Category: Suratthani

Movetrip in Suratthani รีวิวแนะนำ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เส้นทางท่องเที่ยวเมืองสุราษฎร์ธานี

    ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เส้นทางท่องเที่ยวเมืองสุราษฎร์ธานี

    5shrines-9temples-plus4-surat-thani

    ขอแนะนำกิจกรรมท่องเที่ยวเมืองสุราษฎร์ธานี ไหว้สิ่งศักสิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เสริมโชคชะตาราศี ไหว้เจ้าขอโชคลาภให้ประสบความสำเร็จ สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนา เสริมสร้างกำลังใจเพิ่มพลังชีวิต และเป็นการแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวของเมืองสุราษฎร์ธานี โดยความร่วมมือของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี องค์การบริการส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านดอน ลองชิมอาหารเมืองคนดี เสริมโชคชะตาราศี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 โดยจุดเริ่มต้นจากศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดเป็นที่แรก แล้วไปต่อที่วัดไตรธรรมาราม กราบพระโพธิพุทธคยานุสรณ์ เสมือนกราบพระพุทธเจ้าตอนตรัสรู้ ณ ประเทศอินเดีย ต่อที่วัดธรรมบูชากราบพระประธานองค์เดียวที่มีพระปรมาภิไธย ย่อ ภปร. แล้วไปที่ท่าเรือนอนไปเกาะสมุยไหว้เทพเจ้าปึงเถ่ากงที่เก่าแก่ แล้วออกไปไหว้หลวงพ่อฉุยแห่งวัดไทร ชมศาลาการเปรียญไม้ 2 ชั้น ต่อด้วยวัดกลางกราบสังขารพระมหายุตในโลงแก้ว พร้อมชมความงามของซุ้มประตู ปิยสุวรรณรังษี แล้วไปชมรังนกนางแอ่นพร้อมไหว้เจ้าแม่ทับทิม ที่ศาลเจ้าไหหลำ

    ต่อจากนั้นไปไหว้เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกง ที่ตำหนักอ๋องฮกเกี้ยน แล้วไปไหว้พระอรหันต์จี้กงของมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม “เต็กก่า จีซูเกาะ” สุราษฎร์ธานี  แวะไปไหว้หลวงพ่อแดงและองค์พระโยก ที่วัดพระโยค แล้วไปไหว้หลวงพ่อพัฒน์พร้อมกับประธานทรงเครื่องขัตติยราชแบบกษัตริย์ที่วัดพัฒนาราม

    แล้วมากราบขอพรจากพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่แกะสลักจากหินแกรนิตขาวทั้งองค์ ณ มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน แล้วไปกราบหลวงปู่ไต่ฮงกงที่มูลนิธิกุศลศรัทธา ต่อไปยังวัดสามัคคีไหว้พระประธานในโบสถ์สองชั้นที่ใช้ศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่สวยสดงดงาม ต่อไปกราบเกจิอาจารย์ หลวงพ่อกล่อมแห่งวัดโพธาวาส แล้วไปกราบพระประธานโลสถ์สีขาวทั้งหลังแห่งเดียวของเทศบาลสุราษฎร์ธานีที่วัดกลางใหม่ หลังจากนั้นไปชมทิวทัศน์ของเมืองบ้านดอนบนยอดเขาท่าเพชร สักการะพระธาตุศรีสุราษฎร์ พระธาตุที่ชาวสุราษฎร์ธานีร่วมกันก่อสร้างเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วชวนกันไปกราบเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ ปากน้ำบ้านดอน ก่อนกลับแวะทานอาหารทะเลขึ้นชื่อที่ปากน้ำบ้านดอน สุราษฎร์ธานี

    ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ศาลเจ้า 9 วัด Plus 4 เมืองสุราษฎร์ธานี

    1 ศาลเจ้าปึงเถ่ากง

    1ศาลเจ้าปึงเถ่ากง

    ศาลเจ้าปึงเถ่ากง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าศาลเจ้าแต้จิ๋ว มีประวัติโยงมาจากช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในสมัยนั้นเป็นผู้ร่วมก่อสร้าง สันนิษฐานน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 230 ปี

    ภายในมีองค์เทพเจ้าปึงเถ่ากง เป็นองค์ประธาน พร้อมด้วย เทพเจ้าปึงเถ่าม่า เทพเจ้ากวนอู เจ้าแม่ทับทิม พระแม่ธรณี องค์ตั๋วแป๊ะกงและยี่แป๊ะกง ด้านหน้าจะมีทีตี่แปบ้อ หรือเสาทีกงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ด้านหน้าของศาลเจ้า

    หลายคนที่ประสบความสำเร็จมักจะมาแก้บนด้วยประทัด งิ้ว สุราหรือหนังตะลุง

    โดยจะมีงานประจำปี 2 ครั้ง คือ ช่วงเทศกาลง่วนเซียว หรือช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน 15 วัน และเทศกาลตงชิว หรือเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยในวันไหว้พระจันทร์นี้ยังเป็นวันเกิดขององค์เทพเจ้าปึงเถ่ากงด้วย

    หากมาในช่วงเย็นใกล้กับศาลเจ้าแห่งนี้จะมีตลาดยามค่ำ มีนักท่องเที่ยวแวะหาอะไรกินรองท้องก่อนจะเดินทางไปกับเรือนอนเพื่อไปเกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพงัน

    กิจกรรมห้ามพลาด : การเสี่ยงเซียมซี ปั้วป้วย และฝากดวงสะเดาะเคราะห์

    ที่ตั้ง : ถนนบ้านดอนตรงข้ามท่าเรือนอนไปเกาะสมุย

    2 ศาลเจ้าไหหลำ

    2ศาลเจ้าไหหลำบ้านดอน

    ศาลเจ้าไหหลำ บ้านดอน เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนเชื้อสายไหหลำ ได้ร่วมกันก่อสร้างมาตั้งแต่ครั้งแรกเริ่มมาตั้งหลักปักฐานในบ้านดอน ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ฮินฮ้าว, เทียนโหวเซี้ยบ้อ, หม่าโจ้ว, ม่าโจ้วโป๋ แล้วแต่สำเนียงจีนที่ออกเสียง) เป็นองค์ประธานของศาลเจ้าไหหลำ บ้านดอน พร้อมด้วยเทพเจ้ากวนอู พระโพธิสัตว์กวนอิม เทพเจ้าเฮียดีก๋ง ประทับอยู่บนแท่นสักการะภายในศาล

    นอกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำภายในศาลเจ้าแล้ว ยังมีนกนางแอ่น มาทำรังอยู่ใต้หลังคาของศาลเจ้าไหหลำ เป็นที่สะดุดตาของผู้คนที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้คนที่มาพบเห็น เป็นการรวบรวมกันของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติของนกอย่างลงตัว

    ศาลเจ้าไหหลำอยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือประมงหรือที่เรียกว่าสะพานปลา ช่วงเช้าชมวิถีชีวิตชาวประมง และเลือกซื้อสินค้าอาหารพื้นบ้านที่ตลาดสด กอบกาญจน์ตลาดยามเช้าที่เก่าแก่ของบ้านดอนที่อยู่ใกล้ๆ กัน

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้เจ้าแม่ทับทิมและชมรังนกนางแอ่นธรรมชาติ

    ที่ตั้ง : ถนนต้นโพธิ์ใกล้กับท่าเทียบเรือประมง

    3 ศาลเจ้าฮกเกี้ยน

    3ศาลเจ้าฮกเกี้ยน

    ตำหนักอ๋องฮกเกี้ยน หรือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยน เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนฮกเกี้ยนได้ร่วมกันก่อสร้างมาตั้งแต่ครั้งอดีตภายในศาลมีองค์เทพเจ้าแลฮู่อ๋องเอียกง ที่ได้อัญเชิญมากจากเมืองเอเหมิง มณฑลฮกเกี้ยนจำนวน 3 องค์ (3 พี่น้อง) เป็นองค์ประธานและต่อมาได้อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทับทิม มาประดิษฐานเพิ่มเติม

