข่ง สมัยนั้นเรือของวัดโพธาวาสไม่มีคำว่าพ่ายแพ้ต่อผู้ใด

    นอกจากนี้ ท่านยังสามารถบริกรรมคาถาสะกดจระเข้ ซึ่งชุกชุมยิ่งนักในบริเวณลำน้ำมะขามเตี้ยและแม่น้ำตาปี ได้เช่นเดียวกับพ่อท่านคล้าย แห่งวัดสวนขัน ร่ำลือกันว่าคาถาสะกดจระเข้ที่ว่ายน้ำผ่านหน้าวัดต้องโผล่หัวผ่านไป และปากก็ไม่สามารถอ้าขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้น วัตถุมงคลของท่านจึงเป็นที่นิยมของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาชาวสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างสูงยิ่งมาจนถึงปัจจุบัน

    กิจกรรมห้ามพลาด : ขอพรหลวงพ่อกล่อมให้ปัดเป่าเภทภัยในชะตาชีวิต

    ที่ตั้ง : ถนนวัดโพธิ์ – บางใหญ่

    14 วัดกลางใหม่

    14วัดกลางใหม่

    วัดกลางใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2511 มีพระครูปริยัติคุณาวุธ เป็นเจ้าอาวาส

    นอกจากเป็นสถานที่ประกอบกิจสงฆ์และศูนย์รวมของชาวบ้าน ยังได้อนุเคราะห์พื้นที่ของวัดเพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงเรียนวัดกลางใหม่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 มาจวบจนปัจจุบัน

    ในปี 2550 ได้ขอพระบรมราชานุญาตสร้างโบสถ์วัดกลางใหม่ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 6 เดือน ที่สำคัญโบสถ์หลังนี้เป็นโบสถ์สีขาวทั้งหลังแห่งเดียวในเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

    หน้าบันของโบสถ์มีการอัญเชิญตราสัญลักษณ์ “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 9 มิถุนายน 2550” มาประดิษฐานไว้ด้วย

    เสร็จแล้วต้องไม่ลืมไปชมพิพิธภัณฑ์เรือแข่งของเมืองคนดี ที่ได้รวบรวมเรื่องราวเรือแข่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีไว้ให้เยี่ยมชมอีกด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้พระประธานในโบสถ์ ให้ชีวิตบริสุทธิ์สดใส

    ที่ตั้ง : ถนนศรีวิชัยใกล้กับโรงพยาบาลศรีวิชัย

    15 ศาลหลักเมือง

    15ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี

    ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อมาถึงเมืองคนดี สุราษฎร์ธานีแล้ว ศาลหลักเมือง เป็นสถานที่หนึ่งที่ผู้คนที่มาเยือนจะต้องกราบไหว้ขอพร

    ศาลหลักเมืองแห่งนี้สร้างขึ้น เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชสักการะและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539

    องค์พ่อหลักเมืองแกะสลักจากไม้ราชพฤกษ์ลงรักปิดทองเป็นพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่หน้า หันพระพักตร์ไปทั้งสี่ทิศเหมือนการแกะสลักพระพรหมสี่หน้าไว้ตามยอดหลักเมืองทั่วไปอย่างสวยงาม ชาวบ้านนิยมนำไข่ต้มมาแก้บนหลังจากที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

    ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี มีความโดดเด่นมาก เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับแม่น้ำตาปี การเดินทางไปมาสะดวก ทั้งผู้คนที่สัญจรไปมาและชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่จะเดินทางมาสักการะด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้ขอพรจากพ่อหลักเมืองให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและเจริญในหน้าที่การงาน

    ที่ตั้ง : ถนนตลาดใหม่ ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำตาปี

    16 พระโพธิสัตว์กวนอิม

    16พระโพธิสัตว์กวนอิม

    พระโพธิสัตว์กวนอิม มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน เม่งเหมียวเซี่ยงตั้ว หรือ มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน ก่อตั้งมาไม่ต่ำกว่า 55 ปี มีองค์เทพเจ้าโป๊ยเซียนเป็นองค์ประธาน

    ต่อมาได้มีการขยายพื้นที่ของมูลนิธิออกเพื่อรองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ และได้รับบัญชาจากองค์เทพเจ้าโป๊ยเซียนให้จัดสร้างเทวสถานดาวนพเคราะห์ (เก้าแชเต้ง) และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม

    ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้มีทุนทรัพย์ในการจัดสร้างองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมจากทั่วทุกสารทิศ โดยใช้ทุนทรัพย์ในการจัดสร้างถึง 40,000,000 บาท (สี่สิบล้านบาท)

    องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม แกะสลักจากหินแกรนิตขาวทั้งองค์จากประเทศจีน สูงที่สุดในประเทศไทยขณะนั้น มีความสูง 12 เมตร ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 5 ปี สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คณะศรัทธาผู้ร่วมจัดสร้างและชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก

    เสร็จจากไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมแล้วตรงข้ามมูลนิธิมีร้านอาหารเจ เจ้ต้อมเจ้เล็ก ที่เปิดบริการอาหารเจกันทั้งปี และในยามเย็นบริเวณใกล้เคียงกันจะมีตลาดมิตรเกษมที่ขายอาหารมากมายรอทุกท่านอยู่

    กิจกรรรมห้ามพลาด : ไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

    ที่ตั้ง : ถนนหน้าเมืองเยื้องห้างโคลีเซียม

    17 ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ

    17ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ

    ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ สุราษฎร์ธานี “เสด็จเตี่ย” หรือ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด

    จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการริ่เริ่มของกลุ่มดอกประดู่ ข้าราชการประจำ ข้าราชการบำนาญและทหารนอกประจำการจะจัดตั้งศาลเสด็จเตี่ยเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงได้ดำเนินการเช่าพระรูปจำลองขนาดสูง 198 เซ็นติเมตร จากกองทัพเรือมาประดิษฐานไว้เป็นการชั่วคราว ณ สะพานนริศ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2542

    ต่อมาได้มีการขอใช้ที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์บริเวณปากน้ำบ้านดอน เพื่อสร้างศาลเสด็จเตี่ย และได้อัญเชิญพระรูปจำลองมาประดิษฐานเป็นการถาวรเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2543 จนมาถึงปัจจุบัน

    โดยจะมีพิธีสำคัญปีละ 2 ครั้ง ในวันอาภากร ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปี ที่เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์และวันอาภากรรำลึก ตรงกับวันที่ 19 ธันวาคม ที่เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้เสด็จเตี่ยขอบารมีท่านช่วยคุ้มครอง

    ที่ตั้ง : ปากน้ำบ้านดอน สุดถนนสาย 4078

    18 พระธาตุศรีสุราษฎร์

    18พระธาตุศรีสุราษฎร์

    พระธาตุศรีสุราษฎร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พระธาตุศรีสุราษฎร์ เป็นปูชนียสถานที่ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างขึ้น ตั้งอยู่บนยอดเขาท่าเพชร เริ่มก่อสร้างองค์พระธาตุเมื่อ พ.ศ. 2500 เพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่แผ่นดินและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง การดำเนินการก่อสร้างเริ่มต้นเรื่อยมา จนแล้วเสร็จในปีถัดมาและได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2501 เวลา 10.05 น.

    ปี 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จประพาสภาคใต้โดยทางรถไฟ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นครั้งแรก และในวันที่ 27 มีนาคม 2502 ก็ได้ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปนมัสการพระธาตุศรีสุราษฎร์ ทรงลงพระปรมาภิไธยไว้บนแผ่นศิลา และทรงปลูกต้นพะยอมไว้ที่ลานพระเจดีย์ พระองค์ละ 1 ต้น

    ต่อมาพระธาตุศรีสุราษฎร์ได้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อเป็นสิริมงคล จึงได้มีคำเติมท้ายเป็นสิริมงคลยิ่งว่า “พระธาตุศรีสุราษฎร์ในพระบรมราชูปถัมภ์” เป็นต้นมา

    กิจกรรมห้ามพลาด : ขอพรพระธาตุศรีสุราษฎร์ และธรรมชาติเขาท่าเพชร และชมทัศนียภาพเมืองสุราษฎร์ธานี

    ที่ตั้ง : ยอดเขาท่าเพชร ถนนชนเกษม ทางไป อ. บ้านนาสาร

    ดูแผนที่เมืองสุราษฎร์ธานี คลิกเลย

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี

    ที่อยู่ : 5 ถ. ตลาดใหม่ ต. ตลาด อ. เมือง จ. สุราษฎร์ธานี 84000

    เบอร์โทร : 0 7728 8817 – 9

    ภาพประกอบจาก : t-globe, thetrippacker

    แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ. สุราษฎร์ธานี

  • ไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ. สุราษฎร์ธานี

    ไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ. สุราษฎร์ธานี

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani

    หากใครเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากแหล่งของกินอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อของจังหวัดแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด Movetrip ชวนมาไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปูนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง วัดพระบรมธาตุไชยา โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่เคารพสักการะของพุทธสานิกชนทั่วไป สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ความสำคัญของวัดพระบรมธาตุไชยา เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของช่างศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วัดพระบรมธาตุไชยาได้รับการเลื่อนฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500

    องค์พระบรมธาตุไชยา เป็นเจดีย์ทรงปราสาทลักษณะสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย ซึ่งเป็นองค์เดียวที่ยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-15 แต่ไม่ปรากฎประวัติการสร้างและผู้สร้าง ลักษณะเดิมเป็นอิฐเผาไฟแกว่ง ไม่สอปูน แต่ใช้อิฐป่นละเอียดผสมกับการเป็นนายสอ แล้วขัดให้เรียบและสลักลายลงบนเนื้ออิฐ ส่วนฐานอยู่ต่ำกว่าผิวดินปัจจุบัน ซึ่งได้ขุดบริเวณรอบฐานเป็นสระมีน้ำขังอยู่ตลอดปี เนื่องจากมีตาน้ำพุขึ้นมาซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับใช้ทำพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญของบ้านเมือง องค์พระบรมธาตุได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่องเสมอมา โดยทำการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบรมธาตุไชยาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสิ่งสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในดินแดนแถบนี้มานับพันปี เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของบรรพชนในอดีต จึงเป็นหน้าที่ของอนุชนรุ่นหลังทุกคนที่ต้องทำนุบำรุงให้คงอยู่กับผืนแผ่นดินนี้ต่อไป

    ประวัติวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-1

    ประวัติวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ชื่อภาษาอังกฤษ (Wat Phra Borommathat Chaiya Ratchaworawihan) มีประวัติความเป็นมาคือ เป็นวัดที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของไทย โดยสังเกตได้จากโบราณวัตถุ โบราณสถานที่ยังปรากฎให้เห็นอยู่จึงทำให้เราทราบได้ว่าวัดพระธาตุไชยาแห่งนี้มีมานานหลายยุคหลายสมัย โดยจะกล่าวถึงดังต่อไปนี้

    สมัยทวารดี มีพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่เท่าคน และย่อมกว่าเหลืออยู่ในบริเวณจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ คือพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดสูง 104 ซม. หน้าตักกว้าง 74 ซม. ทำด้วยสิลา ลักษณะประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหลาย ขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองวางหายซ้อนกัน ขมวดพระเกศาเป็นต่อมขนาดโต อุษณีย์ปรากฏไม่ชัด ไม่มีอูรณา จีวรบางแนบพระองค์มีแต่ขอบที่ห่อหุ้มอังสะซ้าย อายุราพุทธศตวรรษที่ 11-12 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา พระพุทธรูปประทับยืน ซึ่งประทับยินบนฐานบัวลงลักปิดทองทั้งองค์ จีวรห่อคลุม ปลายจีวรตัดตรง รัดประคบมีลวดลาย ไม่มีพระรัศมี เม็ดพระเกศากลมใหญ่ ทำด้วยสิลา ขนาดสูง 142 ซม. ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ด้วยเหตุนี้ท้ำให้เชื่อถือได้ว่าวัดนี้หรือสถานที่แห่งนี้มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยทราวดี คือระหว่าง พ.ศ. 1000-1200

    สมัยศรีวิชัย มีองค์เจดีย์พระมหาธาตุแบบศรีวิชัย ปรากฏอยู่เป็นปูชนียสถาน อันศักดิ์สิทธิ์ โดยมิได้รับการดัดแปลงเว้นแต่ตอนส่วนยอด เพราะได้หักพังลงบมาและหายสาบสูญไปจึงทำใหม่เป็นศิลปะแบบไทยแล้วยังมีรูปสำริดของ ของพระอวโลกิเตศวลโพธิสัตว์ขนาดใหญ่ สวยงามเป็นชิ้นเอกของปฏิมากรรม สมัยนี้ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในพิพิฑภัณฑสถานแห่งชาติพระนครและมีองค์ขนาดย่อมตลอดถึงที่ทำด้วยศิลาอีกหลายองค์ มีมากกว่าในสถานที่ใดๆในประเทศไทย รวมทั้งเศษหักพังของโบราณวัตถุสมัยเดียวกันอีกหลายชิ้น ดังนั้นทำให้เชื่อได้ว่าวัดนี้มีความเจริญรุ่งเรื่องอยู่ในสมัยศรีวิชัย คือระหว่าง พ.ศ. 1200-1500

