Author: Reese

  • ชวนเที่ยว Amazing Thai Taste Festival 2017 มหกรรมอาหารไทย งานนี้เต็มไปด้วยของอร่อย

    ชวนเที่ยว Amazing Thai Taste Festival 2017 มหกรรมอาหารไทย งานนี้เต็มไปด้วยของอร่อย

    สวัสดีค่ะ วันนี้ MOVETRIP.COM จะชวนมาเที่ยวกันที่ งาน

    Amazing Thai Taste Festival 2017 มหกรรมอาหารไทย 

    งานที่จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ From Street Food to Royal Cuisine เทศกาลของอร่อย ที่รวบรวมร้านอาหารไทย ร้านขนม ผลไม้ ทั้ง Street Food ,Local Food ,Local Fruit ,ร้านอาหารคนดัง ขบวน Food Truck และอื่นๆอีกมากมายมาให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกันแบบจัดเต็ม ในงานเดียว โดยงานจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 2560 ณ ลานกิจกรรม สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ มักกะสัน  ซึ่งผู้สนใจสามารถไปช๊อป ชิม ชิล กันให้เต็มอิ่ม

    และสำหรับใครที่ชื่นชอบผลไม้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลผลไม้ ภายในงานยังมีบุฟเฟต์ผลไม้ ที่จะมีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ฯลฯ มาให้อิ่มกันได้อย่างเต็มที่ ในราคา 399 บาท ต่อท่าน งานนี้ ใครชอบทานทุเรียน ก็ไม่ต้องไปที่ไหนไกล มาเดินงานนี้ ได้ครบ จบในงานเดียวเลยค่ะ

    ซึ่งหากใครสนใจ ก็สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง www.amazingthaitaste.com

     

    ตารางและกิจกรรมภายในงาน

    นอกจากร้านอาหารต่าง ที่ให้เลือกซื้อเลือกอิ่ม และช๊อปกันแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรม สนุกๆ อีกมากมาย ทั้งมินิคอนเสริ์ต ,การสาธิตการทำอาหาร ร่วมเล่นเกมส์แจกของรางวัล เป็นต้น หากใครว่างๆ วันหยุดนี้ ไม่รู้จะไปไหน ก็สามารถนั่งรถไฟฟ้า มาลงที่ สถานีแอร์พอร์ตลิ้ง แล้วก็เดินลงมาด้านล่าง ก็จะพบกับงานมหกรรมอาหาร แสนอร่อย แบบนี้ได้ ซึ่ง หากใครสนใจลองดูประมวลภาพบรรยากาศ ที่ได้รวบรวมมาไว้ให้ชม กันได้เลยค๊าาา

    ดูแล้ว ก็อย่าลืม กดถูกใจ กดไลค์ แฟนเพจ ของเราได้ที่

    https://www.facebook.com/movetripdotcom/

    กันด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากๆค๊าาาา

    บรรยากาศหน้างาน ที่ใครๆก็สามารถมา ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันได้

    กิจกรรมโชว์การทำอาหารจากเซฟชื่อดัง

    บุฟเฟต์ผลไม้ คนละ 399 บาท แต่ถ้าใครไม่อยากทานแบบบุฟเฟต์ ก็สามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านได้ค่ะ

      

    อาหารเยอะแยะมากมาย หลากหลายความอร่อย ที่สำคัญ ซื้อแล้ว ยังมีที่นั่ง ให้นั่งทานท่ามกลางบรรยากาศ สบายๆตอนเย็น ถ้าใครว่างก็สามารถแวะไปหาของอร่อยกันได้ ที่งาน Amazing Thai Taste Festival 2017 มหกรรมอาหารไทย ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 2560 ณ ลานกิจกรรม สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ มักกะสัน นี่เองค๊าาา….. ขอบพระคุณที่เข้ามารับชมกันค่ะ

     

  • ติ่มซำ บุฟเฟต์ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ @Centara Grand Central Plaza Ladprao Bangkok

    ติ่มซำ บุฟเฟต์ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ @Centara Grand Central Plaza Ladprao Bangkok

    สวัสดีค๊าาาาา   ชีวิตติดบุฟเฟต์ วันนี้ จะขอนำเสนอ บุฟเฟต์ ติ่มซำ ที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ  ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชั่น “All You Can Eat” ของห้องอาหารไดนาสตี้ โดยอาหารแต่ละเมนูนั้น รังสรรค์ฝีมือการทำอาหาร จากเชฟกัม ลัง ฮิง หัวหน้าเชฟชาวฮ่องกง เหมือนยกติ่มซำฮ่องกง มาไว้ที่ห้องอาหารไดนาสตี้เลยทีเดียว เลยค่ะ ซึ่งหลายๆ เมนูนั้น บอกได้เลยว่าหาทานกันไม่ได้ง่ายๆ มื้อนี้คนชอบติ่มซำ แบบเรานี่ร้อง ว้าววววว สุดยอดมากๆ มาดูกันนะคะว่า มีอะไรน่าทานกันบ้าง