    ต่อมา พ.ศ. 2550 ได้มีการบูรณะศาลเจ้าใหม่พร้อมทั้งมีการตั้งชื่อศาลตามภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า “ซุน ฮก เก็ง” แปลว่า “ตำหนักแห่งโชคลาภและความร่มเย็น” พร้อมกันนี้ได้เปลี่ยนชื่อภาษาไทยที่หน้าศาลจากเดิมชื่อ “ศาลเจ้าฮกเกี้ยนสุราษฎร์ธานี” เป็น ตำหนักอ๋องฮกเกี้ยนบ้านดอน” ดั่งเช่นปัจจุบัน ด้านหน้าศาลจะมีเสามังกรพ่นน้ำ ที่เปรียบเสมือนน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์จากมังกรด้วย

    เยื้อง ๆ กับตำหนักอ๋องฮกเกี้ยนแห่งนี้จะมีร้าน ยกเข่ง ร้านโล้งโต้งขึ้นชื่อของบ้านดอน ที่มักจะมีผู้คนแวะเวียนกันมาอย่างเนืองแน่น

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกง รับน้ำมนต์จากเสามังกร

    ที่ตั้ง : ถนนต้นโพธิ์ตรงข้ามศาลเข้าไหหลำ

    4 ศาลเจ้าจี้กง

    4ศาลเจ้าจี้กง

    ศาลเจ้าจี้กง หรือ มูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม “เต็กก่า จีซูเกาะ” สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระโยค เป็นสมาชิกลำดับที่ 61 ของสมาคมสหมิตรการกุศล “เต็กก่า” แห่งประเทศไทย โดยประกอบพิธีเปิดศาลครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2543

    ภายในเทวสถานแห่งนี้ ประดิษฐานพระอรหันต์จี้กง เป็นองค์ประธานอยู่บน ชั้น 2 ของมูลนิธิฯ พร้อมด้วยเหล่าเทวาอาจารย์ พระเถระไต่ฮงกง พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้เคารพสักการะ

    ด้านข้างจะมีศาลเทพเจ้าแห่งโชคลาภหรือเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ยประดิษฐานเพื่อให้กราบไว้ขอโชคลาภด้วย

    ออกจากศาลเจ้าจี้กงแล้วลองแวะทานก๋วยเตี๋ยวโบราณ สท.ทะเล ที่เปิดขายกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อที่มาตั้งรกรกที่บ้านดอน

    กิจกรรมห้ามพลาด :  ไหว้พระอรหันต์จี้กง และเทพเจ้าแห่งโชคลาภ

    ที่ตั้ง : ถนนพุนพินตรงข้ามวัดพระโยค

    5 ศาลหลวงปู่ไต่ฮงกง

    5ศาลหลวงปู่ไต่ฮงกง

    หลวงปู่ไต่ฮงกง ท่านเป็นคนตระกูลลิ้ม เกิดที่เมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง สมัยราชวงศ์ซ่ง เมื่ออายุ 54 ปี ได้บวชเป็นพรพุทธศาสนาที่มณฑลฮกเกี้ยน

    มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ได้มีการอัญเชิญหลวงปู่ไต่ฮงกงมาเป็นองค์ประธาน ตั้งแต่ในอดีตที่ก่อตั้งโดยชาวจีนโพ้นทะเลในบ้านดอนที่รวมกันเป็นชมรมอย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เพื่อช่วยเหลือชาวจีนโพ้นทะเลและประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อและมีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2507

    นอกจากนี้ที่มูลนิธิกุศลศรัทธา ยังมีองค์เทพเจ้าต่างๆ และเทพเจ้าไท่สวยเอี้ย สำหรับฝากดวง แก้ปีชง แห่งเดียวในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ผู้คนหลั่งไหลไปฝากดวงแก้ปีชงอย่างไม่ขาดสายด้วย

    ออกจากมูลนิธิแห่งนี้แล้วตรงไปที่ซอยนกเขาถนนตรงด้านหน้าของมูลนิธิ จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวเกี๊ยวปลาไว้ให้ลิ้มชิมรสกันด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้หลวงปู่ไต่ฮงกง และฝากดวงแก้ปีชง

    ที่ตั้ง : ถนนภักดีอนุสรณ์ ใกล้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

    6 วัดไตรธรรมาราม

    6วัดไตรธรรมาราม

    วัดไตรธรรมาราม หรือวัดสามหม้าย พระอารามหลวง เป็นวัดที่พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จพระราชดำเนินมา ครั้งที่เสด็จประพาสหัวเมืองกาญจนดิษฐ ทางเรือพระที่นั่ง จากเกาะเส็ด ปากอ่าวบ้านดอน เสด็จมายังพลับพลาที่ประทับ ณ บ้านดอน อันเป็นที่ตั้งของหัวเมืองกาญจนดิษฐ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2432

    พระอุโบสถวัดอี้ จะมีการประดับรายนามพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ไว้เหนือประตูและหน้าต่างรอบพระอุโบสถ และมีรูปพระพุทธรูป ปางสมาธิหรือปางตรัสรู้ นามว่า “พระโพธิพุทธคยานุสรณ์” เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นมหาโพธิ์ เพื่อระลึกถึงตอนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อยู่ด้านหน้าของพระอุโบสถภายในมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย เพื่อนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ผู้กราบสักการะ

    ออกจากวัดไตรธรรมารามแล้วยังแวะไปเลือกซื้อสินค้าทางใต้บนตลาดสดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีได้อีกด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : กราบ “พระโพธิพุทธคยานุสรณ์”

    ที่ตั้ง : ถนนตลาดใหม่ ใกล้กับศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี

    7 วัดธรรมบูชา

    7 วัดธรรมบูชา

    วัดธรรมบูชา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ แห่งแรกของเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อนเรียกว่า “ที่พักสงฆ์ ดอนเลียบ” และขอเปลี่ยนชื่อต่อเสนาบดีมหาดไทย เป็น “วัดธรรมยุติการาม”

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2454 ได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “วัดธรรมบูชา” และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 พร้อมกับวัดพระบรมธาตุไชยา

    ภายในพระอุโบสถที่สร้างใหม่เมื่อ พ.ศ. 2525 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระประธานองค์เดียวในเมืองสุราษฎร์ธานีที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ให้อัญเชิญพระปรมาภิไธย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภปร. ประดิษฐานไว้ที่ฐานชุกชีและหน้าบันของอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วัดธรรมบูชาสืบมาจนถึงปัจจุบัน

    ออกจากวัดนี้แล้วสามารถแวะชิมก๋วยเตี๋ยวร้านเจนชวนชิม ร้านที่มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสายตลอดเวลา

    กิจกรรมห้ามพลาด : กราบขอพรพระประธานเสริมความเป็นมงคลในชีวิต

    ที่ตั้ง : ถนนตลาดใหม่ ใกล้โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

    8 วัดไทร

    8วัดไทร

    วัดไทร สันนิษฐานว่าน่าจะก่อสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ระหว่าง พ.ศ. 1300 ถึง 1800 โดยเชื่อมโยงกับวัดกลาง (เก่า) และวัดพระโยคที่อยู่ใกล้เคียงกัน

    มาวัดนี้หลวงพ่อฉุย (พระนุสรณ์ ธรรมศาสน์) อดีตเจ้าอาวาสแล้ว ไปชมศาลาการเปรียญไม้ 2 ชั้น ทั้งหลัง เก่าแก่อายุเกือบ 100 ปี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2475 เคยใช้เป็นสถานบันการศึกษาและสนามสอบของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองสาขาสุราษฎร์ธานี