    สมัยสุโขทัย มีพุทธศิลป์เป็นแบบสกุลช่าง นครศรีธรรมราช โดยได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา ลัทธิเถวราท แบบลังกาวงศ์ มีหลักฐานปรากฏว่ามีใบพัทธสีมาคู่แฝดปรากฏอยู่รอบๆเขตพระอุโบสถเดิมของวัดทำให้เชื่อได้ว่าสมัยนี้ก็มีการปรับปรุงวัดหรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าในสมัยสุโขทัยซึ่งพ้องกับสมัยนครศรีธรรมราชนั้นวัดนี้ยังคงมีอยู่

    สมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลักฐานปรากฏมากมายกว่าสมัยใด คือ พระพุทธรูปเป็นพระพุทธรูปศิลาทรายแดงมีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ มีขนาดโตมากกว่าคนธรรมดา ลงมาถึงขนาดเท่าคน และย่อมกว่าแสดงให้เห็นศรัทธาหรือความรุ่งเรื่องของพุทธศาสนาอย่างสูงสุด ในสมัยนั้น ในสถานที่แห่งนี้

    สมัยกรุงธนบุรี แม้นจะมีระยะสั้น แต่ก็เชื่อว่าวัดนี้คงเจริญรุ่งเรืองอยู่ โดยจะเห็นได้จากศิลาจารึกที่ใกล้ๆกัน แสดงถึงการทำนุบำรุง พุทธศาสนาในถิ่นทั่วๆ ไป แต่ว่าโบราณวัตถุที่สร้างขึ้น ในสมัยกรุงธนบุรีนี้มีน้อย และแบบที่สร้างขึ้นคงเหมือนแบบสมัยอยุธยานั้นเอง

    สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าวัดพระบรมธาตุไชยานี้คงจะรวมอยู่ในบรรดาสิ่งที่ถูทำลายโดยพวกพม่าข้าสึกในสมัยรัชกาลที่ 1 จนกระทั่งรางไปในที่สุดได้มาค้นพบและบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระชยาภิวัฒน์สุภัทรสังฆปาโมกข์ เมื่อครั้งดำรงค์สมาณศักดิ์เป็นพระครูรัตนมุนีศรีสังฆาราชาลังกาแก้ว เจ้าคณะเมืองไชยา ระหว่าง พ.ศ. 2439 ถึง 2453 เป็นวัดที่ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง การบูรณะที่สำคัญคือตกแต่งองค์พระบรมธาตุเจดีย์ แล้วฉาบปูนผิวบางๆทั่วทั้งองค์พร้องทั้งเสริมยอดที่หักไป มีการสร้างพระวิหารหลวงขึ้นมาใหม่ในที่เดิมและสร้างวิหารคดรอบบริเวณล้อมองค์พระเจดีย์และพระวิหารหลวงยกพระพุทธรูปที่เกลื่อนกลาดอยู่เข้าไปประดิษฐานในพระวิหารคดเสียใหม่จนเป็นที่เรียบร้อย ปริมณฑลพระวิหารคดที่ยกขึ้นในครั้งนั้นแคบเข้าของเดิมเพียงเล็กน้อย

    ลองมาสำรวจอาณาเขตพุทธาวาส ที่มีกำแพงแก้วล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ด้านทิศเหนือและทิศใต้ มีกำแพงยาว 127 เมตร ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก มีกำแพงยาว 66 เมตร ภายในเขตพุทธาวาส ประกอบด้วยองค์เจดีย์พระบรมธาตุไชยา พระวิหารคดหรือระเบียงพระเวียน พระเจดีย์ พระอุโบสถ พระวิหารหลวง พระพุทธรูปสิลาทรายแดง ต้นพระสีมหาโพธิ์และพลับพลาที่ประทับ

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-2

    บริเวณภายนอกกำแพงแก้ว

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-3

    ทางเข้า วัดพระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา จ. สุราษฎร์ธานี

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-4

    พระพุทธรูปทรายแดง 3 องค์

    พระพุทธรูปทรายแดง 3 องค์ ประดิษฐานอยู่กลางแจ้งบนลานภายในกำแพงแก้ว อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยา โดยฝีมือสกุลช่างไชยา อาสน์เป็นของทำใหม่โดยยกให้สูงขึ้น

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-11

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-12

    พระวิหารหลวง

    พระวิหารหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกขององค์เจดีย์พระบรมธาตุไชยา สร้างยื่นล้ำเข้าไปในพระวิหารคด ในพระวิหารหลวงมีพระพุทธใหญ่น้อยหลายองค์ การบูรณะพระวิหารหลวงนั้น ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยท่านเจ้าคุณพระชยาภิวัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2444 โดยได้เปลี่ยนเครื่องไม้ต่างๆ ใหม่หมด หลังคา 2 ชั้น มีช่อฟ้า นาคสะดุ้ง มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ที่หน้าบันสลักลายดอกไม้เทศ พื้นประดับด้วยกระจกสีตามลวดลายปิดทองคำเปลว ฝาผนังใช้โบกปูนใหม่ทั้งหมด ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2502 พระราชชัยกวี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยาเป็นประธานในการบูรณะพระวิหารหลวง โดยรื้อพระวิหารหลังเก่าที่ชำรุดออกคงไว้แต่พระพุทธรูปและฝาผนังด้านหลังพระพุทธรูป ส่วนหน้าบันของเดิมนั้นได้นำไปแสดงไว้ในอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ศาลานีลวัฒนานนท์พระวิหารหลวงที่สร้างขึ้นใหม่นี้ ได้เสริมฝาผนังให้สูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยท้ายพระวิหารหลวงด้านตะวันตก เดิมเป็นห้องลับแล ได้ตัดออก เพื่อเป็นที่นมัสการพระบรมธาตุ แต่เนื่องจากเวลาฝนตกฝนจะสาด ทางวัดจึงปล่อยไว้เป็นห้องโถง เมื่อครั้งพระครูโสภณเจตสิการาม ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ของวัดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2478 ก็ได้ใช้พระวิหารหลวงนี้เป็นสถานที่แสดงโบราณวัตถุต่างๆ ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลและประชุมคณะสงฆ์ ต่อมา พ.ศ. 2541 ได้บูรณะอีกครั้งหนึ่ง

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-5

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-6

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-7

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-8

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-9

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-10

    พระวิหารคด

    พระพุทธรูปในระเบียงวิหารคด พระระเบียงหรือพระวิหารคด โดยรอบเจดีย์พระบรมธาตุไชยาทั้งหมดมีแปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละ 39 เมตร สูง 4 เมตร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสกุลช่างไชยา ขนาดและปางต่างๆ รวมทั้งสิ้น 180 องค์ และมีพระเจดีย์ หอระฆัง รูปปั้นพระชยาภิวัฒน์ ผู้เป็นประธานในการบูรณะปฎิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยราชการที่ 5 หลังจากนั้นมีการบูรณะอีกเพียงเล็กน้อยบางสมัย พระระเบียงจึงได้ชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-13

    ทางเดินไปยังพระวิหารคด เพื่อกราบสักการะพระบรมธาตุ

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-14

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-15

    ประตูทางเข้า สลักลวดลายวิจิตรงดงาม

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-16

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-17

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-18

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-24

    คำบูชา พระบรมสารีริกธาตุ (นะโมฯ 3 จบ)

    อะหัง วันทามิ อิธะ ปะติฏฐิตา พุทธะธาตุโย โย โทโส โมหะจิตเตนะ วัตถุตตะเย กะโต มะยา โทสัง ชะมะถะ เม ภันเต สัพพะปาปัง วินัสสะตุ ตัสสานุภาเวนะ สะทา โสตถิ ภะวันตุ เม.

    คำแปล ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบนมัสการ พระบรมสารีริกธาตุ แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประดิษฐานอยู่ ณ ที่นี้ แม้บาปทั้งปวง ที่เคยล่วงเกินด้วยใหลหลง ข้าพระองค์ขอขมาโทษ ได้ทรงโปรดงดโทษนั้น ให้มีอันวินาศสิ้นสูญไป ด้วยอานุภาพแห่งกุศลปผลบุญนี้ ขอให้ข้าพพระพุทธเจ้า ประสบแต่ความสุขสวัสดี ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-19

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-20

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-21

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-22

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-23

    พระอุโบสถ

    พระอุโบสถตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกขององค์เจดีย์พระบรมธาตุ นอกกำแพงพระวิหารคดเริ่มสร้างประมาณ พ.ศ. 1335 เขตพัทธสีมากว้าง 13.15 เมตร ยาว 18.80 เมตร แต่เดิมนั้นมีใบพัทธสีมาเพียงใบเดียว เรียงรายรอบพระอุโบสถจนถึงสมัยพระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทแบบลังกาได้แผ่เข้ามาในประเทศไทยประมาณ พ.ศ. 1800 พระสงฆ์ลังกาได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาซ้ำลงในที่เดิมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้พระพุทธศาสนาบริสุทธิ์มีความมั่นคง และสมบูรณ์ยิ่งขึ้นวัดที่ได้ผูกพัทธสีมาซ้ำแล้ว จึงให้ปักใบพัทธสีมาเพิ่มขึ้นเป็นคู่แฝด โดยมากมักจะเป็นอารามหลวง ด้วยเหตุนี้ วัดพระบรมธาตุไชยาจึงมีใบพัทธสีมา 2 ใบ ดังปรากฎเห็นอยู่ในปัจจุบัน หลังจากท่านเจ้าคุณพระชยาภิวัฒน์ ได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์พระบรมธาตุและพระวิหารคดแล้ว ทางวัดได้ทำการบูรณะซ่อมแซมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวัดพระบรมธาตุไชยา ได้ยกฐานขึ้นเป็นพระอารามหลวงแล้ว ได้รับงบประมาณ เมื่อ พ.ศ. 2498 ทางวัดได้สร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ตรงที่เดิม แต่ขยายส่วนออกไปอีกยาวกว่าเดิมเล็กน้อยภายในพระอุโบสถมีพระประธานเป็นพระรูปศิลาทรายแดงปางมารวิชัยสมัยอยุธยา เบื้องหน้าพระประธานมีใบพัทธสีมาคู่ ซึ่งเป็นของเดิมแต่ครั้งพระอุโบสถหลังเก่า

    การเดินทางมากราบไหว้และสักการะวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 54 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4011 ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร

    วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร แผนที่

    ที่ตั้ง : วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เลขที่ 50 หมู่ 3 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    เบอร์โทร : 077 431090, 077 431402

    เวลาเปิดทำการทุกวัน : วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 08.00 – 16.00 น.

    ดูเพิ่มเติมทำบุญเสริมดวง ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด

    ข้อมูล : suratthani.go.th

  • จิบกาแฟ แชร์รอยยิ้มเที่ยวเชียงราย ข้ามไปท่าขี้เหล็ก ชมไร่กาแฟดูกระบวนการผลิตกาแฟบนดอยช้าง กับ CP ALL

    จิบกาแฟ แชร์รอยยิ้มเที่ยวเชียงราย ข้ามไปท่าขี้เหล็ก ชมไร่กาแฟดูกระบวนการผลิตกาแฟบนดอยช้าง กับ CP ALL

     

    สวัสดีค่ะ รีวิวนี้เป็น การเดินทางไปเที่ยวเชียงราย กับ CP ALL ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ ทาง CP ALL ร่วมกับ PANTIP.COM พาผู้โชคดีจากการร่วมสนุก
    เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จัดทริป สุดพิเศษ พาบินลัดฟ้า ไปเที่ยวเชียงราย จิบกาแฟ แชร์รอยยิ้ม ชมไร่กาแฟ และศึกษากรรมวิธีการผลิตกาแฟ บนดอยช้าง
     แหล่งผลิตกาแฟ แหล่งใหญ่ของประเทศไทยและเราก็เป็นหนึ่งในผู้โชคดีจากการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ค่ะ
    ก่อนที่จะไปชม ทริป จิบกาแฟ แชร์รอยยิ้ม ตามรอยกระบวนการผลิตกาแฟ จากไร่บนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย 
    เรามาทำความรู้จัก ALL CAFE กาแฟอร่อยๆ คุณภาพดี ราคาไม่แพง 
    จากร้านสะดวกซื้อที่เรารู้จักกันดี ใน 7-Eleven  นั้นมีความเป็นมาอย่างไรบ้าง
    ALL CAFE เริ่มก่อกำเนิดมาจากแนวคิด ที่ต้องการเมล็ดกาแฟพันธุ์ดี 2 สายพันธุ์ มาผสมผสานรวมกันอย่างลง ได้แก่
    – สายพันธุ์อาราบิกา 80 เปอร์เซ็นต์ ส่งตรงจากดอยช้าง จังหวัดเชียงราย
    – สายพันธ์ุโรบัสต้า 20 เปอร์เซ็นต์ จากจังหวัดชุมพร แหล่งปลูกกาแฟ สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย
    ซึ่งกาแฟทั้ง 2 สายพันธุ์เป็นกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพระดับพรีเมี่ยมและสามารถนำมาทำเมนูให้เลือกสรร อย่างหลากหลาย
    ไม่ว่าจะเป็นเมนูเย็น ร้อน ปั่น สดใหม่ได้มาตรฐานทุกแก้ว 
    ขอขอบคุณภาพจาก IG: caffemuanchon
    นอกจาก ALL CAFE แล้ว ยังมี กาแฟมวลชน ซึ่งเป็นโครงการกาแฟ สร้างอาชีพ โดย ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล ประธานผู้บริการ ทรัพยากรบุคคล เครือเจริญโภคภัณฑ์  , รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีพี รีเทลลิ้งค์ จำกัด 
    ผู้ริเริ่มโครงการอบรมกาแฟสร้างอาชีพ เพื่อสังคม และชุมชนภายใต้วัตถุประสงค์ การสร้างอาชีพ ผู้ประกอบการร้านกาแฟ ให้มีมาตรฐาน ลดจำนวนคนว่างงานกระตุ้นให้ตลาดธุรกิจกาแฟ ขยายตัว ช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจ ของประเทศ และยกระดับ มาตรฐานกาแฟไทยสู่ระดับสากล โดยมีการจัดฝึกอบรมไปแล้ว กว่า 65 รุ่น โดยรวมประมาณ 7000 กว่าคน 
     