     

    บรรยากาศระหว่างเดินทางมาถึง พอมาถึงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล แล้วเดินผ่านล๊อบบี้ เดินขึ้นบันไดวนตามภาพ หรือจะขึ้นลิฟท์ไปชั้น M ก็ได้

    ขึ้นมาชั้น M แล้วก็จะพบกับบรรยากาศหน้าห้องอาหารจีนไดนาสตี้ แบบนี้ค่ะ

    เข้ามาด้านในก็จะได้บรรยากาศสไตล์จีน มีโซฟาสีแดงไว้ให้นั่งพัก

    โต๊ะอาหารซึ่งถูกจัดไว้เรียบร้อยสวยงาม ตรงนี้เป็นโซนด้านนอก ถ่ายตอนคนกลับกันไปแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านั้น มีลูกค้านั่งอยู่เกือบเต็ม นอกจากโซนนี้แล้วทางห้องอาหารก็ยังมีโซนส่วนตัว ซึ่งเป็นห้อง VIP ไว้บริการ ที่สามารถจองกันเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นโต๊ะกลมๆหมุนได้ ให้ทานกันได้หลายๆคน อีกด้วยค่ะ บรรยากาศในห้องอาาหารจะสัมผัสได้ถึงความคลาสสิค โอ่อ่า และหรูหรา ตามแบบศิลปะจีนร่วมสมัย

    มาเริ่มที่เมนูอาหารกันก่อนะค่ะ อาหารมีให้เลือกเยอะมากๆๆ เลยค่ะ

    โปรโมชั่น “All you can eat” ติ่มซำบุฟเฟต์ต์ มีบริการใน มื้อกลางวัน และ มื้อค่ำ พร้อมเซ็ทอาหารพิเศษ จะมี 2 แบบ ให้เลือก

    1 . เมนูบุฟเฟต์ติ่มซำ ราคาท่านละ 850 บาท ++ สามารถเลือกทานเมนูติ่มซำ ได้ไม่อั้น พร้อมเลือกเซ็ทเมนูอาหารอย่างละ 1 รายการ จากเมนูเรียกน้ำย่อย อาทิ ซุปจีนต้นตำรับ ข้าวผัดหรือผัดหมี่ และขนมหวาน ไก่แช่เหล้า ขาหมูแก้ว เป็ดย่างฮ่องกง ซุปเสฉวน ซุปกระเพาะปลาน้ำแดง ข้าวผัดเป็ดย่างไข่เค็ม โกยซีหมี่ บัวลอยน้ำขิง แคนตาลูปสาคูเย็น เป็นต้น พร้อมบริการชาขาวมะเลิ น้ำเข้าจากประเทศจีน

    2,. เมนูบุฟเฟต์ติ่มซำ ราคาท่านละ 1,250 บาท ++ สามารถเลือกทานเมนูติ่มซำ ได้ไม่อั้น พร้อมเลือกเซ็ทเมนูอาหารพรีเมี่ยม อย่างละ 2 รายการ จาก เมนูเรียกน้ำย่อย และ 1 รายการ จาก ซุปจีนต้นตำรับ ข้าวผัดหรือผัดหมี่ และขนมหวาน เช่น ป็ดย่างสไตล์ฮ่องกง หรือปักกิ่ง ไก่แช่เหล้า แมงกะพรุนน้ำมันงา ขาหมูแก้ว กระเพาะปลาผัดแห้ง สลัดกุ้ง ปลาทิพย์ทด ซุปรังนำเนื้อปู ซุปเสฉวนทะเล ซุปกระเพาะปลาสด ข้าวผัดหยางโจว โกยซีหมี่ เส้นใหญ่ราดหน้าหมู เต้าฮวยฟรุตสลัด บัวลอยน้ำขิง เป็นต้น พร้อมรับไวน์ 1 แก้ว และชาขาวมะลิ นำเข้าจากประเทศจีน

     

    ส่วนนี้คือ เมนูติ่มซำ ที่สามารถสั่งทานได้กันเต็มที่ค่ะ หลายๆเมนูเป็น Signature dim sum  ของห้องอาหารจีนไดนาสตี้ เลยค่ะ