    ที่สำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยึดเอาศาลาการเปรียญวัดไทรแห่งนี้ เป็นฐานบัญชาการรบในครั้งนั้นด้วย

    รอบกำแพงวัดบริเวณถนนตีเหล็กในช่วงเย็นของทุกวัน จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านค้าขายอาหารกันมากมาย เรียกติดปากว่า “ตลาดศาลเจ้า บ้านดอน”

    กิจกรรมห้ามพลาด : ขอพรหลวงพ่อฉุยและชมศาลาการเปรียญไม้เก่าแก่

    ที่ตั้ง : ถนนบ้านดอนติดกับตลาดศาลเจ้า บ้านดอน

    9 วัดกลาง

    9วัดกลาง

    วัดกลาง เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จประพาสหัวเมืองกาญจนดิษฐ ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2432 เสด็จทางเรือมายังวัดกลาง มีพระครูสุวรรณรังษี เจ้าอาวาสในขณะนั้น นั่งเรือไปรับเสด็จ ณ กลางแม่น้ำหน้าวัด ก่อนที่จะเสด็จมายังวัดกลางและใต้ พระราชทานปัจจัยในการบูรณะเสนาสนะเป็นเงิน 40 บาท ตามราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 20 หน้า 719

    อดีตเจ้าอาวาสวัดรูปที่ 5 พระมหายุติ ธมมวิริโย หลังจากที่ท่านได้มรณภาพลง สังขารของท่านกลับไม่น่าเปื่อย จึงมีการเก็บรักษาสังขารของท่านกลับไว้ในโลงแก้ว บนมณฑปเพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้กราบสักการะบูชา

    ที่สำคัญวัดกลาง ยังมีการสร้างซุ้มประตู “ ปิยสุวรรณรังษี” เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ 5 อย่างสวยงามอีกด้วย

    หากมาวัดแห่งนี้ในวันเสาร์จะมี “ถนนคนเดิน บ้านดอน” ให้เดินเลือกซื้อสินค้าและชมพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำตาปีอีกด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้พระมหายุติขอให้อายุมั่นขวัญยืน

    ที่ตั้ง : ถนนศรีตาปี ริมเขื่อนสะพานนริศ

    10 วัดพระโยค

    10วัดพระโยค

    วัดพระโยค ตำนานองค์พระโยคได้ วัดพระโยค เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดสระแก้ว เนื่องจากมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่บริเวณวัด เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งในเมืองสุราษฎร์ธานี สร้างใกล้เคียงกับวัดไทรและวัดกลาง ราว พ.ศ. 1300 ถึง พ.ศ. 1800

    มีตำนานของ องค์พระโยก ซึ่งเป็นองค์พระประธานในโบสถ์ของวัดว่าองค์พระประธานดังกล่าวสามารถโยกเยกไปมาได้ จึงเป็นที่ของชื่อวัดพระโยก ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระโยค แบบในปัจจุบัน

    วัดพระโยค เป็นวัดที่หลวงพ่อพัฒน์ท่านได้อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2430 ด้วย

    มาวัดนี้ไปกราบสักการะองค์พระโยก พระประธานในโบสถ์ และหลวงพ่อแดง อดีตเจ้าอาวาสบนมณฑปผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา

    ออกจากวัดนี้ลองไปชิมข้าวผัดปูของ อรรถ เยาวราช ข้าวผัดปูและกระเพาะปลาน้ำแดงสูตรเยาวราชที่อยู่ด้านข้างวัดด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้องค์พระโยกขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

    ที่ตั้ง : ถนนศรีพุนพินตรงข้ามศาลเจ้าจี้กง

    11 วัดพัฒนาราม

    11วัดพัฒนาราม

    วัดพัฒนาราม พระอารามหลวง หรือ วัดใหม่ มีหลวงพ่อพัฒน์ นารโท เป็นผู้ร้างวัดและเจ้าอาวาสรูปแรก ท่านบวชที่วัดพระโยค แล้วจึงออกมาปฏิบัติธรรมบริเวณที่ดินป่าช้าของวัดพระโยค แล้วจึงมีการก่อร่างสร้างวัดใหม่แห่งนี้ด้วยเงินเพียง 6 บาท ปี พ.ศ. 2439 สร้างความศรัทธาให้แก่ศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมาก

    ในปี พ.ศ. 2485 ท่านมรณภาพลงในท่านั่งสมาธิ มีการบรรจุศพของท่านเก็บไว้จนปี พ.ศ. 2491 ได้เปิดโลงที่บรรจุสังขารท่านปรากฏว่า สังขารไม่เน่าเปื่อย แม้ว่าท่านมรณภาพลงไปหลายปีแล้วก็ตาม

    พระอุโบสถของวัดใหม่นี้เป็นหลังเดียวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีรูปยักษ์และแขกยามยืนเฝ้าประตูโบสถ์อย่างที่เห็น องค์พระประธานของโบสถ์หลังนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ฉลองพระองค์ทรงเครื่องขัตติยราชแบบกษัตริย์หรือหลวงพ่อหน้าโรง

    ออกจากวัดใหม่แล้วอย่าลืมแวะทานขนมถังแตก ตาทัย เจ้าอร่อยที่ต้องเข้าคิวซื้อขายมาตั้งแต่ดั้งเดิมกันเลย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้หลวงพ่อพัฒน์และไหว้พระประธานในโบสถ์

    ที่ตั้ง : ถนนหน้าเมืองตรงข้ามกับรพ. อบจ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    12 วัดสามัคคีผดุงพันธ์

    12วัดสามัคคีผดุงพันธ์

    วัดสามัคคีผดุงพันธ์ วัดสามัคคี ก่อตั้งโดยพระสุธรรมาธิบดี (อาจารย์แสง ชุตินธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมบูชา โดยได้รับบริจาคที่ดินจากนายผดุง – นางเสี้ยน วัชรพงษ์ ในปี พ.ศ. 2507 ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดในปี พ.ศ. 2513

    ครั้งพระครูสุนทรศาสนคุณ เป็นเจ้าอาวาส จึงได้ขอพระราชทานวิสุงคมสีมาและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2547

    โบสถ์วัดสามัคคีได้เริ่มก่อสร้างในวันที่ 1 กรกฎาคม 2546 เป็นโบสถ์ 2 ชั้น แห่งแรกในเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยชั้นบนมีวิหารซุ้มจัตุรมุขหลังคาประสาทประสามเรือนยอด จำนวน 4 หลัง ชั้นล่างเป็นห้องโถงสำหรับประกอบกิจกรรมต่างๆ

    ด้านหน้าบันของโบสถ์ได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์ “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” มาประดับไว้

    โบสถ์หลังนี้มีความสวยสดงดงามด้วยศิลปะทางสถาปัตกรรมไทยประยุกต์ ควรค่าแก่การดำรงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้พระประธานในโบสถ์ให้สมปรารถนา

    ที่ตั้ง : ถนนชนเกษมเยื้องโรงเรียนมานิตานุเคราะห์

    13 วัดโพธาวาส

    13วัดโพธาวาส

    วัดโพธาวาส หรือวัดหลวงพ่อกล่อม ตั้งอยู่ติดกับคลองมะขามเตี้ย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2337

    ในสมัยที่พระครูวิธูรธรรมสาสน์ (หลวงพ่อกล่อม อานันโท) เจ้าอาวาส รูปที่ 2 ด้วยความเป็นพระนักพัฒนาได้ทำนุบำรุงและปฏิสังขรณ์วัดให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เสมอ ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า “พ่อท่านกล่อม”