    โดยเป็นการอบรมฟรี:: ไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่มีเขื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุน คนในชุมชมสังคมให้มีรายได้ รวมถึงการลดพื้นที่การเพาะปลูกที่เกิดจากการเผาทำลายป่า ให้กลับมามีความสมบูรณ์ดังเดิม ด้วยการปลูกกาแฟทดแทน และพัฒนาความรู้สร้างอาชีพให้แก่ชุมชมและสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
    เรามาเริ่มต้นการเดินทางสำหรับทริปนี้กันเลยนะค่ะ สำหรับทริปนี้ เรียกได้ว่าเป็นทริปสุดพิเศษจริงๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสได้เดินทางไปคนเดียวแบบไม่ต้องมีคนติดตาม ในตอนแรกก็กังวลใจ ที่จะไปกับคนไม่รู้จัก กังวลไปต่างๆนาๆ แต่ปรากฏว่า พอไปเจอเพื่อนร่วมทริปแต่ละคนแล้ว ความกังวลหายไปทันที เพราะทั้งทีมงาน และเพื่อนร่วมทริปทุกคนน่ารักมากกกก ๆๆๆๆ สำหรับทริปนี้ ขาไปเดินทางด้วยสายการบิน ไทยสไมล์ ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ ใกล้บ้านด้วย ชอบมากๆเลย
    สำหรับทริปนี้ ภาพถ่ายอาจจะไม่สวยนะค่ะ เพราะเราไปในฐานะผู้โชคดี เลยไม่ได้เตรียมกล้องไป ภาพทั้งหมดมาจากกล้องมือถือ Sumsung Galaxy K-Zoom ทัั้งหมดเลยค่ะและนี้ก็เป็นครั้งแรกของการขึ้นเครื่องไทยสไมล์ บริการดีไม่แพ้สายการบินไหน เสริฟขนม เสริฟน้ำ แม้ว่าจะไม่ได้เสริฟ อาหารก็ตาม
     
    นั่งเครื่องมาได้สักพัก ก็ถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ระหว่างรอรับกระเป๋ามีกางแสดงโชว์ดนตรีไทยจากเด็กๆ ให้ฟังด้วยค่ะ 
    พอออกจากสนามบินปุ๊บ คณะเดินทางของเรา ก็มาเที่ยวกันที่ไร่ชาฉุยฟง 
    มาเชียงรายตั้งหลายครั้งก็เพิ่งเคยมาที่นี้เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกัน 
    ไร่ชาฉุยฟง สำหรับที่เรามานี้ จะอยู่ที่อำเภอแม่จัน เป็นไร่ชาแห่งที่ 2 
    ซึ่งไร่ชาที่นี่สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ภายในไร่กว้างใหญ่ 
    และยังมีบริการ ชา กาแฟ ขนมเค้ก อาหาร แสนอร่อย สำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย 
    การเดินทางนั้นก็ค่อนข้างสะดวกเป็นถนนลาดยางและไม่คดโค้งจนเกินไป 
    ตลอดทาง จะเห็นไร่สับปะรดอยู่ตลอดสองข้างทางอีกด้วยค่ะ
    ดูดชา ยิ้มหน้าบาน กลางไร่ชาฉุยฟง เค้กต่างๆที่นำมาเสริฟ อร่อยทุกอย่างเล่นค่ะ กลุ่มของเรา สั่งมาแล้วเอามาแบ่งกันทาน 
    เลยทำให้ได้ทานทุกรสชาติเลย อ๋อลืมบอกไปว่า พอมาถึงสนามบินเชียงรายแล้ว มีการแบ่งกันเป็นกลุ่ม
    เพื่อแข่งขันทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ไม่ได้เที่ยวกันเฉยๆ ทำให้เป็นที่สนุกสนานกันใหญ่
    มุมนี้ ถ้ามาตอนเย็นๆ แดดไม่ร้อน นะวิวสวยมาก แต่ตอนที่ไปแดดยังร้อนอยู่ เลยไม่มีใครไปนั่ง
    บรรยากาศเพื่อนร่วมทริป ถ่ายรูปกันสนุกเชียว
    อาคารด้านบนเป็นโรงงานและร้านอาหารที่เรานั่งกันค่ะ
    ออกจากไร่ชา ก็ไปกันต่อที่แม่สาย เพื่อจะข้ามแดนไปเที่ยว ช๊อปปิ้งกันทางฝั่งพม่า
    แต่กองทัพต้องเดินด้วยทาง จึงแวะทานอาหารจีนอร่อยๆ กันก่อนที่ ภัตตาคารอาหารหยินปิงยูนนาน
    มาดูกันว่ามีอะไรน่าทานบ้าง อาหารอร่อยๆเต็มโต๊ะเลย ค่ะ ภัตตาคารหยินปิงยูนนาน
     เป็นร้านอาหารขึ้นชื่อของ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
     เป็นร้านอาหารจีนสไตล์ยูนนาน เป็นร้านลักษณะตึกแถวสองคูหา รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดี แต่หากคนชอบรสจัด
     อาจบอกว่า จืดไปนิด ค่ะ แต่ถ้าคนชอบอาหารไสตล์อาหารจีน ก็ต้องบอกว่าอร่อยดีค่ะ
    หลังจากทานอาหารอิ่มกันเรียบร้อย ก็เดินทางกันต่อ แต่คราวนี้ เปลี่ยนจากรถตู้มาขึ้นรถบัส 
    เพื่อข้ามไปฝั่งพม่า ระหว่างรอข้าม ก็มีการพูดคุย แนะนำตัวกัน นิดหน่อย ใครกันนะ?
    บรรยากาศ ร้านค้าฝั่งไทย เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เดินเล่นฝั่งนี้ 
    เดี๋ยวมีโอกาส จะกลับไปแม่สายอีก เพราะยังรู้สึกว่า ช๊อปปิ้ง ยังไม่อิ่มเลย

     

    ข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้านกัน สถานที่แรกที่แวะคือ วัดพระหยกขาว พระสามมิติ 
    ตอนแรกเราก็งงๆ ว่าทำไมต้อง สามมิติ 
    แต่จากคำบอกกล่าว ของไกด์ ก็บอกว่า หากเราเดินมองพระพุทธรูป 
    แล้วเดินไปมา จะเห็นว่า พระพุทธรูป จะมองตามตามเราตลอดเวลา 
    แต่เราก็ไม่ได้ลอง ดูเหมือนกัน มัวแต่ถ่ายรูป อยู่

     

    จากวัดพระหยกขาว สถานที่ต่อไปคือ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง จำลอง ซึ่งจำลอง ย่อลง 5 เท่าจากของจริง อันที่จริง ของจำลอง
     เราก็ว่าใหญ่แล้ว นะ ถ้าของจริงใหญ่กว่ากัน 5 เท่านี่คงจะใหญ่เอามากๆ เลยหล่ะ ส่วนตัวเราก็ยังไม่เคยไปเจอของจริง เลยมาสักการะ จำลอง ไปก่อน 
    สำหรับ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง จริง นั้นอยู่ที่ เมืองย่างกุ้ง ประเทพม่า เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น
     บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด ชั้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 76 กะรัต และทับทิม 2,317 เม็ด
     มีมรกตเม็ดใหญ่อยู่ตรงกลาง เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์

     

     

     

     
    เมื่อรถบัสของเรามาจอดปุ๊บ ก็จะมีแม่ค้า มาขายดอกไม้ สิ่งที่สังเกตุเห็นเป็นเอกลักษณ์ คือ การปะแป้ง ทานาคา 

     

     


    เมื่อได้ดอกไม้แล้ว ก็เดินไหว้สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อสิริมงคล จากนั้นก็มาชม วิว รอบๆ พระมหาเจดีย์ กัน
    วิวเมืองของประเทศพม่า ค่ะ
    หลังจากไหว้พระกันเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาของการช๊อปปิ้ง
     บรรยากาศตลาดท่าขี้เหล็ก ซึ่ง ก็มีทั้ง ร้านถูก ร้านไม่ถูก ปนๆกันไป 
    แต่สำหรับเรานั้น ไปช๊อปปิ้งกระเป๋า กับ แว่นตา มาอย่างละอัน 
    เดินชมโน้นนี่เพลินๆ ในเวลาอันจำกัด เดินไปเดินมา 
    กลุ่มเราหายไปไหนกันหมดไม่รู้ เลยเดินซื้อของได้สักพัก
     ก็เลยได้กระเป๋า มาสองใบ แว่นตาอีกหนึ่งอัน อย่างละ 100 บาท 
    สำหรับแว่นตานั้นถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา ประทับใจ ไว้มีโอกาส จะกลับไปซื้อใหม่อีกหลายๆอัน
     พอขึ้นรถมาแล้ว เสียดายยยยยย ทำไมไม่ซื้อเพิ่มนะ
    พอเดินช๊อปปิ้งเสร็จ มองหาใครก็ไม่เจอ 
    เลยเดินกลับไปที่จุดนัดพบดีกว่า ที่จุดนัดพบก็คือ 
    อนุสาวรีย์ พระเจ้าบุเรงนอง ภายในมีการปลูกต้นไม้ไว้ร่มรื่น 
    แต่ที่นั่งไม่ค่อยจะมีมากนัก และเก็บค่าเข้า คนละ 5 บาท 
    สักพักก็ขึ้นรถบัส กลับมาฝั่งไทย 
    เปลี่ยนเป็นรถตู้เหมือนเดิม แล้วก็เดินทางต่อไปดอยช้าง 
    บรรยากาศโพล้เพล้ แบกทองไปรอของอร่อย บนดอย
     ณ เวลานี้ หลายๆคนก็นอนพักเอาแรง งีบหลับกันเป็นแถว
    ถึง ดอยช้าง อาหารเตรียมรอไว้แล้ว อากาสเย็นๆ หนาวๆ เล็กน้อย เรียกได้ว่า ดอยช้าง อากาศเย็นตลอดปี 
    กลุ่มเราจัดการเต็มที่ มองไปกลุ่มบล๊อคเกอร์  HOT ยังถ่ายภาพกันอยู่เลย 

     

    แต่ของเรา กลุ่มผู้โชคดี จัดกันไปไม่ต้องคอย

     

    ระหว่างทานอาหารกัน ก็มีกิจกรรมแนะนำตัว และอธิบายรายละเอียด เกี่ยวกับกาแฟ All Cafe ถึงที่มาที่ไป 
    เดี๋ยวจะมาสรุปให้ฟัง ตอน เริ่มมีสาระ อ่านกันไปเรื่อยๆนะค่ะ
    กิจกรรมต่างๆเรียบร้อยแล้ว กินอิ่ม หนังท้องตึก ตัวเหนียว
     เลยได้เวลา ขึ้นห้อง มีสับสนห้องกันสลับห้องกันเล็กน้อย ห้องที่เราพัก เป็นแบบนี้ค่ะ
     
    ตัดมาที่บรรยากาศยามเช้า ริมระเบียงหน้าห้อง
     เสียดาย ว่าช่วงที่ไป อากาศยังไม่หนาวจับใจ
     แค่เย็นเล็กน้อย มีสาวสวย ข้างห้อง มายืนถ่ายรูปริมระเบียงด้วย
    บรรยากาศอีกฝั่งหนึ่ง ชมวิวยามเช้า พร้อมด้วย ผ้าพันคอ
     เป็นของที่ระลึก จาก เซเว่นอีเลฟเว่น ที่เอามาวางไว้ในห้องให้ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
    ไหนๆ เมื่อเป็น บล๊อคเกอร์ ชอบรีวิวโรงแรมแล้ว ก็เลยไม่พลาดที่จะรีวิว ดอยช้างฮิลล์ รีสอร์ท รีสอร์ทดีๆบนดอยช้าง
     แม้ว่าจะไม่ได้เห็นวิวเต็มๆ แต่เพราะไม่เคยไปนอนที่ไหนบนดอยช้าง เคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก
     คงเปรียบเทียบที่ไหนไม่ได้ แต่ก่อนเดินทางมาที่นี่ หาข้อมูลมาบ้างว่าเป็นรีสอร์ทที่ดี บนดอยช้าง 
     

     
    ลักษณะ ตำแหน่งของดอยช้างฮิลล์ รีสอร์ท จะสร้างลดหลั่น กันบนเขา ซึ่งก็จะมีบันไดเดินขึ้นไปด้านบนซึ่งเป็นห้องพักเป็นหลังๆ 
     
     
    เดินมาด้านบนก็จะเห็น ห้องพักแบบนี้ 
     

     
    มีโต๊ะม้าหินให้นั่งเล่น ชมวิว 
     

     
    ตรงนี้เป็นลานจอดรถ จอดรถได้พอสมควร และก็ห้องอาหาร ที่เราทานอาหารกันเมื่อคืนตรงนี้ค่ะ
     

     
    ถนนด้านหน้ารีสอร์ท เดินออกมาเล่นหน้ารีสอร์ทกัน เพราะมีเพื่อน คนสวย บอกว่า ตอนเช้าๆ เดินไปอีกนิด
     จะมีทะเลหมอก เราเลยไปบอกคนอื่นๆว่าจะไปชมทะเลหมอก ก็มีคนตามออกมากันด้วย โดยเฉพาะ พ่อหนุ่มตี๋หล่อใส่แว่น
    แต่ๆๆๆๆ ม่ายยย มี เจอแต่ ต้นกาแฟ มองไปทางไหนก็ต้นกาแฟ เหมาะกับจุดประสงค์ในการมาจริงๆ
     มาดูกาแฟ ที่ดอยช้าง หันมาอีกที พ่อหนุ่มตี๋หล่อใส่แว่น เดินกลับไปแล้ว ไอเราก็คิดว่าจะมาเป็นบอดี้การ์ด ให้กลุ่มสาวๆ สักกะหน่อย 5555
     

     
    จึงพากันเดินกลับมาด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
     

     
    บรรยากาศด้านหน้ารีอสร์ท ม่ีแต่คนออกมาถ่ายรูปกัน แต่เราไปหาอะไรกินดีกว่า หิวแล้ว
     

     
    บรรยากาศอาหารเช้านี้ มีไข่ดาวซีพี กับไส้กรอกซีพี รสชาติแบบนี้หาซื้อได้ที่เซ่เว่น อีเลฟเว่น รสชาติคุ้นเคย 
     

     
    อาหารเช้าของเรา คือว่าอร่อยดีงามมาก เพราะทาง CP ALL กลัวว่า อาหารเช้าจะมาพอเลยจัดมากันเต็มอิ่ม 
    ไส้กรอก แซนวิสแฮมซีสของโปรด ตอนนี้ที่เซเว่นมีโปรโมชั่น ซื้อ 7 แถม 1 ด้วยนะ 
    อย่าลืมขอคุปองปั๋มตรายางแซนวิส เวลาไปซื้อ
     
    ส่วนแก้วเล็กๆ แก้วนี้คือ กาแฟขี้ชะมด ไม่ขอบรรยายว่ารสชาติเป็นยังไง 
    แล้วแต่รสนิยม ลองไปหาดื่มกันเองแล้วกันเนอะ
     

     
    เมื่อลองชิมกาแฟ ขี้ชะมดแล้ว ก็เลยเดินมาดูผู้ผลิตกาแฟ สักหน่อย ตัวนี้ เป็นตัวเล็ก ยังไม่ได้ผลิต ผุ้ผลิต เค้าหลบอยู่ในกรงใหญ่
     
     
    เมื่อทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ร่ำลา ชะมดน้อย ต่อไป ก็เป็น ไฮไลท์ สำคัญ ของทริป จิบกาแฟ แชร์รอยยิ้มนี้แล้วค่ะ
     ต่อไปเป็นหมวดมีสาระ 
    ขอพาท่านไปชมกรรมวิธีผลิตกาแฟ ที่ต้องบอกว่ากว่าจะได้กาแฟ มาดื่ม อย่างที่เราๆท่านๆ ดื่มกันทุกวันนี้ 
    ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ ต้องผ่านกระบวนการ ขั้นตอนหลายอย่าง กว่าจะได้กาแฟ หอม ๆ รสชาติดี ๆ 
     

     
    เริ่มจาก มาทำความรู้จักชนิดของกาแฟกันก่อน
     โดยกาแฟที่สามารถปลูกได้ดีบริเวณเส้นศูนย์สูตรของโลกมี 2 สายพันธุ์หลัก
     คือ กาแฟอาราบิก้า และกาแฟโรบัสต้า
     และภาพประกอบคร่าวๆ ของการเดินทางของกาแฟ จากผู้ผลิต สู่ ผู้บริโภค
     

     
    เราเดินทางจากรีสอร์ท มาที่ โรงงานผลิตกาแฟ
     โดยมีวิทยากร กิติ มา ศักดิ์ ที่มาช่วยอธิบายกระบวนการผลิตกาแฟ ของเราในวันนี้ 
    ก็คือ ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล ตำแหน่ง>>>(เลื่อนไปดูด้านบนเพราะยาวมาก จะยาวไปไหนค่ะ?)
    และ คุณอั๋น เจ้าของโรงงานผลิตกาแฟ 
     

     
    ผลกาแฟจากต้น ซึ่งจะเริ่มสุกเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
     ประมาณปลายๆเดือนตุลาคม ถึงประมาณเดือนมกราคม ของทุกปี
     

     

    ขั้นตอนการผลิตกาแฟ 

    การผลิตกาแฟนั้นค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร และต้องพิถีพิถันเป็นอย่างดีเพื่อให้ได้คุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุด

     
    เริ่มกระบวนการ จากต้นกาแฟ ที่ปลูกบนดอยช้าง จะมีเกษตรกร นำผลกาแฟสดที่เรียกว่าเชอรี่
    นำมาส่งให้กับโรงงานเนื่องจากกาแฟที่ปลูกบนดอยช้าง สายพันธ์ต่างจากดอยอื่นทำให้กาแฟบนดอยช้างมีเอกลักษ์ ชัดเจน 
    ซึ่งก็จะมีกาแฟ อาราบิก้า สายพันธ์แคททูล่าซึ่งมีมากบนดอยช้าง และยังมีสายพันธุ์คาทุย และคาร์ติมอปะปนมาบ้าง 
    โดยเมื่อได้ผลกาแฟมานั้น ก็ต้องรีบนำมาเข้ากระบวนการผลิต มิฉะนั้นผลกาแฟจะเสีย ไม่ได้คุณภาพ
     
    เมื่อนำมาชั่งกิโลตรวจสอบแล้ว ก็จะนำใส่บ่อ เรียกง่ายๆว่า บ่อสปา และใช้น้ำฉีดล้าง 
     
    กาแฟจะไหลลงไปในบ่อด้านล่างบ่อน้ำด้านล่างนี้จะตรวจสอบเมล็ดกาแฟที่ลอยน้ำหากเมล็ดไหนลอยน้ำก็แสดงว่าเป็นเมล็ดที่ฝ่อไม่ได้น้ำหนัก 
     
    เมล็ดที่ฝ่อนี้ก็จะนำไปออกถือว่าเป็นเมล็ดกาแฟคุณภาพต่ำเมล็ดกาแฟคุณภาพต่ำเหล่านี้ก็จะถูกคัดแยกไปไว้อีกบ่อ 
     


    เจ้าหน้าที่กำลังคัดแยกกาแฟที่ลอยน้ำ พร้อมกับเศษใบไม้ ต่างๆ ที่อาจตติดมากับเมล็ดกาแฟได้ จากนั้นก็ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้เปลือกกาแฟนิ่มขึ้น
     

     
    ปริมาณกาแฟในบ่อ
     

     
    หลังจากนั้นก็จะนำมาเข้าเครื่องคัดแยกคุณภาพเมล็ดกาแฟ แล้วจึงส่งไปเข้าเครื่องกระเทาะเปลือก
     จะสังเกตุได้ว่า มาถึงตรงนี้จะเป็นกาแฟเมล็ดคุณภาพ สีสันยังสวยงามอยู่


     
    เมล็ดกาแฟคุณภาพที่ล้างและคัดแยกคุณภาพเรียบร้อยแล้ว จะถูกส่งเข้าเครื่องกระเทาะเปลือก
     ตัวเมล็ดกาแฟจะถูกสงไปอีกบ่อด้านล่าง ส่วนเปลือก ก็จะถูกกระเทาะออกมา จากภาพจะเห็นเจ้าหน้าที่กำลังโกย เปลือกกาแฟออกมา
     

     
    เปลือกกาแฟเหล่านี้ จะถูกดูดขึ้นมาใส่รถ เพื่อให้เกษตรกร นำเอาไปยังบ่อด้านหลัง 
    เพื่อให้เกษตรกรนำไปทำปุ๋ย ใส่ต้นไม้ต่างๆได้อีก เห็นว่าปุ๋ยเปลือกกาแฟนี้ ใส่ต้นไม้ได้งอกงามดีจริงๆ
     

     

     
    กาแฟที่สีเปลือกแล้ว ก็ต้องเอามาแช่ที่บ่อพักอีก 1 คืนเพื่อย่อยสลายเมือกลื่นๆ ที่ยังคงติดอยู่บนผิวกาแฟ 
     โดยในขั่นตอนนี้ ก็จะมีการช้อนเอาเมล็ดกาแฟที่ลอยน้ำ เป็นกาแฟที่ไม่ได้คุณภาพออกไปอีกด้วย
     

     

     
    หลังจากที่แช่ล้างเมือกในบ่อพัก 1 คืนแล้ว เมล็ดกาแฟ ก็จะถูกลำเลียงยังบ่อถัดไปเพื่อ เข้าเครื่องขัดเมือก 
    เมื่อขัดเสร็จแล้ว ก็จะถูกส่งมาที่บ่อสุดท้ายเพื่อที่จะล้างกาแฟให้สะอาดซึ่งในขั้นตอนนี้ก็ยังคงจะต้องคอยตรวจสอบไม่ให้มีเปลือกเมล็ดกาแฟ
     ติดปะปนออกมาเมื่อเห็นว่ามีก็ต้องคอยช้อนเอาเปลือกกาแฟที่หลงมาออกไป
     


     
    เมื่อได้กาแฟคุณภาพที่ขัดล้างคัดคุณภาพเรียบร้อยแล้ว เมล็ดกาแฟ
     
     ก็จะถูกดูดมาใส่บ่อซีเมนต์แล้วถูกลำเลียงใส่รถ นำไปเข้าสู่กระบวนการทำให้แห้งต่อไป
     

     
    มาถึงกระบวนการทำให้กาแฟแห้ง ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากๆ เพราะถ้ากาแฟ ไม่แห้งตามมาตรฐาน จะทำให้กาแฟเกิดเชื้อรา 
    ทำให้กาแฟเสีย ไม่ได้มาตรฐาน โดยปกติทัวไป
    การตากกาแฟ มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าที่ไหน จะใช้การตากแบบใด เราเคยไปดูที่โครงการหลวง จะมี ตู้อบกาแฟ บ้าง กระโจมอบบ้าง 
    หรือบางที อาจจะตากบนลานตากกาแฟ แต่สำหรับที่นี้ จะใช้เครื่องอบกาแฟ
    ซึ่งได้มาการสั่งนำเข้า มาอบกาแฟ ให้กับทางโรงงานโดยเฉพาะ เพราะต้องมีกาแฟปริมาณมาก 
    ช่วยย่นระยะเวลาให้การทำให้แห้ง และกาแฟยังได้คุณภาพอีกด้วย
    เมล็ดกาแฟ จะถูกนำมาใส่ในบ่อ แล้วถูกดูดด้วยท่อกลมๆ เข้าไปในเครื่องด้านบนเครื่อง แล้วจะถูกเป่าด้วยลมร้อน
     โดยพลังงานความร้อนจากไม้ลิ้นจี่ ซึ่งเป็นไม้ที่มีคุณภาพในการทำฟืนให้พลังงานความร้อนได้ดีและยาวนาน
     
    หลังจากอบเสร็จแล้ว กาแฟ ยังไม่แห้งดี 100 เปอร์เซ็น ต้องนำไปตากอีกประมาณ 2 วันแล้ว เมื่อได้ค่าความชื้นแห้งตามมาตรฐานแล้ว
     กาแฟจะถูกนำใส่กระสอบ ไปบ่มทิ้งไว้ในโกดังอีกประมาณ  6 – 8 เดือน
    แล้วจึงนำไปเข้าเครื่องสีเปลือกกะลา หรือประมาณเหมือนกับการสีข้าวเปลือก แล้วจึงมาคัดแยกคุณภาพของกาแฟกะลา 
    อีกครั้งเพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพอย่างแท้จริง แล้วจึงจะนำไปคั่วให้หอมพร้อมนำมาชงกาแฟได้
    จึงจะเห็นได้ว่า ขั่นตอนต่างๆ กว่าจะมาเป็นกาแฟให้ได้ดื่ม หอมๆ นั้นไม่ใช่ง่ายๆเลยจริงๆ  
    โดยกว่าจะมาเป็นสารกาแฟพร้อมคั่ว 1 กิโล จะต้องใช้กาแฟเชอรี่ ถึง 6 กิโลกกันเลยทีเดียว
     

     
    หลังจากนั้นเราจึงเดินไปดูด้านหลังของโรงงานกันต่อ เพื่อที่จะไปชมบ่อบำบัดน้ำ 
    เดินผ่านบ่อ เปลือกกาแฟ ซึ่งทุกๆวันจะมีเกษตรกร มาเอาไปทำปุ๋ยต่อไป


     
    ส่วนนี้คือ บ่อบำบัดน้ำ ซึ่งอันที่จริงแล้ว คุณอ๋าได้สร้างไว้เพื่อที่จะบำบัดน้ำ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่ใช่น้ำเสียเลย
     รูปด้านบนเป็นบ่อแรก น้ำที่ไหลลงสู่บ่อ กลับมีต้นไม้เจริญงอก ออกมาซะงามเชียว
    เท่ากับว่าน้ำที่ล้างกาแฟ ต่างๆนั้นไม่ได้เป็นน้ำเสียจากสารเคมี แต่กลายเป็นน้ำปุ๋ยดีๆ นี่เอง
     