    พ่อหลวงกล่อม เป็นพระเกจิผู้ทรงวิทยาอาคม และมีชื่อเสียงโด่งดังมากเรื่องเรือแข่ง สมัยนั้นเรือของวัดโพธาวาสไม่มีคำว่าพ่ายแพ้ต่อผู้ใด

    นอกจากนี้ ท่านยังสามารถบริกรรมคาถาสะกดจระเข้ ซึ่งชุกชุมยิ่งนักในบริเวณลำน้ำมะขามเตี้ยและแม่น้ำตาปี ได้เช่นเดียวกับพ่อท่านคล้าย แห่งวัดสวนขัน ร่ำลือกันว่าคาถาสะกดจระเข้ที่ว่ายน้ำผ่านหน้าวัดต้องโผล่หัวผ่านไป และปากก็ไม่สามารถอ้าขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้น วัตถุมงคลของท่านจึงเป็นที่นิยมของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาชาวสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างสูงยิ่งมาจนถึงปัจจุบัน

    กิจกรรมห้ามพลาด : ขอพรหลวงพ่อกล่อมให้ปัดเป่าเภทภัยในชะตาชีวิต

    ที่ตั้ง : ถนนวัดโพธิ์ – บางใหญ่

    14 วัดกลางใหม่

    14วัดกลางใหม่

    วัดกลางใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2511 มีพระครูปริยัติคุณาวุธ เป็นเจ้าอาวาส

    นอกจากเป็นสถานที่ประกอบกิจสงฆ์และศูนย์รวมของชาวบ้าน ยังได้อนุเคราะห์พื้นที่ของวัดเพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงเรียนวัดกลางใหม่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 มาจวบจนปัจจุบัน

    ในปี 2550 ได้ขอพระบรมราชานุญาตสร้างโบสถ์วัดกลางใหม่ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 6 เดือน ที่สำคัญโบสถ์หลังนี้เป็นโบสถ์สีขาวทั้งหลังแห่งเดียวในเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

    หน้าบันของโบสถ์มีการอัญเชิญตราสัญลักษณ์ “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 9 มิถุนายน 2550” มาประดิษฐานไว้ด้วย

    เสร็จแล้วต้องไม่ลืมไปชมพิพิธภัณฑ์เรือแข่งของเมืองคนดี ที่ได้รวบรวมเรื่องราวเรือแข่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีไว้ให้เยี่ยมชมอีกด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้พระประธานในโบสถ์ ให้ชีวิตบริสุทธิ์สดใส

    ที่ตั้ง : ถนนศรีวิชัยใกล้กับโรงพยาบาลศรีวิชัย

    15 ศาลหลักเมือง

    15ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี

    ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อมาถึงเมืองคนดี สุราษฎร์ธานีแล้ว ศาลหลักเมือง เป็นสถานที่หนึ่งที่ผู้คนที่มาเยือนจะต้องกราบไหว้ขอพร

    ศาลหลักเมืองแห่งนี้สร้างขึ้น เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชสักการะและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539

    องค์พ่อหลักเมืองแกะสลักจากไม้ราชพฤกษ์ลงรักปิดทองเป็นพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่หน้า หันพระพักตร์ไปทั้งสี่ทิศเหมือนการแกะสลักพระพรหมสี่หน้าไว้ตามยอดหลักเมืองทั่วไปอย่างสวยงาม ชาวบ้านนิยมนำไข่ต้มมาแก้บนหลังจากที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

    ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี มีความโดดเด่นมาก เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับแม่น้ำตาปี การเดินทางไปมาสะดวก ทั้งผู้คนที่สัญจรไปมาและชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่จะเดินทางมาสักการะด้วย

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้ขอพรจากพ่อหลักเมืองให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและเจริญในหน้าที่การงาน

    ที่ตั้ง : ถนนตลาดใหม่ ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำตาปี

    16 พระโพธิสัตว์กวนอิม

    16พระโพธิสัตว์กวนอิม

    พระโพธิสัตว์กวนอิม มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน เม่งเหมียวเซี่ยงตั้ว หรือ มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน ก่อตั้งมาไม่ต่ำกว่า 55 ปี มีองค์เทพเจ้าโป๊ยเซียนเป็นองค์ประธาน

    ต่อมาได้มีการขยายพื้นที่ของมูลนิธิออกเพื่อรองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ และได้รับบัญชาจากองค์เทพเจ้าโป๊ยเซียนให้จัดสร้างเทวสถานดาวนพเคราะห์ (เก้าแชเต้ง) และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม

    ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้มีทุนทรัพย์ในการจัดสร้างองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมจากทั่วทุกสารทิศ โดยใช้ทุนทรัพย์ในการจัดสร้างถึง 40,000,000 บาท (สี่สิบล้านบาท)

    องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม แกะสลักจากหินแกรนิตขาวทั้งองค์จากประเทศจีน สูงที่สุดในประเทศไทยขณะนั้น มีความสูง 12 เมตร ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 5 ปี สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คณะศรัทธาผู้ร่วมจัดสร้างและชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก

    เสร็จจากไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมแล้วตรงข้ามมูลนิธิมีร้านอาหารเจ เจ้ต้อมเจ้เล็ก ที่เปิดบริการอาหารเจกันทั้งปี และในยามเย็นบริเวณใกล้เคียงกันจะมีตลาดมิตรเกษมที่ขายอาหารมากมายรอทุกท่านอยู่

    กิจกรรรมห้ามพลาด : ไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

    ที่ตั้ง : ถนนหน้าเมืองเยื้องห้างโคลีเซียม

    17 ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ

    17ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ

    ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ สุราษฎร์ธานี “เสด็จเตี่ย” หรือ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด

    จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการริ่เริ่มของกลุ่มดอกประดู่ ข้าราชการประจำ ข้าราชการบำนาญและทหารนอกประจำการจะจัดตั้งศาลเสด็จเตี่ยเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงได้ดำเนินการเช่าพระรูปจำลองขนาดสูง 198 เซ็นติเมตร จากกองทัพเรือมาประดิษฐานไว้เป็นการชั่วคราว ณ สะพานนริศ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2542

    ต่อมาได้มีการขอใช้ที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์บริเวณปากน้ำบ้านดอน เพื่อสร้างศาลเสด็จเตี่ย และได้อัญเชิญพระรูปจำลองมาประดิษฐานเป็นการถาวรเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2543 จนมาถึงปัจจุบัน

    โดยจะมีพิธีสำคัญปีละ 2 ครั้ง ในวันอาภากร ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปี ที่เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์และวันอาภากรรำลึก ตรงกับวันที่ 19 ธันวาคม ที่เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์

    กิจกรรมห้ามพลาด : ไหว้เสด็จเตี่ยขอบารมีท่านช่วยคุ้มครอง

    ที่ตั้ง : ปากน้ำบ้านดอน สุดถนนสาย 4078

    18 พระธาตุศรีสุราษฎร์

    18พระธาตุศรีสุราษฎร์

    พระธาตุศรีสุราษฎร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พระธาตุศรีสุราษฎร์ เป็นปูชนียสถานที่ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างขึ้น ตั้งอยู่บนยอดเขาท่าเพชร เริ่มก่อสร้างองค์พระธาตุเมื่อ พ.ศ. 2500 เพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่แผ่นดินและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง การดำเนินการก่อสร้างเริ่มต้นเรื่อยมา จนแล้วเสร็จในปีถัดมาและได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2501 เวลา 10.05 น.