     
    หลังจากชมกระบวนการผลิตกาแฟเรียบร้อยแล้ว เราขึ้นรถเพื่อไปชมไร่กาแฟ กันต่อ
     หนทางที่ไปนั้นต้องคนชำนาญทางเท่านั้นจริงๆ เพราะทังคดเคี้ยวเลี้ยวลด และขึ้นเขา
     

     
    และแล้วเราก็มาถึงไร่กาแฟ มองไปทางไหนก็เจอแต่ต้นกาแฟ กำลังออกลูกสีแดงเหลือง
     

     
    ผลกาแฟเชอรี่จากต้น ที่มีทั้งสีแดง และสีเหลืองทอง
     

     
    ช่วงต่อไปเป็นการเดิมชมไร่กาแฟ ไม่รู้ว่าเดินกันไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่าสนุกดี
     

     
     
    ทั้งเดินลงเขา เดินขึ้นเขาลงเนิน หอบรับประทานกันเป็นแถว แต่สิ่งที่ได้คือ เราได้เห็นต้นกาแฟ ได้เห็นไร่กาแฟสุดลูกหูลูกตา 
    เพราะดอยช้างเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดีของประเทศไทย ที่มีการผลิตส่งออก นำรายได้กลับประเทศมาอย่างมากมาย
     

     
    หลังจากชมไร่กาแฟกันเรียบร้อยแล้ว เราก็กลับมากันที่ แพล้นท์ มาทานอาหาร 
    พร้อมชมวิวดอยช้างสวยๆ เก็บภาพความประทับใจ ก่อนจะกลับ 
     

     

     

     
    วิวของหมู่บ้านดอยช้าง
     

     
    อาหารมื้อนี้ ขอบอกว่าเป็นมื้อที่อร่อยมาก เลยค่ะ
     

     
    ได้เวลาแล้วก็ถึงเวลาไปต่อ ระหว่างทางที่ลงจากดอยช้างก็ชมวิวไปเรื่อยๆ แชะ
    มาให้ชมกันสัก หนึ่งภาพ ตอนขาขึ้นดอย ทางมืดมองไม่เห็นวิว พอขากลับวิวสวยมากๆเลยค่ะ
     

     
    หลังจากนั้นเราก็มาแวะกันที่ 7-eleven สาขาท่าล้อ จังหวัดเชียงราย เพื่อชมและชิมกาแฟ All Cafe แสนอร่อย 
    และราคาไม่แพง คาปูชิโน่ปั่น ที่เราชอบสั่งแก้วละ 35 บาทเท่านั้นเอง
     

     
    กาแฟคั่วหอม พร้อมนำมาบดและชงให้เราได้ดื่มกันค่ะ จากวิธีการผลิตต่างๆ ที่ได้ให้ดูกัน
     สุดท้ายก็จะเป็นแบบนี้ แล้วจึงนำมาบดพร้อมชงดื่มค่ะ
     

     
    จุดหมายต่อไป ของเราคือ วัดร่องขุนค่ะ มาเชียงรายทั้งที ก็พลาดไม่ได้ที่จะแวะมาชมความสวยงามของวัดร่องขุน
     ไม่ได้แวะมาเที่ยวซะหลายปี สวยขึ้นเยอะเลย

     

     

     

     

     
    เดินไปทางหลังเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ เห็นทางวัดกำลังสร้างอะไรอีกหลายอย่าง เลยค่ะ
     

     
    ความงดงามของวัดร่องขุนที่น่าไปเที่ยวกัน
     

     
    อีกสักมุมก่อนจะเดินทางต่อ
     

     
    จากนั้นเราก็ไปกันต่อที่ ร้านชีวิตธรรมดา เชียงราย ชื่อร้านบอกว่าธรรมดา แต่ พอเข้าไปใช้บริการแล้วไม่ธรรมดา เพราะเป็นร้านบรรยากาศดี ริมแม่น้ำกก 
     

     
    ภายในร้านตกแต่งได้สวยงาม น่ารัก มีทั้งโซนในร้าน และนอกร้าน จะนั่งมุมไหน ก็ได้บรรยากาศที่ดีทุกมุม
     

     
    ในส่วนของอาหารและขนม นั้นก็ดูตามภาพเลยค่ะ มีหลากหลายอย่าง แต่ที่แนะนำ ก็คือ ขนมปัง โทส ที่แย่งกันทานอยู่ในภาพ
     และก็น้ำผึ้งมะนาวบ๊วย ที่ดื่มแล้วสดชื่นหายเหนื่อยจริงๆ
     

     
    อิ่มอร่อยกับ ของว่างยามบ่ายกันแล้ว เราก็ไปเที่ยวกันต่อที่วัดห้วยปลากั้ง ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายก่อนจบทริปนี้ ถ้าไม่นับรวมแวะไปซื้อของฝากกัน 
    เป็นครั้งแรกที่มาที่วัดนี้เหมือนกันค่ะ เป็นวัดที่อยู่บนเนินเขา เราไปกันช่วงเย็น บรรยากาศรอบๆวัดจึงดีเอามากๆ
    ลมพัดเย็นสบาย อากาศกำลังดีไม่ร้อนและไม่หนาว
     

     

     
    บรรยากาศรอบๆ วัด ที่ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เชียงรายเราคงไม่พลาดที่จะแวะไปเที่ยวอีกครั้งแน่นอน
     ใครไปเที่ยวเชียงรายก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันนะค่ะ 

     

    สำหรับทริป จิบกาแฟแชร์รอยยิ้มของเราก็หมดทริปแค่นี้ 

     

     

     
    และสุดท้ายกับ เรื่องของกาแฟ กับ สครับกาแฟ และสบู่กาแฟ ซึ่ง สครับกาแฟนั้น เป็นสครับที่ผลิตมาจาก กากกาแฟ 
    ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีจำหน่ายที่ไหน

     

    หากใครสนใจอยากจะได้สครับกาแฟไปลองใช้ดู ก็ลอง เข้าไปสอบถามกันดูเอาเองนะค่ะ
     
    Smiley

     

    ขอบคุณที่รับชมรีวิวค่ะ ขอให้มีความสุข สมหวัง กันถ้วนหน้าค่ะ

     

     

     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     

     

  • เที่ยวเกาะราชา-เกาะไม้ท่อน By Love Anadaman ทริปนี้ มีแต่ความสุข

    เที่ยวเกาะราชา-เกาะไม้ท่อน By Love Anadaman ทริปนี้ มีแต่ความสุข

    rachamaiton1

    Movetrip.com ชวนเที่ยว เกาะราชา เกาะไม้ท่อน เกาะสวยงาม น้ำทะเลใสแจ๋ว จังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลายๆท่านคงเคยได้ยิน ได้เห็น หรือเคยได้ไป เกาะราชา หรือ เกาะไม้ท่อนกันมาบ้างแล้ว  และสำหรับการเดินทางไป เที่ยวเกาะราชา-เกาะไม้ท่อนในครั้งนี้ เป็นการเดินทางไปเที่ยวดำน้ำ 2 เกาะ ภายในวันเดียว ซึ่งเราเดินทางไปกับ Love Andaman ด้วยแผนการเดินทางคร่าวๆคือ ไปเกาะราชาตั้งแต่เช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ นักท่องเที่ยวยังน้อย แดดอ่อนๆ ทำให้เราได้สัมผัสความสวยงามของเกาะราชาได้อย่างเต็มที่และมีความสุข จากนั้นจึงไปอิ่มอร่อย ทานอาหาร และพักผ่อน ทำกิจกรรมต่างๆ ภายใต้บรรยากาศชิลๆ สบายๆ ที่เกาะไม้ท่อน ซึ่งนับว่าเป็นความลงตัว ของแผนการเดินทาง One day trip นี้เลยค่ะ

    เริ่มต้นทริปด้วย การที่เจ้าหน้าที่จาก Love Andaman จะโทรมาคอนเฟิร์มการเดินทาง นัดหมายเวลา และ สถานที่ ซึ่งจะมีรถบริการ รับ – ส่ง ไปกลับจากที่พัก ก่อนวันออกทริป 1 วัน  พอวันถัดมาเราก็รอที่ ล๊อบบี้ ตามเวลานัดหมาย ซึ่งโรงแรมที่เราไปพักครั้งนี้คือ โรงแรม Kata Beach Resort & Spa ด้วยความโชคดีที่พักโรงแรมนี้ ทำให้เราได้ขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย นั้นหมายความว่า รถจะมารับที่หลัง และส่งก่อน  เลยมีเวลาทานอาหารเช้าและเตรียมตัวเยอะหน่อย พอตอนกลับก็ถึงโรงแรมก่อนได้ไปพักผ่อนเร็วหน่อย ดีนะที่เลือกทำเลโรงแรมดี

    rachamaiton2

    พอมาถึงท่าเรือ ก็มาชมวิวที่ท่าเรือก่อนเลย บรรยากาศยามเช้าตรู่ เวลานี้ก็ประมาณ เจ็ดโมงเช้า กว่าๆ แดดอ่อนๆ บรรยากาศดีเชียว

    rachamaiton3 rachamaiton4

    บรรยากาศที่ท่าเรือค่ะ

    rachamaiton5

    สักพักเจ้าหน้าที่ของ Love Andaman ก็มาเรียกชื่อผู้ร่วมทริป พร้อมกับแจก สายรัดข้อมือ

    rachamaiton98

    สายรัดข้อมือหน้าตาเป็นแบบนี้นะค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นรุ่นใหม่ สายรัดจะหนากว่า มองเห็นชัดเจนดีด้วย

    rachamaiton6

    ใครหิวก็เชิญทาน ชา กาแฟ โอวัลติน ขนม ต่างๆ รองท้องกันก่อนได้เลย

    rachamaiton7

    เมื่อได้เวลาคนพร้อม เรือพร้อม ไกด์นำทริปของเราในวันนี้คือ ไกด์ นีโอ หรือ นีโม่ หว่าาาาา น่าจะนีโอ นะ อย่าคิดว่าเค้าเป็น พรีเซ็นเตอร์ ดาลี่ นะ ไม่ช่่าย ไม่ช่ายยยยย

    ไกด์นีโอ อัธยาศัยดี มาแนะนำการเดินทาง กฏ ข้อห้าม ต่าง เพื่อความปลอดภัย และความสุข สงบในการเดินทางของทุกๆ ท่าน ใครไป ทริปแบบนี้ แนะนำให้ฟังกันด้วยนะ จะได้เดินทางไปกลับอย่างมีความสุข (ขอแอบเล่าประสบการณ์เล็กๆแค่ทริปเดียวเคสเบาๆ เอาเป็นว่าตอนนั้นไปทริปกระบี่ คนเยอะ มีเพื่อนร่วมทริปชาวต่างชาติ ไม่ค่อยสนใจคำเตือน ปรากฏว่า ตอนไปดำน้ำ โดน ประการังหรืออะไรใต้ทะเล บาดนิ้วเท้า ซะเลือดอาบ ตอนนั้นฝรั่งก็กำนิ้วกับเท้าเอาไว้ ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง เห็นแต่เลือด นึกแล้วยังสยองไม่หาย เลยต้องเรียกเรืออีกลำมารับกลับขึ้นฝั่งทันที ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง รวมทั้งเพื่อนร่วมทริปด้วย ช่วยฟังคำเตือนเวลาไกด์แนะนำกันด้วยนะค่ะ)

    rachamaiton8

    ได้เวลา เรือออกแล้วค่ะ บรรยากาศในเรือ

    rachamaiton9

    บรรยากาศด้านหน้าเรือ

    rachamaiton10

    นั่งเรือมาได้ สักพักแป๊ปเดียว ก็มาถึงแล้ว เกาะราชาใหญ่

    rachamaiton11

    พอเรือใกล้ถึงท่าจอด ไกด์ก็เปิดกระติก ให้พกน้ำกันไป คนละกระป๋อง

    rachamaiton12

    เรือมาจอดที่อ่าวปะตก หลายๆคนคงเคยเห็นจากรูปภาพใน Internet สวยๆมาบ้างแล้ว มาทริปนี้ ได้เห็นแบบสวยๆสมใจ ลงจากเรือมองไปในทะเล ว๊าววว วันนี้อากาศดี ทะเลใส ฟ้าสวยมากกกกก

    rachamaiton14

    ทะเลคลื่นสงบ น้ำใสแจ๋ว ใต้ทางเดินนี้ก็มีปลาว่ายมุดไปมา คนก็น้อยเพราะว่าไปกันแต่เช้า

    rachamaiton15

    rachamaiton16

    มองซ้าย แลขวา ช่างสวยงามสุขสงบจริงๆ นี่แหละ มาเกาะราชาแล้วอยากได้แบบนี้

    rachamaiton17

    มีเรือมาแต่เช้าเพียงไม่กี่ลำ ทำให้ ทะเลยังสวย น้ำทะเลยังไม่ขุ่น แดดอ่อนๆ ไม่ร้อนมาก

    rachamaiton22

    น้ำทะเลใส จริงๆ ค่ะ

    rachamaiton21

    rachamaiton19

    สำรวจเกาะราชานิดหน่อย  มีร้านค้าด้านหน้าหาดสำหรับซื้อของแล้วหลบแดด เพราะถ้ามาตอนกลางวัน จะร้อนมาก แล้วไม่ค่อยมีทีหลบแดดสักเท่าไหร่ค่ะ พอดีเคยมาเกาะราชาก่อนหน้านี้แล้วค่ะ

    rachamaiton20

    มีบริการห้องน้ำแบบมีค่าใช้บริการอยู่ด้านหลังทางโน้นค่ะ

    rachamaiton23

    พอคนลงเรือหมด เรือก็จะออกจากท่า ไปจอดรอ ทำให้ทางเดินแห่งนี้ ไม่มีเรือมาจอดขวาง นี่แหละค่ะ ข้อดีของการมาแต่เช้า ใครจะเล่นน้ำทะเล จะวิ่งกระโดดทะเล ก็เชิญได้ตามอัธยาศัย ทางสะดวก

    rachamaiton25

    ถ้าใครไม่เล่นน้ำทะเล สนใจไปจุดชมวิว ก็ตามไกด์ไปเลยค่ะ ไปถึงโน้นกันแล้ว รีบวิ่งตามทันที

    rachamaiton26

    rachamaiton27

    ทางเดินไปจุดชมวิว บริเวณนี้ตอนเช้าน้ำลดโขดหินผุด สวยๆน้ำใสๆ มีปลาตัวเล็กๆเลาะๆ อยู่ริมโขดหินด้วย

    rachamaiton28

    ทางเดินมาจุดชมวิวค่ะ เดินสะดวก

    rachamaiton29

    เดินไปตามทางเดิน มีสองทางให้ขึ้นทางนึงผ่านร้านอาหาร ส่วนเราชอบไปแบบ Advanture เล็กน้อย เลยไปทางที่ปีนโขดหินเล็กๆ เลยอ้อมออกไปทางเดินไม้ที่เห็นนี้ค่ะ

    rachamaiton30

    rachamaiton33

    rachamaiton34

    มาถึงจุดชมวิวแล้ว วิวสวยน้ำใสมาก เพื่อนร่วมทริปมาถ่ายรูปกันใหญ่เลย มีกรุ๊ปเรามากรุ๊ปเดียว แอคท่า โพสท่า ถ่ายรูป ชิลกันใหญ่

    rachamaiton36

    ส่วนเราถ่ายรูปสักพัก ก็เดินอ้อมลงมาทางด้านล่างเพราะว่าน้ำลด ค่อยๆไต่หินลงมา ริมโขดหินตรงนี้

    rachamaiton38

    rachamaiton37

    พอลงมานั่งเล่นริมโขดหิน ก็เห็นปู เป็นปลาTeen เต็มเลยค่ะ นั่งเล่นรับลมสักพัก ไกด์มาเรียกให้กลับเพราะเดี๋ยวเราจะไปดำน้ำกันต่อ ก็ค่อยๆไต่โขดหินกันกลับ

    rachamaiton39

    แวะถ่ายรูปตรงจุดชมวิว มุมมหาชนนิดหน่อย (พอดีเคยเห็นเค้าถ่ายมาโชว์กันเลยขอมั่ง)

    DSCF0759

    จากอ่าวปะตก ไกด์ จะพาไปดำน้ำที่อ่าวสยาม แต่ขณะเดินๆ ชมทะเล งามแท้ๆ ทะเลวันนี้    เดินตามไกด์อยู่ดี ไกด์หยุดชะงักแล้วบอกว่า อ”ขยะ ขยะ ขยะ ” แล้วหันหลัง เดินกลับไปเก็บขยะ ทันที ได้แต่ชื่นชมในใจ ลืมหยิบกล้องมาถ่ายภาพเก็บเอาไว้ ตรงนี้ต้องขอชื่นชม ไกด์ของ Love Andaman ที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    CAMERA
    จากอ่าวปะตัก เราก็ขึ้นเรือมาที่อ่าวสยาม เพื่อดำน้ำกันตรงจุดนี้ วันนี้น้ำทะเลใส มากค่ะ

    CAMERA

    แว๊บบบบ มุดน้ำกัน

    CAMERA
    บรรยากาศ ใต้ท้องทะเล

    CAMERA

    CAMERA

    มีปลาหลากหลายชนิด เห็นตัวเล็กๆนั่น ปลาการ์ตูน นะค่ะ

    CAMERA
    ปลาการ์ตูนค่ะ แต่เป็นพันธ์อะไรไม่แน่ใจ
    CAMERA
    นอกจากปลาการ์ตูนแล้ว ยังมี ปลาไหลมอเร่ย์ แต่ว่าถ่ายหัวไม่ทัน พยายามหลายรอบ ถ่ายได้แต่หาง มุดตามซอกปะการัง ไวมากๆ

    CAMERA

    CAMERA
    บรรยากาศใต้ท้องทะเลแสนงดงาม ใครมาทริปนี้ อย่าพลาดลงไปดำน้ำกันนะค่ะ

    CAMERA

    พอดำน้ำเสร็จเหนื่อยแล้ว เติมพลังกันก่อนนิดหน่อย ก่อนไปทานอาหารเที่ยงกัน ที่เกาะไม้ท่อน

    rachamaiton50

    จากอ่าวสยาม ก็ไปที่เกาะไม้ท่อน นั่งเรือต่ออีกแป๊บเดียว ก็ถึงเกาะไม้ท่อนแล้วค่ะ ทริปนี้ ชอบจริงๆ ชอบตรงที่ไม่ต้องเดินทางไกล นั่งเรือแป๊บ ๆ ก็ถึงเกาะ ถึงฝั่งแล้ว ไม่เหนื่อยกับการเดินทางดี

    rachamaiton51

    ท่าเทียบเรือเกาะไม้ท่อน

    rachamaiton52

    ลงจากเรือแล้ว ชมทะเล โอ้ โห น้ำใสแจ๋ว อีกแล้ว มองลงไปเห็นทรายใต้ทะเลเห็นประการังชัดเจน มีปลาว่ายน้ำอยู่ด้วย ที่เห็นเงาๆ แหลม นั่นปลานะค่ะ ปลาอะไรไม่แน่ใจตัวยาวๆ น่าจะปลาปากแหลม

    rachamaiton80

    rachamaiton53

    CAMERA

    บรรยากาศ แปลพักผ่อนริมหาด สำหรับคนชอบแดด

    DSCF0820

    เดินมานิดหน่อย ตรงนี้เป็นจุดพักผ่อนของ Love Andaman ซึ่งเราก็มาพักกันตรงนี้ บรรยากาศใต้ร่มไม้ มีที่นั่งมากมาย ให้นั่งรับลมเย็นๆ

    rachamaiton54

    มีสระว่ายน้ำอยู่ใกล้ๆ  ใครพาเด็กๆ มาด้วย ไม่อยากลงดำน้ำ เล่นน้ำทะเล มาโดดสระน้ำกันได้

    rachamaiton55

    มาถึงเกาะไม้ท่อน หลังจากดำน้ำมาเหนื่อย ก็มาหาของว่างทานกันก่อน เยอะมาก เรียกว่า อิ่ม สุขสบาย By Love Andaman

    rachamaiton56 rachamaiton57

    ชา กาแฟ โอวัลติน ขนม คุกกี้ มีเติมให้ตลอด จนกว่าของหมด แต่ของเยอะตลอดเลยค่ะ ไปตักทีไรก็ได้ทานตลอด โดยเฉพาะคุกกี้ ขนมเค้ก

    rachamaiton58

    rachamaiton67

    สลัดก็มีค่ะ ผักสดๆ กับน้ำสลัด สำหรับคนไม่อยากทานขนม

    rachamaiton59

    บรรยากาศดีเชียว

    DSCF0786-2

    นอกจากขนม ของว่างต่างๆ แล้ว เครื่องดื่มน้ำๆ ก็มีหลายชนิด ทั้งน้ำอัดลม น้ำผลไม้ปั่น น้ำผลไม้ต่างๆ ใครชอบอันไหนก็ตามสะดวกกันเลยค่ะ

    rachamaiton60

    ทานของว่ายกันไปแล้ว รอสักพัก เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมอาหารเที่ยง ปลาหมึก กับกุ้งย่าง เต็มที่กันเลย กุ้งตัวใหญ่ๆ

    rachamaiton61

    rachamaiton62

    ส่วนหนึ่งของอาหารเที่ยง พอดีถ่ายแต่ที่ชอบมา แล้วก็มีน้ำพริก กุ้งเสียบด้วยนะค่ะ

    rachamaiton63

    อาหารเที่ยงพร้อมแล้ว ก็ตักมาทานกันที่โต๊ะ ภายใต้ร่มไม้ บรรยากาศริมทะเล ฟินสุดๆ ค่ะ

    rachamaiton68

    บรรยากาศร่มรื่น ริมทะเล อิ่มกันถ้วนหน้า  ไม่อยากทำไร นั่งใต้ร่มไม้ ตั้งวง จิบเครื่องดื่มเย็นๆ คุยกันไป ก็สนุกไปอีกแบบ

    rachamaiton77

    หรือใครอยาก  หาจุดนอนเล่นก็เชิญตามสบาย

    rachamaiton78

    rachamaiton79

    ใครอยากงีบ หลับพักผ่อน ใต้ต้นไม้ เชิญมาที่ที่แคร่ชิงช้านี้ค่ะ นอนกันได้สักสองสามคน  นอนมองยอดไม้ ลมพัดเย็นๆ งีบสักหน่อย แบบว่าสบายจริงๆ นะ ไปลองนอนมาแล้ว ชอบมาก

    rachamaiton69

    ใคร อยากจะหากิจกรรมทำ ก็มี วอลเล่ย์ ชายหาดให้เล่น

    rachamaiton70

    rachamaiton71

    ท่าทาง เค้าจะสนุกกันเนอะ

    rachamaiton72

    rachamaiton73

    rachamaiton75

    ส่วนใครอยากพายคายัค ชมทะเล ใสๆ ก็เชิญทางนี้ มีคายัคบริการฟรีค่ะ

    rachamaiton74   rachamaiton76

    เสียดายเราลืมเอาหมวกไป กลัวหน้าดำ เลยไม่ได้ไปพายกับเค้า แต่ดูท่าทางจะสนุกน่าดู

    rachamaiton81

    เดินไปชมวิว อีกด้าน แถวโขดหินใกล้ๆสะพาน ก็เป็นอีกจุดที่น่าเล่นน้ำ เพราะคลื่นเรียบมากกก

    rachamaiton82

    โค้งสะพานนี้ มีคนมาเล่นน้ำกันหลายคน เพราะบริเวณใต้สะพาน ปลาเยอะมาก

    rachamaiton83

    บริเวณโขดหินก็มีปลาตัวเล็กๆ เต็มไปหมด

    rachamaiton84

    CAMERA
    เดินสำรวจเกาะได้สักพัก ก็ได้เวลา ไกด์พาไปดำน้ำ  หน้าเกาะไม้ท่อน เป็นการดำน้ำอีกรอบ ไปกันค่ะ
    CAMERA
    มีคนมาดำ Scuba ด้วย พอเห็นเราถ่ายรูป ก็โพสท่าให้เราถ่ายใหญ่เลย
    CAMERA
    บรรยากาศใต้ทะเลหน้าเกาะไม้ท่อน มีปลาหลากหลาย มีประกาหลังหลายชนิด มีหอยเม่น มีปลิงทะเล มีหอยมือเสือ ซึ่งมีเยอะเลยค่ะ มีปลาการ์ตูน มีดอกไม้ทะเล เก็บภาพมาให้ชมได้บางส่วนเท่านั้นนะค่ะ ของจริงอยากให้ไปลอง เที่ยว ชมดำน้ำดูกันเอาเอง
    CAMERA
    ดอกไม้ทะเล กับ ปลานีโม่ ค่ะ

    CAMERA

    CAMERA
    ประการังสมอง

    CAMERA

    เกาะกันดำน้ำเป็นกลุ่มๆค่ะ ไกด์คอยชี้ให้ดู แต่เรามัวแต่ถ่ายรูป เลยไม่ค่อยได้ฟังว่าเจอ ปลาอะไรกันบ้าง ดำน้ำสักพัก ใครอยากเลิกก็ว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้เลย เพราะดำน้ำกันไม่ไกลจากฝั่ง หรือจะดำน้ำ กันจนเสร็จไกด์พาขึ้นฝั่งก็ได้ค่ะ

    rachamaiton64

    พอขึ้นฝั่งปั๊บ หิวอีกแล้ว แดด แบบนี้ ขออะไรเย็นๆ มาดื่มให้ชื่นใจสักหน่อย เลยไปสั่งน้ำกีวีปั่น มาดื่ม มีเจ้าหน้าที่ของ Love Andaman บริการปั่นให้ โอ้… เย็นชื่นใจดีจริงๆ ตามด้วยไอศครีมอีกนิดหน่อย

    rachamaiton65

    ตามด้วย โอวต่าว ใส่น้ำแดงนมข้น เย็นชื่นใจ

    rachamaiton66

    ไอศครีมซุบข้าวโพดหวานๆเค็มๆมันๆ อร่อยดี

    rachamaiton93

    นั่งพักสักพัก ใครอยากไปขึ้นจุดชมวิว ก็ตามไกด์ไปได้ ส่วนเราขอนั่งพักข้างล่างชมวิวเพลินๆดีกว่า ไม่ใช่อะไรหรอก มัวแต่หาขนมทาน เลยตามเค้าขึ้นไปกันไม่ทัน อิอิ จากนั้น ประมาณ บ่ายสาม กว่าๆ เรือมารับแล้ว ก็ได้เวลากลับ เดินผ่าน จุดจอด ฮอล.

    rachamaiton94

    ไปแล้วหน่ะ เกาะไม้ท่อน วันนี้สนุกมาก ไว้มีโอกาสจะมาใหม่

    rachamaiton95

    นั่งเรือผ่านเรือบรรทุกสินค้า ลำใหญ่มาก

    rachamaiton96 rachamaiton97

    และแล้วก็มาถึงท่าเรือ โดยสวัสดิภาพ

    สรุปนะค่ะ ชอบมากๆเลยค่ะ กับทริป เกาะราชา-เกาะไม้ท่อน เพราะว่าเราได้ไปเกาะราชาตั้งแต่เช้า คนยังน้อยอยู่ แดดก็อ่อนๆ ไม่ร้อนมาก ทำให้ทะเลสวยใส น้ำไม่ขุ่นจากเรือ หาดคนน้อย เล่นน้ำสะดวก วิ่งเล่นบนทางเดินบนทะเลได้อย่างสบายไม่ไปรบกวนใคร

    เรื่องอาหารก็เต็มที่ ไม่มีอด มีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวตลอด ซึ่งจุดนี้สร้างความประทับใจให้มากๆ

    การเดินทางก็สะดวกสบาย ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง ใช้เวลาเดินทางไม่ไกล จากฝั่งไปเกาะ จากเกาะกลับฝั่ง มีเวลากลับไปพักผ่อนที่โรงแรมต่อได้อีก
    เป็นทริปที่ สนุก สบาย อิ่ม อร่อย มากค่ะ…..