    ปี 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จประพาสภาคใต้โดยทางรถไฟ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นครั้งแรก และในวันที่ 27 มีนาคม 2502 ก็ได้ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปนมัสการพระธาตุศรีสุราษฎร์ ทรงลงพระปรมาภิไธยไว้บนแผ่นศิลา และทรงปลูกต้นพะยอมไว้ที่ลานพระเจดีย์ พระองค์ละ 1 ต้น

    ต่อมาพระธาตุศรีสุราษฎร์ได้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อเป็นสิริมงคล จึงได้มีคำเติมท้ายเป็นสิริมงคลยิ่งว่า “พระธาตุศรีสุราษฎร์ในพระบรมราชูปถัมภ์” เป็นต้นมา

    กิจกรรมห้ามพลาด : ขอพรพระธาตุศรีสุราษฎร์ และธรรมชาติเขาท่าเพชร และชมทัศนียภาพเมืองสุราษฎร์ธานี

    ที่ตั้ง : ยอดเขาท่าเพชร ถนนชนเกษม ทางไป อ. บ้านนาสาร

    ดูแผนที่เมืองสุราษฎร์ธานี คลิกเลย

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี

    ที่อยู่ : 5 ถ. ตลาดใหม่ ต. ตลาด อ. เมือง จ. สุราษฎร์ธานี 84000

    เบอร์โทร : 0 7728 8817 – 9

    ภาพประกอบจาก : t-globe, thetrippacker

    แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ. สุราษฎร์ธานี

  • The Lephant Hotel โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง ที่พักสไตล์โมเดิร์น ใกล้สนามบินสุราษฎร์ธานี

    The Lephant Hotel โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง ที่พักสไตล์โมเดิร์น ใกล้สนามบินสุราษฎร์ธานี

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani

    Movetrip ขอแนะนำโรงแรมที่พักราคาประหยัด เหมาะสำหรับพักค้างคืนระหว่างเดินทาง สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงแรมอยู่ใกล้สนามบินสุราษฎร์ธานี The Lephant Hotel โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง จ. สุราษฎร์ธานี เป็นโรงแรมที่พักสไตล์โมเดิร์น มีขนาดเล็ก ห้องพักราคาประหยัดคุ้มค่า สะดวกสบาย หากเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลก็สามารถแวะพักผ่อนค้างคืนกันได้ที่โรงแรมแห่งนี้ และออกเดินทางเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ ต่อได้อย่างสะดวกคล่องตัว

    The Lephant Hotel โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง สุราษฎร์ธานี มีห้องพักทั้งหมด 20 ห้อง มี 2 ชั้น ห้องพักมีขนาด 26 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นห้องพักแบบเตียงเดี่ยว และเตียงคู่ การตกแต่งห้องพักในสไตล์โมเดิร์น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันภายในห้องพัก ได้แก่ ทีวี LED 32 นิ้ว, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องทำน้ำอุ่น, มินิบาร์พร้อมน้ำดื่ม, ตู้เย็น, โทรศัพท์, กล้องวงจรปิด, ฟรี Wi-Fi ภายในห้องพัก พร้อมที่จอดรถด้านหน้าของโรงแรม

    การเดินทางมายังโรงแรม ณ ท่าโรงช้าง สุราษฎร์ธานี การเดินทางสะดวกสบาย โรงแรมตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน Caltex กิโลเมตรที่ 19 ใกล้แยกท่าโรงช้าง ห่างจากสนามบินสุราษฎร์ธานี เพียงแค่ 7 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 25 กิโลเมตร โรงแรมตั้งอยู่ติดกับร้านกาแฟแบล็คแคนยอน ยังมีร้านขายของฝาก Otop ร้านสะดวกซื้อ Tops Daily ซึ่งอยู่ใกล้เคียง สำหรับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ เขื่อนรัชประภา อุทยานแห่งชาติเขาสก วัดพระบรมธาตุไชยา และสามจังหวัดใกล้เคียง กระบี่ พังงา และภูเก็ต

    มาชมรีวิวห้องพักของ The Lephant Hotel โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง กันเลยดีกว่า

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-32

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-24

    The Lephant Hotel Surat Thani โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง เปิดบริการห้องพัก 24 ชั่วโมง

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-1

    บริเวณทางเข้าด้านหน้าโรงแรม

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-2

    มีการตกแต่งล็อบบี้ไว้อย่างน่ารักกับตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ และตัวการ์ตูนมาริโอ้ตัวโปรด

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-3

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-4

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-10

    มีโบรชัวร์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และบริการของที่ระลึกบริเวณล็อบบี้

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-5

    มินิบาร์ขนาดย่อม

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-6

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-7

    บันไดทางขึ้นไปยังห้องพักชั้น 2

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-11

    ตกแต่งเรียบง่ายดูร่มรื่น สบายตา

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-9

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-8   The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-12

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-13

    ภายในห้องพักแบบเตียงคู่ ขนาด 26 ตารางเมตร

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-14

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-15

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-16

    สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักมีครบครัน

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-17

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-18

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-19

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-20

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-21

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-23

    ภายในห้องน้ำตกแต่งแบบเรียบง่าย ความสะอาดอยู่ในเกณฑ์ดี

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-22

    มาชมบรรยากาศบริเวณด้านนอกของโรงแรม ณ ท่าโรงช้าง กันบ้าง

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-25

    สะดวกสบายกับบริการเมนูอาหารและเครื่องดื่มยอดนิยมได้ที่ ร้านกาแฟ Black Canyon

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-27

    บริการอาหารจานด่วนง่ายๆ หลากหลายเมนูที่ Food Park

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-28

    ซื้อของฝากถูกใจกันได้ที่ ร้านของฝาก OTOP

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-29

    เดินเล่นชิลๆ ช้อปปิ้งสินค้าจากท็อปส์เดลี่ Tops Daily

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-30

    อีกหนึ่งสถานที่นั่งพักจิบกาแฟเมนูโปรดที่ ร้านกอกาแฟ Kocafe

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-26

    สถานีบริการน้ำมันปั๊ม Caltex กม. 19 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม

    The-Lephant-Hotel-Surat-Thani-31

    หากเพื่อนๆ ชื่นชอบ The Lephant Hotel โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง กด Like แชร์บอกต่อกันได้เลย

    Hop Inn Surat Thani ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี โรงแรมที่พักราคาประหยัด คุ้มค่าสะดวกสบายใกล้เซ็นทรัล

    ดูแผนที่

    The Lephant Hotel

    โรงแรม ณ ท่าโรงช้าง

    ที่อยู่ :101/3 หมู่ 3 ถนนสุราษฎร์–ตะกั่วป่า ต. ท่าโรงช้าง อ. พุนพิน จ. สุราษฎร์ธานี ประเทศไทย 84130

    เบอร์โทร : 093 780 5123  แฟกซ์ : 077 254 057

    เว็บไซต์ : lephanthotel.com  คลิกจองโรงแรมนี้

    agoda-hotel-booking

  • ไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ. สุราษฎร์ธานี

    ไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ. สุราษฎร์ธานี

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani

    หากใครเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากแหล่งของกินอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อของจังหวัดแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด Movetrip ชวนมาไหว้พระ เที่ยววัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปูนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง วัดพระบรมธาตุไชยา โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่เคารพสักการะของพุทธสานิกชนทั่วไป สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ความสำคัญของวัดพระบรมธาตุไชยา เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของช่างศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วัดพระบรมธาตุไชยาได้รับการเลื่อนฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500