    ใครสนใจไปเที่ยว One day trip เกาะราชา-เกาะไม้ท่อน หรือยากไปเกาะอื่นๆ สามารถเข้าไปชมรายละเอียดและสอบถามกันได้ที่
    https://www.facebook.com/loveandaman

    line id : @loveandaman

    ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชม ค่ะ ชอบใจยังไง กด like กด share กันได้นะค่ะ

     

     

  • ช้อป ชิม ชิล เที่ยวเกาะเกร็ด นนทบุรี

    ช้อป ชิม ชิล เที่ยวเกาะเกร็ด นนทบุรี

    ko-kret-tour-thailand

    Movetrip ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อนวันหยุดหนึ่งวัน กินเที่ยวกันแบบชิลๆ ช้อป ชิม ชิล เที่ยวเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เกาะเกร็ด (Ko Kret) เป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เกาะเกร็ดนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งที่เดินทางสะดวก และมีของกินอร่อยๆ ให้เลือกชิมเลือกช้อปมากมาย อาทิเช่น ทอดมันหน่อกะลา ดอกไม้ทอด ข้าวแช่ ขนมจีน ส่วนขนมหวานอย่าง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น ขนมไข่ปลา ปั้นสิบ และของฝากอีกมากมาย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเกาะเกร็ด ได้แก่ วัดปรมัยยิกาวาส วัดไผ่ล้อม วัดเสาธงทอง วัดฉิมพลีสุทธาวาส หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา ศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ

    เกาะเกร็ดยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำชมวิถีชิวิตธรรมชาติทัวร์รอบเกาะเกร็ด (Ko Kret tour) เริ่มต้นจากล่องเรือเข้าคลองขนมหวาน ชมการทำขนมชนิดต่างๆ ไหว้พระขอพร ทานอาหาร ชมบ้านผ้าบาติค และหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา วันเสาร์ – อาทิตย์ เรือออก 10.00 – 17.00 น. วันธรรมดา เรือออก 13.00 น. มี 1 รอบ ราคาค่าเรือโดยสาร ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 90 นาทีต่อรอบ ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือชมวิวทิวทัศน์ท่องเที่ยวรอบเกาะเกร็ดแบบเพลินๆ ก็จัดเตรียมตัวกันไว้เลย

    ชมเกาะเกร็ดรีวิวแบบคร่าวๆ กันเลยดีกว่า

    ko-kret-tour-thailand-1

    รอขึ้นเรือที่ท่าเรือวัดสนามเหนือ เพื่อไปขึ้นเกาะเกร็ดที่วัดวัดปรมัยยิกาวาส

    ko-kret-tour-thailand-6

    บรรยากาศบนเรือ คนไม่เยอะมาก

    ko-kret-tour-thailand-7

    ชมวิวรอบๆ กันก่อน

    ko-kret-tour-thailand-8

    ได้เวลาออกเรือกันแล้ว

    ko-kret-tour-thailand-4

    เจ็ตสกีก็มากับเค้าด้วย

    ko-kret-tour-thailand-9

    ko-kret-tour-thailand-5

    ระหว่างนั่งเรือก็ชมวิวไปเรื่อยๆ อากาศเย็นกำลังดี

    ko-kret-tour-thailand-3

    พระเจดีย์มุตา (เจดีย์เอียง) เอกลักษณ์โดดเด่นที่คุ้นตาของเกาะเกร็ด

    ko-kret-tour-thailand-10

    ยินดีต้อนรับสู่ เกาะเกร็ด เกาะศีล ๕

    ko-kret-tour-thailand-11

    มาถึงแล้ว วัดปรมัยยิกาวาส

    ko-kret-tour-thailand-12

    ko-kret-tour-thailand-13

    ชำระค่าโดยสารคนละ 2 บาท ที่นี่ค่ะ

    ko-kret-tour-thailand-14

    ใครสนใจปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะเกร็ด มีจักรยานให้เช่า 40 บาท ตลอดทั้งวัน

    ko-kret-tour-thailand-15

    เดินมาเจอเมนูของทอดมากมาย เลยขอเก็บภาพไว้หน่อย

    ko-kret-tour-thailand-16

    ผังเกาะเกร็ด Ko Kret

    ko-kret-tour-thailand-17

    วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เป็นวันศูนย์กลางของชุมชนมอญมาตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดปากอ่าว มีชื่อเรียกในภาษามอญว่า “เพียะมุเกี๊ยะเติ้ง” หมายถึงวัดหัวแหลม ซึ่งเป็นชื่อเดิมของเกาะเกร็ด วัดนี้ยังคงมีโบราณวัตถุสมัยอยุธยาตอนปลาย ได้แก่ พระพุทธไสยาสน์ ธรรมาสน์ และบุษบก ซึ่งภายในวิหารมีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะพิเศษกว่าที่อื่น เป็นที่ประดิษฐาน ‘พระนนทมุนินท์” พระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรี และมีพระไตรปิฎกฉบับภาษามอญฉบับแรกของประเทศไทย ในวัดมีต้นสามกษัตริย์โดยมีต้นโพธิ์ ต้นไทร และต้นหว้าขึ้นอยู่รวมกัน ร้อยรัดพันเกลียวอายุกว่า ๑๐๐ ปี และมีพระเจดีย์มุเตา (เจดีย์เอียง) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของเกาะเกร็ดแห่งนี้

    ชื่อวัดปรมัยยิกาวาส มาจากพระนามของพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระอัยยิกา (ยาย) ทรงเป็นผู้รับปฎิสังขรณ์อาคารเสนาสนะต่างๆ ตามคำกราบทูลของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซี่งได้เสด็จมาทรงทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดแห่งนี้ ในปี พ.ศ. ๒๔๑๗

    งานบุญประเพณีสำคัญของวัดปรมัยยิกาวาส ได้แก่ งานสงกรานต์ มีการทำข้าวแช่ แห่หงส์-ธงตะขาบ เล่นสะบ้า สรงน้ำพระภิกษุ และระหว่างวันที่ ๑ – ๓๐ เมษายน มีการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุและพระบรมมหารามัญเจดีย์ นอกจากนี้ยังมีการตักบาตรชอนธูป เนื่องในวันออกพรรษาอีกด้วย

    ko-kret-tour-thailand-18

    ko-kret-tour-thailand-19

    ศาลาริมน้ำ วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร

    ko-kret-tour-thailand-20

    เรือธนาคารออมสิน พร้อมบริการ

    ko-kret-tour-thailand-21

    ทอดมันหน่อกะลา อาหารขึ้นชื่อบนเกาะเกร็ด

    ko-kret-tour-thailand-22

    จัดไปเต็มคำกับ ทอดมันหน่อกะลา

    ko-kret-tour-thailand-23

    ผัดทอด ดอกไม้ทอด ลองชิมกันดูอร่อยฟิน

    ko-kret-tour-thailand-24

    ผลไม้ดองมากมาย แวะชิมกันก่อนได้จ้า

    ko-kret-tour-thailand-25

    ลูกชิ้นหมูปิ้ง ไม้ละ 5 บาท แวะอุดหนุนกันได้

    ko-kret-tour-thailand-26

    เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอป้ายบอกทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเกาะเกร็ด

    ko-kret-tour-thailand-27หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบปี พ.ศ. 2558 ตำบลเกาะเกร็ด

    ko-kret-tour-thailand-28

    ร้านขายเสื้อยืดที่ระลึก เกาะเกร็ด เลือกช้อปกันได้เลย

    ko-kret-tour-thailand-29

    ยังคงเห็นคนเดินช้อปปิ้งซื้อของกันอยู่ตลอดทาง

    ko-kret-tour-thailand-30

    ขนมจีนน้ำเงี้ยว, เขียวหวานไก่, น้ำยาป่า, น้ำยากะทิ, ข้าวซอยน่องไก่, ส้มตำ, ไก่ทอด ใครกำลังหิวแวะเลย

    ko-kret-tour-thailand-31

    ko-kret-tour-thailand-32

    จัดไปอีกหนึ่งร้าน ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แสนอร่อย เชิญแวะชิมกันก่อนค่ะ

    ko-kret-tour-thailand-33

    ko-kret-tour-thailand-34

    เครื่องปั้นดินเผารูปแบบต่างๆ

    ko-kret-tour-thailand-35

    แก้วน้ำวางเรียงราย หลากหลายแบบ ให้เลือกมากมาย

    ko-kret-tour-thailand-36

    หัตถกรรมพื้นบ้านผ้าบาติค

    ko-kret-tour-thailand-37

    ขนมไข่ปลา ลองชิมกันดูก่อน ขายกล่องละ 20 บาท

    ko-kret-tour-thailand-38

    ลูกชุบ หลากหลายสีสัน หน้าตาน่ารับประทานมาก ขายลูกละ 2 บาท

    ko-kret-tour-thailand-39

    ใครชอบขนมจ่ามงกุฏก็มีซื้อฝากกลับบ้านกันได้ ขายลูกละ 9 บาท

    ko-kret-tour-thailand-40

    ใครเดินช้อปแล้วเมื่อย อยากผ่อนคลายแวะใช้บริการได้ที่นวดอิงน้ำ Ing Nam Massage

    ko-kret-tour-thailand-41

    ที่นี่ยังมีเมนูขนมปังปิ้งและเครื่องดื่ม นั่งพักทานกันชิลๆ ในบรรยากาศริมแม่น้ำ ชอบเมนูไหนสั่งทานกันตามสบาย

    ฮันนี่ โทสต์, ฟรุ๊ตตี้ ฮันนี่ โทสต์, คาราเมลกล้วยหอม โทสต์, ช็อคโกแลตนูเทลล่า โทสต์, ช็อคโกแลตเฟอเรโร่ โทสต์, พีนัทบัตเตอร์ โทสต์, ช็อคโกแลต โทสต์, ช็อคโกแลต ฟองดู, ช็อคโกแลต ลาวา, ฟรุ๊ตตี้ ฮันนี่ แพนเค้ก, ช็อคโกแลตซันเด แพนเค้ก, ฟรุ๊ตตี้แพนเค้ก เครื่องดื่มเย็นแนะนำ มะนาว โซดา, บลู โซดา, ชาผลไม้, อิตาเลียน โซดา เซ็ท

    ko-kret-tour-thailand-42

    ขนมสอดไส้ (ใส่ไส้), หม้อแดงถ้วยทอง, หยกมณี, พระพาย, ขนมหัวล้าน, หม้อตาล, กระเช้าสีดา ขายเพียงชิ้นละ 5 บาท

    ko-kret-tour-thailand-43

    ร้านทำป้าย ชื่อ อักษร ตามสั่งเลยจ้า

    ko-kret-tour-thailand-44

    ใครที่ชอบเครื่องปั้นดินเผา แวะช้อปของฝากสวยๆ ก่อนกลับได้

    ko-kret-tour-thailand-45

    ของที่ระลึกราคาย่อมเยาว์ ช้างไม้ตัวละ 25 บาท งานฝีมือดีจริงๆ

    ko-kret-tour-thailand-46

    งานไม้ก็มีให้เลือกกันตามใจชอบ

    ko-kret-tour-thailand-52

    อีกร้านขายของที่ระลึกเก๋ๆ และเทียนหอมต่างๆ

    ko-kret-tour-thailand-47

    เหนื่อยแล้วขอพักจิบกาแฟ และเฉาก๊วย 25 บาทเท่านั้น ร้านนี้แนะนำเลย! ไม่มีรูปมาฝากแต่รับรองอร่อยฟิน

    ko-kret-tour-thailand-48

    อีกมุมของร้าน นั่งชิลสบายๆ ริมแม่น้ำ

    ko-kret-tour-thailand-49

    บรรยากาศยามเย็น มันช่างดีอะไรแบบนี้ ร้านตรงข้ามเป็นร้านข้าวแช่

    ko-kret-tour-thailand-59

    ใครชื่นชอบข้าวแช่ แวะร้านนี้เลย “ข้าวแช่ลุงแดง”

    ko-kret-tour-thailand-50

    หลังจากพักดื่มน้ำกันแล้ว เดินมาเรื่อยๆ ก็จะถึง วัดไผ่ล้อม

    ko-kret-tour-thailand-51

    ร้านค้าที่นี่จะปิดราว 17.00 น. โดยประมาณ เนื่องจากเรามาถึงค่อนข้างเย็น ด้วยเวลามีจำกัดร้านค้าก็เริ่มปิดแล้วส่วนใหญ่ แต่ก็พอมีเวลาเดินชมความงามของเกาะเกร็ด ถึงจะเดินไปได้ไม่ครบทั้งหมดแต่โดยรวมแล้วก็ประทับใจมาก

    ko-kret-tour-thailand-53

    Coffee Art Gallery เกาะเกร็ด มาถึงร้านปิดพอดี เลยทำได้แค่เก็บภาพบรรยากาศชิลๆ มาฝากกัน

    ko-kret-tour-thailand-54

    ร้านกาแฟตกแต่งด้วยโทนสีขาวทั้งโต๊ะและเก้าอี้ โดยรวมบรรยากาศดี น่านั่ง

    ko-kret-tour-thailand-55

    ko-kret-tour-thailand-56

    ko-kret-tour-thailand-57

    มุมน่ารักๆ สำหรับเก็บภาพประทับใจที่ เกาะเกร็ด แล้วเราจะกลับมาใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน

    ko-kret-tour-thailand-58

    สำหรับใครสนใจท่องเที่ยวเดินทางไปยังเกาะเกร็ด การเดินทางไม่ยุ่งยาก สะดวกสบาย สามารถเดินทางไปเกาะเกร็ดได้ตามช่องทางที่สะดวกดังนี้