    องค์พระบรมธาตุไชยา เป็นเจดีย์ทรงปราสาทลักษณะสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย ซึ่งเป็นองค์เดียวที่ยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-15 แต่ไม่ปรากฎประวัติการสร้างและผู้สร้าง ลักษณะเดิมเป็นอิฐเผาไฟแกว่ง ไม่สอปูน แต่ใช้อิฐป่นละเอียดผสมกับการเป็นนายสอ แล้วขัดให้เรียบและสลักลายลงบนเนื้ออิฐ ส่วนฐานอยู่ต่ำกว่าผิวดินปัจจุบัน ซึ่งได้ขุดบริเวณรอบฐานเป็นสระมีน้ำขังอยู่ตลอดปี เนื่องจากมีตาน้ำพุขึ้นมาซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับใช้ทำพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญของบ้านเมือง องค์พระบรมธาตุได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่องเสมอมา โดยทำการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบรมธาตุไชยาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสิ่งสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในดินแดนแถบนี้มานับพันปี เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของบรรพชนในอดีต จึงเป็นหน้าที่ของอนุชนรุ่นหลังทุกคนที่ต้องทำนุบำรุงให้คงอยู่กับผืนแผ่นดินนี้ต่อไป

    ประวัติวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-1

    ประวัติวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ชื่อภาษาอังกฤษ (Wat Phra Borommathat Chaiya Ratchaworawihan) มีประวัติความเป็นมาคือ เป็นวัดที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของไทย โดยสังเกตได้จากโบราณวัตถุ โบราณสถานที่ยังปรากฎให้เห็นอยู่จึงทำให้เราทราบได้ว่าวัดพระธาตุไชยาแห่งนี้มีมานานหลายยุคหลายสมัย โดยจะกล่าวถึงดังต่อไปนี้

    สมัยทวารดี มีพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่เท่าคน และย่อมกว่าเหลืออยู่ในบริเวณจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ คือพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดสูง 104 ซม. หน้าตักกว้าง 74 ซม. ทำด้วยสิลา ลักษณะประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหลาย ขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองวางหายซ้อนกัน ขมวดพระเกศาเป็นต่อมขนาดโต อุษณีย์ปรากฏไม่ชัด ไม่มีอูรณา จีวรบางแนบพระองค์มีแต่ขอบที่ห่อหุ้มอังสะซ้าย อายุราพุทธศตวรรษที่ 11-12 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา พระพุทธรูปประทับยืน ซึ่งประทับยินบนฐานบัวลงลักปิดทองทั้งองค์ จีวรห่อคลุม ปลายจีวรตัดตรง รัดประคบมีลวดลาย ไม่มีพระรัศมี เม็ดพระเกศากลมใหญ่ ทำด้วยสิลา ขนาดสูง 142 ซม. ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ด้วยเหตุนี้ท้ำให้เชื่อถือได้ว่าวัดนี้หรือสถานที่แห่งนี้มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยทราวดี คือระหว่าง พ.ศ. 1000-1200

    สมัยศรีวิชัย มีองค์เจดีย์พระมหาธาตุแบบศรีวิชัย ปรากฏอยู่เป็นปูชนียสถาน อันศักดิ์สิทธิ์ โดยมิได้รับการดัดแปลงเว้นแต่ตอนส่วนยอด เพราะได้หักพังลงบมาและหายสาบสูญไปจึงทำใหม่เป็นศิลปะแบบไทยแล้วยังมีรูปสำริดของ ของพระอวโลกิเตศวลโพธิสัตว์ขนาดใหญ่ สวยงามเป็นชิ้นเอกของปฏิมากรรม สมัยนี้ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในพิพิฑภัณฑสถานแห่งชาติพระนครและมีองค์ขนาดย่อมตลอดถึงที่ทำด้วยศิลาอีกหลายองค์ มีมากกว่าในสถานที่ใดๆในประเทศไทย รวมทั้งเศษหักพังของโบราณวัตถุสมัยเดียวกันอีกหลายชิ้น ดังนั้นทำให้เชื่อได้ว่าวัดนี้มีความเจริญรุ่งเรื่องอยู่ในสมัยศรีวิชัย คือระหว่าง พ.ศ. 1200-1500

    สมัยสุโขทัย มีพุทธศิลป์เป็นแบบสกุลช่าง นครศรีธรรมราช โดยได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา ลัทธิเถวราท แบบลังกาวงศ์ มีหลักฐานปรากฏว่ามีใบพัทธสีมาคู่แฝดปรากฏอยู่รอบๆเขตพระอุโบสถเดิมของวัดทำให้เชื่อได้ว่าสมัยนี้ก็มีการปรับปรุงวัดหรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าในสมัยสุโขทัยซึ่งพ้องกับสมัยนครศรีธรรมราชนั้นวัดนี้ยังคงมีอยู่

    สมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลักฐานปรากฏมากมายกว่าสมัยใด คือ พระพุทธรูปเป็นพระพุทธรูปศิลาทรายแดงมีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ มีขนาดโตมากกว่าคนธรรมดา ลงมาถึงขนาดเท่าคน และย่อมกว่าแสดงให้เห็นศรัทธาหรือความรุ่งเรื่องของพุทธศาสนาอย่างสูงสุด ในสมัยนั้น ในสถานที่แห่งนี้

    สมัยกรุงธนบุรี แม้นจะมีระยะสั้น แต่ก็เชื่อว่าวัดนี้คงเจริญรุ่งเรืองอยู่ โดยจะเห็นได้จากศิลาจารึกที่ใกล้ๆกัน แสดงถึงการทำนุบำรุง พุทธศาสนาในถิ่นทั่วๆ ไป แต่ว่าโบราณวัตถุที่สร้างขึ้น ในสมัยกรุงธนบุรีนี้มีน้อย และแบบที่สร้างขึ้นคงเหมือนแบบสมัยอยุธยานั้นเอง

    สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าวัดพระบรมธาตุไชยานี้คงจะรวมอยู่ในบรรดาสิ่งที่ถูทำลายโดยพวกพม่าข้าสึกในสมัยรัชกาลที่ 1 จนกระทั่งรางไปในที่สุดได้มาค้นพบและบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระชยาภิวัฒน์สุภัทรสังฆปาโมกข์ เมื่อครั้งดำรงค์สมาณศักดิ์เป็นพระครูรัตนมุนีศรีสังฆาราชาลังกาแก้ว เจ้าคณะเมืองไชยา ระหว่าง พ.ศ. 2439 ถึง 2453 เป็นวัดที่ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง การบูรณะที่สำคัญคือตกแต่งองค์พระบรมธาตุเจดีย์ แล้วฉาบปูนผิวบางๆทั่วทั้งองค์พร้องทั้งเสริมยอดที่หักไป มีการสร้างพระวิหารหลวงขึ้นมาใหม่ในที่เดิมและสร้างวิหารคดรอบบริเวณล้อมองค์พระเจดีย์และพระวิหารหลวงยกพระพุทธรูปที่เกลื่อนกลาดอยู่เข้าไปประดิษฐานในพระวิหารคดเสียใหม่จนเป็นที่เรียบร้อย ปริมณฑลพระวิหารคดที่ยกขึ้นในครั้งนั้นแคบเข้าของเดิมเพียงเล็กน้อย

    ลองมาสำรวจอาณาเขตพุทธาวาส ที่มีกำแพงแก้วล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ด้านทิศเหนือและทิศใต้ มีกำแพงยาว 127 เมตร ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก มีกำแพงยาว 66 เมตร ภายในเขตพุทธาวาส ประกอบด้วยองค์เจดีย์พระบรมธาตุไชยา พระวิหารคดหรือระเบียงพระเวียน พระเจดีย์ พระอุโบสถ พระวิหารหลวง พระพุทธรูปสิลาทรายแดง ต้นพระสีมหาโพธิ์และพลับพลาที่ประทับ

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-2

    บริเวณภายนอกกำแพงแก้ว

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-3

    ทางเข้า วัดพระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา จ. สุราษฎร์ธานี