    การเดินทางไปเกาะเกร็ดโดย รถยนต์ : เดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางถนนแจ้งวัฒนะ ตรงไปจนถึงห้าแยกปากเกร็ด ผ่านโรงหนังเมเจอร์ฮอลลีวู้ด แจ้งวัฒนะ ตรงไปอีกเล็กน้อย ชิดซ้ายเลี้ยวซ้ายทางเข้าวัดสนามเหนือ สามารถจอดรถได้ในบริเวณวัดสนามเหนือ ค่าบริการที่จอดรถฟรี แล้วเดินไปขึ้นเรือข้ามฟากเพื่อไปยังเกาะเกร็ดที่วัดปรมัยยิกาวาส เรือบริการระหว่างเวลา 05.00 – 21.30 น. ค่าโดยสารคนละ 2 บาท ไปกลับคนละ 4 บาท

    การเดินทางไปเกาะเกร็ดโดย รถโดยสารประจำทาง : นั่งรถประจำทางสาย 104 ให้ลงก่อนป้ายโลตัส เอ็กซ์เพรส แล้วเดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดสนามเหนือ (ถนนสุขาประชาสวรรค์) หากสะดวกเดินก็ไม่ไกลมาก หรือจะเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือ สามล้อ ไปที่วัดสนามเหนือก็ได้ ค่าโดยสารต่อคนประมาณ 10 บาท

    แผนที่เกาะเกร็ด (Ko Kret Map) คลิกเลย

    หากเพื่อนๆ ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวเกาะเกร็ด อย่าลืมกด Like แชร์หรือร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ที่นี่

  • เที่ยวชมความสวยงามของทะเลสาบทุ่งกุลา จ. สุรินทร์

    เที่ยวชมความสวยงามของทะเลสาบทุ่งกุลา จ. สุรินทร์

    แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดสุรินทร์ ทะเลสาบทุ่งกุลา คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ทะเลสาบทุ่งกุลา เป็นพื้นที่ของทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ ต่อมาได้รับการปรับปรุงมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งใหม่ของชาวสุรินทร์และในจังหวัดใกล้เคียง ให้สามารถท่องเที่ยวชมความสวยงามของทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ที่บอกได้คำเดียวว่า ทะเลสาบทุ่งกุลาน้ำใสสีครามเหมือนน้ำทะเล สวยงาม น่าประทับใจ ภายในบริเวณของทะเลสาบทุ่งกุลายังมีร้านค้าให้บริการอาหารและเครื่องดื่มราคาไม่แพงมีให้เลือกมากมายกว่าร้อยร้านค้า ทั้งเมนูส้มตำ ไก่ย่าง ลูกชิ้น ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ของฝากพื้นบ้านและอีกมากมาย มีซุ้มนั่งไว้ให้บริการตลอดแนว คุณยังสามารถเช่าแพล่องไปตามทะเลสาบพร้อมชมวิวสวยๆ และรับประทานอาหารในบรรยากาศสบายๆ กันได้อีกด้วย

    สำหรับกิจกรรมทางน้ำสามารถสนุกสนานกันได้อย่างเพลิดเพลิน ได้แก่ บานาน่าโบ๊ท เรือปั่น ห่วงยาง รับรองได้ว่าสนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัว มีร้านขายของที่ระลึกเสื้อยืดของฝาก และยังมีอุปกรณ์สำหรับเล่นกิจกรรมทางน้ำจำหน่ายอีกด้วย การเดินทางมายังทะลสาบทุ่งกุลาสะดวกสบาย มีบริการที่จอดรถฟรีและกว้างขวาง มีศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนและถ่ายรูปชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบทุ่งกุลาที่สวยงามแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้มาเที่ยวกันในจังหวัดสุรินทร์

    ลองมาชมบรรยากาศกันเลยดีกว่า

    Tung-kula-lake-chumponburi-surin

    ทางเข้ามาจะพบป้ายทะเลสาบทุ่งกุลาขนาดใหญ่

    Tung-kula-lake-chumponburi-surin-2

    ชมบรรยากาศของทะเลสาบน้ำใสสีคราม วิวสวย เหมือนนั่งพักผ่อนอยู่ริมทะเล

    Tung-kula-lake-chumponburi-surin-3

    ล่องแพรับประทานอาหารกันแบบชิลๆ บอกได้เลยว่าบรรยากาศดีมาก

    Tung-kula-lake-chumponburi-surin-7

    สนุกสนานสุดมันกับการเล่น บานาน่าโบ๊ท

    Tung-kula-lake-chumponburi-surin-4

    เด็กๆ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน แถมยังได้เพลิดเพลินกับเรือปั่น

    Tung-kula-lake-chumponburi-surin-5

    Tung-kula-lake-chumponburi-surin-6

    หากใครไม่รู้จะไปไหน วันหยุดนี้แนะนำครอบครัวให้มาเที่ยวทะเลสาบทุ่งกุลา ทะเลสาบน้ำจืดที่สวยงาม ที่เที่ยวเมืองไทยที่คุณไม่ควรพลาด

    ทะเลสาบทุ่งกุลา (Tung Kula Lake)

    ที่อยู่ : ต. ไพรขลา อ. ชุมพลบุรี จ. สุรินทร์ 32190 ประเทศไทย

    เปิดบริการทุกวัน  ดูแผนที่

    แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในวังน้ำเขียว Village Farm &Winery พักผ่อนสุขสงบ ท่ามกลางไร่องุ่น

  • เที่ยวตลาดน้ำขวัญเรียม ตลาดน้ำกลางกรุงริมคลองแสนแสบ

    เที่ยวตลาดน้ำขวัญเรียม ตลาดน้ำกลางกรุงริมคลองแสนแสบ

    Kwan-Riam Floating Market Bangkok

    ตลาดน้ำขวัญเรียม (Kwan-Riam Floating Market) ตลาดน้ำกลางกรุงริมคลองแสนแสบ มาสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำกลางกรุงเทพฯ ตลาดน้ำขวัญเรียมแห่งนี้มีบรรยากาศแสนสบายและร่มรื่น จุดกำเนิดของชื่อตลาดน้ำมาจากอมตะนิยายเรื่อง แผลเก่า ตัวเอกพระนางในเรื่องคือขวัญและเรียม คุณสามารถใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับครอบครัวได้ทั้งวันที่ตลาดน้ำขวัญเรียมแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งรวมอาหารพื้นบ้านอาหารยอดนิยมของไทย ผลไม้ ขนมหวานแสนอร่อย หรือจะคลายร้อนด้วยไอศกรีมกะทิสด และของอร่อยอีกมากมาย แหล่งช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เดินเล่นถ่ายรูปกันเพลินๆ บนสะพานเรือซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตลาดน้ำแห่งนี้ จะพบเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาท่องเที่ยวชมประเพณีวิถีชีวิตอันงดงามเรียบง่ายริมน้ำ ส่วนกิจกรรมที่จัดแสดงมีการละเล่นไทย การรำไทยที่สวยงาม สำหรับใครที่สนใจทำบุญตักบาตรทางน้ำ ที่นี่ยังมีกิจกรรมยามเช้าให้ร่วมทำบุญตักบาตรพระทางเรือ ทุกเสาร์และอาทิตย์ เวลา 7.30 น. – 8.00 น.

    การเดินทางมายังตลาดน้ำขวัญเรียมเดินทางง่ายสะดวกสบาย อยู่ไม่ไกล สามารถเดินทางมาทั้งจาก ฝั่งวัดบำเพ็ญเหนือ โดยใช้ถนนสุขาภิบาล 2 มายังซอยเสรีไทย 60 และ วัดบางเพ็งใต้ โดยใช้ถนนรามคำแหง มายังซอยรามคำแหง 187 บริเวณตลาดน้ำมีที่จอดรถไว้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน

    kwan-riam-floating-market-bangkok-1

    ป้ายตลาดน้ำ ขวัญ-เรียม ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางตลาด

    kwan-riam-floating-market-bangkok-6

    ผู้คนเยอะแยะมากมาย

    kwan-riam-floating-market-bangkok-7

    kwan-riam-floating-market-bangkok-9

    บ๊ะจ่าง อร่อยแน่นเต็มคำ

    kwan-riam-floating-market-bangkok-10

    ขนมหวาน เชิญทางนี้จ้ะ

    kwan-riam-floating-market-bangkok-11

    มุมนี้ถ่ายรูปด่วน 150 บาท รูปขาวดำแบบโบราณคลาสสิค แชะแล้วรอรับได้เลย

    kwan-riam-floating-market-bangkok-8

    เหล่าฮีโร่ของคุณหนู

    kwan-riam-floating-market-bangkok-12

    kwan-riam-floating-market-bangkok-13

    พาคุณหนูขี่ม้าชมตลาด นอกจากนี้ยังมีสัตว์หาดูยากให้ชมกันอีกมากมาย มาเที่ยวที่เดียวคุ้ม

    kwan-riam-floating-market-bangkok-14

    kwan-riam-floating-market-bangkok-22

    kwan-riam-floating-market-bangkok-23

    kwan-riam-floating-market-bangkok-24

    kwan-riam-floating-market-bangkok-2

    ชมบรรยากาศริมสองฝั่งของตลาดน้ำขวัญเรียม

    kwan-riam-floating-market-bangkok-3

    kwan-riam-floating-market-bangkok-4

    kwan-riam-floating-market-bangkok-32

    สะพานเรือ เป็นมุมถ่ายรูปเซลฟี่ ยอดนิยมของที่นี่

    kwan-riam-floating-market-bangkok-15

    kwan-riam-floating-market-bangkok-5

    ที่นี่ยังมีเรือบริการนำนักท่องเที่ยวชมบรรยากาศริมน้ำ

    kwan-riam-floating-market-bangkok-16

    มีการแสดงรำไทยให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันเพลินๆ

    kwan-riam-floating-market-bangkok-17

    kwan-riam-floating-market-bangkok-18

    kwan-riam-floating-market-bangkok-19

    kwan-riam-floating-market-bangkok-20

    ตุ๊กตาชุดโมเดลญี่ปุ่น น่ารักน่าเก็บสะสม

    kwan-riam-floating-market-bangkok-21

    kwan-riam-floating-market-bangkok-25

    kwan-riam-floating-market-bangkok-27

    kwan-riam-floating-market-bangkok-27

    อาหารทะเลสดๆ ปิ้งย่าง มีให้เลือกทานกันตามสะดวก

    kwan-riam-floating-market-bangkok-31

    kwan-riam-floating-market-bangkok-28

    เย็นตาโฟเส้นปลา รสชาติดี ที่มีให้เลือกเส้นหลากหลายสีสัน

    kwan-riam-floating-market-bangkok-29

    ข้าวเหนียวมะม่วง หอมหวานอร่อยถูกใจ

    kwan-riam-floating-market-bangkok-30

    หากใครไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ลองชวนครอบครัวหรือคนรู้ใจไปเดินเล่นช้อปชิมชิลของอร่อยกันได้ที่ ตลาดน้ำขวัญเรียม ตลาดน้ำกลางกรุงไม่ใกล้ไม่ไกล ริมคลองแสนแสบ

    แนะนำสถานที่เที่ยวตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ ชิมอาหารอร่อย สัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายที่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

    Kwan-Riam Floating Market

    ตลาดน้ำขวัญเรียม

    ที่อยู่ : 45 ซอยรามคำแหง 187 แยก 1-4, แขวงมีนบุรี, เขตมีนบุรี, กรุงเทพฯ 10510 ประเทศไทย

    โทร : +6683 056 1903

    เปิดบริการ : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 6.00 น. – 18.00 น.

    เว็บไซต์ : kwan-riamfloatingmarket.com  ดูแผนที่