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-4

    พระพุทธรูปทรายแดง 3 องค์

    พระพุทธรูปทรายแดง 3 องค์ ประดิษฐานอยู่กลางแจ้งบนลานภายในกำแพงแก้ว อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยา โดยฝีมือสกุลช่างไชยา อาสน์เป็นของทำใหม่โดยยกให้สูงขึ้น

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-11

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-12

    พระวิหารหลวง

    พระวิหารหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกขององค์เจดีย์พระบรมธาตุไชยา สร้างยื่นล้ำเข้าไปในพระวิหารคด ในพระวิหารหลวงมีพระพุทธใหญ่น้อยหลายองค์ การบูรณะพระวิหารหลวงนั้น ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยท่านเจ้าคุณพระชยาภิวัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2444 โดยได้เปลี่ยนเครื่องไม้ต่างๆ ใหม่หมด หลังคา 2 ชั้น มีช่อฟ้า นาคสะดุ้ง มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ที่หน้าบันสลักลายดอกไม้เทศ พื้นประดับด้วยกระจกสีตามลวดลายปิดทองคำเปลว ฝาผนังใช้โบกปูนใหม่ทั้งหมด ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2502 พระราชชัยกวี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยาเป็นประธานในการบูรณะพระวิหารหลวง โดยรื้อพระวิหารหลังเก่าที่ชำรุดออกคงไว้แต่พระพุทธรูปและฝาผนังด้านหลังพระพุทธรูป ส่วนหน้าบันของเดิมนั้นได้นำไปแสดงไว้ในอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ศาลานีลวัฒนานนท์พระวิหารหลวงที่สร้างขึ้นใหม่นี้ ได้เสริมฝาผนังให้สูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยท้ายพระวิหารหลวงด้านตะวันตก เดิมเป็นห้องลับแล ได้ตัดออก เพื่อเป็นที่นมัสการพระบรมธาตุ แต่เนื่องจากเวลาฝนตกฝนจะสาด ทางวัดจึงปล่อยไว้เป็นห้องโถง เมื่อครั้งพระครูโสภณเจตสิการาม ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ของวัดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2478 ก็ได้ใช้พระวิหารหลวงนี้เป็นสถานที่แสดงโบราณวัตถุต่างๆ ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลและประชุมคณะสงฆ์ ต่อมา พ.ศ. 2541 ได้บูรณะอีกครั้งหนึ่ง

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-5

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-6

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-7

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-8

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-9

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-10

    พระวิหารคด

    พระพุทธรูปในระเบียงวิหารคด พระระเบียงหรือพระวิหารคด โดยรอบเจดีย์พระบรมธาตุไชยาทั้งหมดมีแปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละ 39 เมตร สูง 4 เมตร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสกุลช่างไชยา ขนาดและปางต่างๆ รวมทั้งสิ้น 180 องค์ และมีพระเจดีย์ หอระฆัง รูปปั้นพระชยาภิวัฒน์ ผู้เป็นประธานในการบูรณะปฎิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยราชการที่ 5 หลังจากนั้นมีการบูรณะอีกเพียงเล็กน้อยบางสมัย พระระเบียงจึงได้ชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-13

    ทางเดินไปยังพระวิหารคด เพื่อกราบสักการะพระบรมธาตุ

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-14

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-15

    ประตูทางเข้า สลักลวดลายวิจิตรงดงาม

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-16

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-17

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-18

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-24

    คำบูชา พระบรมสารีริกธาตุ (นะโมฯ 3 จบ)

    อะหัง วันทามิ อิธะ ปะติฏฐิตา พุทธะธาตุโย โย โทโส โมหะจิตเตนะ วัตถุตตะเย กะโต มะยา โทสัง ชะมะถะ เม ภันเต สัพพะปาปัง วินัสสะตุ ตัสสานุภาเวนะ สะทา โสตถิ ภะวันตุ เม.

    คำแปล ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบนมัสการ พระบรมสารีริกธาตุ แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประดิษฐานอยู่ ณ ที่นี้ แม้บาปทั้งปวง ที่เคยล่วงเกินด้วยใหลหลง ข้าพระองค์ขอขมาโทษ ได้ทรงโปรดงดโทษนั้น ให้มีอันวินาศสิ้นสูญไป ด้วยอานุภาพแห่งกุศลปผลบุญนี้ ขอให้ข้าพพระพุทธเจ้า ประสบแต่ความสุขสวัสดี ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-19

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-20

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-21

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-22

    Wat-Phra-Borommathat-Chaiya-Ratchaworawihan-Surat-Thani-23

    พระอุโบสถ

    พระอุโบสถตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกขององค์เจดีย์พระบรมธาตุ นอกกำแพงพระวิหารคดเริ่มสร้างประมาณ พ.ศ. 1335 เขตพัทธสีมากว้าง 13.15 เมตร ยาว 18.80 เมตร แต่เดิมนั้นมีใบพัทธสีมาเพียงใบเดียว เรียงรายรอบพระอุโบสถจนถึงสมัยพระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทแบบลังกาได้แผ่เข้ามาในประเทศไทยประมาณ พ.ศ. 1800 พระสงฆ์ลังกาได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาซ้ำลงในที่เดิมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้พระพุทธศาสนาบริสุทธิ์มีความมั่นคง และสมบูรณ์ยิ่งขึ้นวัดที่ได้ผูกพัทธสีมาซ้ำแล้ว จึงให้ปักใบพัทธสีมาเพิ่มขึ้นเป็นคู่แฝด โดยมากมักจะเป็นอารามหลวง ด้วยเหตุนี้ วัดพระบรมธาตุไชยาจึงมีใบพัทธสีมา 2 ใบ ดังปรากฎเห็นอยู่ในปัจจุบัน หลังจากท่านเจ้าคุณพระชยาภิวัฒน์ ได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์พระบรมธาตุและพระวิหารคดแล้ว ทางวัดได้ทำการบูรณะซ่อมแซมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวัดพระบรมธาตุไชยา ได้ยกฐานขึ้นเป็นพระอารามหลวงแล้ว ได้รับงบประมาณ เมื่อ พ.ศ. 2498 ทางวัดได้สร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ตรงที่เดิม แต่ขยายส่วนออกไปอีกยาวกว่าเดิมเล็กน้อยภายในพระอุโบสถมีพระประธานเป็นพระรูปศิลาทรายแดงปางมารวิชัยสมัยอยุธยา เบื้องหน้าพระประธานมีใบพัทธสีมาคู่ ซึ่งเป็นของเดิมแต่ครั้งพระอุโบสถหลังเก่า

    การเดินทางมากราบไหว้และสักการะวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 54 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4011 ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร

    วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร แผนที่

    ที่ตั้ง : วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เลขที่ 50 หมู่ 3 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    เบอร์โทร : 077 431090, 077 431402

    เวลาเปิดทำการทุกวัน : วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 08.00 – 16.00 น.

    ดูเพิ่มเติมทำบุญเสริมดวง ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด

    ข้อมูล : suratthani.go.th

  • Hop Inn Surat Thani ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี โรงแรมที่พักราคาประหยัด คุ้มค่าสะดวกสบายใกล้เซ็นทรัล

    Hop Inn Surat Thani ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี โรงแรมที่พักราคาประหยัด คุ้มค่าสะดวกสบายใกล้เซ็นทรัล

    Hop-Inn-Surat-Thani

    Movetrip แนะนำโรงแรมที่พักในสุราษฎร์ธานี Hop Inn Surat Thani ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี โรงแรมที่พักราคาประหยัดได้มาตรฐาน คุ้มค่าสะดวกสบายใกล้เซ็นทรัล ในราคาสุดคุ้มเพียงคืนละ 600 บาท Hop Inn Surat Thani เป็นหนึ่งในโรงแรมฮ็อป อินน์ จากโรงแรมในเครือ Hop Inn Hotel ทั้งหมด 18 สาขาในประเทศไทย ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร จันทบุรี ร้อยเอ็ด กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช พิษณุโลก กาญจนบุรี แม่สอด ลำปาง สระแก้ว หนองคาย ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี มุกดาหาร คุณสามารถเดินทางเที่ยวชมเมือง ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี พระบรมธาตุไชยา และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในสุราษฎร์ธานีได้อย่างง่ายดายและเพลิดเพลินเมื่อเข้าพักที่โรงแรมฮ็อป อินน์แห่งนี้

    Hop Inn Surat Thani ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ถนนเลี่ยงเมือง ห่างจากสนามบินสุราษฎร์ธานีประมาณ 24 กิโลเมตร ใกล้กับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าสุราษฎร์ธานีเพียง 3 กิโลเมตร โรงแรมมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 75 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักแบบมาตรฐาน Standard room เตียงเดี่ยว และ เตี่ยงคู่ ขนาด 20 ตารางเมตร พร้อมเครื่องปรับอากาศ ภายในห้องพักสะอาดสะดวกสบายมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เตียงนอนนุ่มสบาย น้ำอุ่นไหลแรง แอลซีดีทีวี ฟรีไวไฟทุกห้องพัก ตู้เย็นพร้อมน้ำดื่ม ที่จอดรถสะดวกกว้างขวาง ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง มีบริการอาหารเช้า พร้อมชากาแฟ ในราคา 70 บาท สามารถใช้บริการได้บริเวณชั้น 1 ของโรงแรมติดกับล็อบบี้

    ชมบรรยากาศของโรงแรมและห้องพักที่สะดวกสบายของ Hop Inn Surat Thani ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี

    Hop-Inn-Surat-Thani-1

    บริเวณทางเข้าโรงแรมฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี จะมีป้ายบอกทางเข้าชัดเจน

    Hop-Inn-Surat-Thani-2

    Hop-Inn-Surat-Thani-3

    เลี้ยวเข้ามายังโรงแรม

     Hop-Inn-Surat-Thani-4

    โรงแรมสูง 4 ชั้น ตกแต่งด้วยโทนสีฟ้า-ขาว โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

    Hop-Inn-Surat-Thani-5

    มุมด้านหลังของโรงแรม

    Hop-Inn-Surat-Thani-6

    ที่จอดรถบริเวณทางเข้าด้านหน้าโรงแรมฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี 

    Hop-Inn-Surat-Thani-7

    ที่จอดรถสะดวกกว้างขวาง สามารถจอดรถได้ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลังของโรงแรม

    Hop-Inn-Surat-Thani-8

    เคาน์เตอร์เช็คอิน

    Hop-Inn-Surat-Thani-9

    สิทธิพิเศษ dtac reward สำหรับลูกค้าดีแทคและแฮปปี้ รับส่วนลดค่าห้องพัก 50 บาท เมื่อเช็คอินและชำระด้วยเงินสด กดรับสิทธิ์ฟรีที่ *140*7071#โทรออก โดยจำกัด 1 หมายเลข/ห้อง/คืน เท่านั้น

    Hop-Inn-Surat-Thani-10

    Hop-Inn-Surat-Thani-11

    มีบริการสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม

    Hop-Inn-Surat-Thani-12

    “Better Stay Better Day” Hop Inn Surat Thani

    Hop-Inn-Surat-Thani-13

    อีกมุมนั่งเล่นบริเวณล็อบบี้

    Hop-Inn-Surat-Thani-14

    ทางเดินเพื่อไปยังห้องพัก

    Hop-Inn-Surat-Thani-15

    ห้องพัก Standard room ขนาด 20 ตารางเมตร

    Hop-Inn-Surat-Thani-16

    ห้องพักสะอาด ดีไซน์สวยงามเรียบง่าย สะดวกสบาย

    Hop-Inn-Surat-Thani-17

    เตียงนอนนุ่มสบาย

    Hop-Inn-Surat-Thani-18

    Hop-Inn-Surat-Thani-20

    Hop-Inn-Surat-Thani-19

    มีโต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ ฟรี Wifi ความเร็วสูง เน็ตแรง

    Hop-Inn-Surat-Thani-20

    ซ้ายมือ เป็นประตูทางออกไปยังระเบียงภายในห้องพัก

    Hop-Inn-Surat-Thani-26

    กินลม ชมวิว จากริมระเบียงห้องพักชั้น 4

    Hop-Inn-Surat-Thani-38

    ลองมาดูห้องพักแบบ Standard room เตียงแฝด ซึ่งภายในตกแต่งเหมือนกัน

    Hop-Inn-Surat-Thani-21

    สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักครบครัน แอลซีดีทีวี, เครื่องปรับอากาศ, โทรศัพท์, น้ำดื่ม, ราวแขวนผ้า, ตู้เย็น

    Hop-Inn-Surat-Thani-22

    Hop-Inn-Surat-Thani-23

    Hop-Inn-Surat-Thani-24

    Hop-Inn-Surat-Thani-25

    เส้นทางหนีไฟ Fire Escape Plan

     

    Hop-Inn-Surat-Thani-27

    ถัดมาในส่วนของห้องน้ำ ความสะอาดอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

     Hop-Inn-Surat-Thani-28

    ห้องน้ำแบ่งแยกเป็นสัดส่วนได้ดี

    Hop-Inn-Surat-Thani-29

    เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมฝักบัว 

    Hop-Inn-Surat-Thani-30

    สบู่ ยาสระผม มีให้ครบ

    Hop-Inn-Surat-Thani-31

    สวัสดียามเช้า @ Hop Inn Surat Thani

    Hop-Inn-Surat-Thani-32

    ทานอาหารเช้า เชิญใช้บริการได้ที่นี่ค่ะ

    Hop-Inn-Surat-Thani-33

    โต๊ะเก้าอี้ จัดวางไว้ได้อย่างลงตัว

    Hop-Inn-Surat-Thani-34

    มุมบริการเครื่องดื่มด้วยตู้กาแฟอัตโนมัติ สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 11.00 น.

    Hop-Inn-Surat-Thani-35

     อิ่มอร่อยกับเมนูเซตอาหารเช้า ในราคาเพียง 70 บาท / ท่าน

    Hop-Inn-Surat-Thani-36

    Hop-Inn-Surat-Thani-37

    สำหรับลูกค้าที่เข้าพักที่โรงแรมฮ็อป อินน์ สาขาใดก็ได้ มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีทันที! ที่พัก ฮ็อป อินน์ 2 คืนทั่วไทย แจกฟรีทุกเดือน เดือนละ 1 รางวัล เพียงตอบแบบสอบถามที่แผนกต้อนรับ

    ใครที่กำลังมองหาโรงแรมที่พักราคาประหยัดในสุราษฎร์ธานี เชิญแวะมาเช็คอินได้ที่ Hop Inn Surat Thani โรงแรม ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี บริการดีที่พักคุ้มค่าสะดวกสบาย ทำเลดีใกล้ห้างเซ็นทรัล

    Hop Inn Chumphon ฮ็อป อินน์ ชุมพร โรงแรมที่พักเปิดใหม่ น่าพักสะดวกสบายในตัวเมืองชุมพร

    ดูแผนที่

    Hop Inn Surat Thani

    ฮ็อป อินน์ สุราษฎร์ธานี

    ที่อยู่ : 5/135 หมู่ที่ 3 ถ. เลี่ยงเมือง ต. มะขามเตี้ย อ. เมืองสุราษฎร์ธานี จ. สุราษฎร์ธานี 84000 ประเทศไทย

    เบอร์โทร : 077 437 099  มือถือ : 095 367 0717

    เว็บไซต์ : hopinnhotel.com  คลิกจองเลย

    agoda-hotel-booking