    เมื่อสั่งอาหารแล้ว พนักงานก็จะทยอยนำอาหารมาเสริฟให้แบบนี้

    เราถ่ายมาให้ชมได้ไม่ครบทุกเมนูนะค่ะ เพราะอาหารเยอะมาก

    เมนูนี้ เป็นปลากุ้งนึ่งพริกมะนาว ถัดไปคือแซลมอนนึ่งเห็ดอิโนกิ

    เปาะเปี๊ยะรังนกไส้กุ้ง กุ้งเป็นตัวๆทอดอยู่ด้านในอร่อยมากค่ะ จานนี้ชอบ

    จานนี้เป็นเปาะเปี๊ยะทอดไส้ไก่

    จานนี้เป็นเผือดทอดไส้หอยเซลล์อลาสก้า

    ฮะเก๋ากุ้ง

    แซลมอนนึ่งเห็ดอิโนกิ

     

    ขนมจีบหอยเชลล์ออสเตรเลีย

    ขนมจีบปูนึ่งเห็ดชิเมจิ

    ขนมจีบไข่กุ้ง

    ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่

    กรรเชียงปูนึ่ง

    ฮอยจ้อเซียงไฮ้ทอดไส้กุ้ง

     

    ซุปเสฉวนทะเล

     เต้าหู้หูฉลามนึ่งซอสเอ็กโอ

    เมนูนี้น่าจะรู้จักกันดี

    ขนมผักกาดทอด

    ข้าวผัดปลาเค็มไก่

    โกยซีหมี่

    ผักหางหางษ์ยัดไส้แมงกะพรุนนึ่งไข่กุ้ง

    ซาลาเปาไส้ครีม

    ซาลาเปาไส้ครีมชาเขียว

    อันนี้อร่อยมากเราชอบมาก ขนมชาเขียวทอดไส้ครีมแป๊ะก๊วย

    เต้าฮวยเย็นฟรุ๊ตสลัด

    อันนี้เราชอบมาก บัวลอยน้ำขิง ความพิเศษอยู่ตรงที่เป็นน้ำขิงรสชาติเผ็ดร้อนหอมกลิ่นขิง น้ำขิงยังใส่พุทราจีน กับลำใยอบแห้ง เพื่อเพิ่มความหอมอร่อย ลงไปอีกด้วย ตัวบัวลอยไส้งาบดแป้งนุ่มๆทานแล้วอร่อยมาก

    ปิดท้ายด้วยแคนตาลูปสาคูเย็น เป็นแคนตาลูปปั่นใส่สาคู และก็ยังมีสาคู และแตงโมเป็นชิ้นกลมๆใส่มาให้อีกด้วย หวานเย็นหอมแคนตาลูป อร่อยดี

             

    ทั้งหมดก็ประมาณนี้ ค่ะ จริงๆยังมีบางเมนูที่ไม่ได้ถ่ายมาให้ชมกันอีกนะค่ะ เพราะว่าอาหารมีหลายเมนู สั่งทานกันแทบไม่หมด ถือว่าเป็น บุฟเฟต์ติ่มซำ มื้อพิเศษ ที่อิ่มอร่อย เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบอาหารจีน และติ่มซำ เป็นอย่างมาก

    ในเรื่องของการบริการนั้น ก็ได้รับการบริการที่ดีมาก บรรยากาศหรูหราแบบจีน ตอนที่ไปทานลูกค้าที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างเยอะ เกือบเต็มห้องอาหารเพราะห้องอาหารไดนาสตี้นั้น เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน ที่ชอบทานอาหารจีน แต่ก็ยังได้รับการบริการที่ดี ได้อาหารรวดเร็วดี พนักงานคอยเก็บจานได้รวดเร็ว

     

    สำหรับผู้ที่สนใจ ก็สามารถ สำรองที่นั่ง หรือโทรสอบถาม ได้ที่ โทร 02-541-1234 ต่อ 4151 หรือ อีเมล์ fb_office@chr.co.th

    ห้องอาหารจีน ไดนาสตี้ อยู่ชั้น M โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็ฯทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

    เปิดบริการทุกวัน : มื้อกลางวันตั้งแต่ เวลา 11.30 – 14.30 น. และ มื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น.

     

  • Buffet อาหารทะเลนานาชาติ @Gondola Restaurant โรงแรม A-One Bangkok อร่อยคุ้ม

    Buffet อาหารทะเลนานาชาติ @Gondola Restaurant โรงแรม A-One Bangkok อร่อยคุ้ม

    รีวิวนี้ เป็นรีวิวที่มาพร้อมกับความอร่อย

    สวัสดีค่ะ รีวิวนี้จะพาไปกิน บุฟเฟต์ซีฟู้ด นานาชาติ อิ่มคุ้ม อร่อยล้ำ ที่ห้องอาหาร Gondola โรงแรม เอวัน กรุงเทพ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ ที่มีอาหารน่าทานหลายอย่าง ทั้งกุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ แซลมอน ซาซิมิ หอยหวาน บาบีคิว ฯลฯ เรียกได้ว่า ยกอาหารทะเลเด็ดๆ มาให้ทานกันเลยทีเดียว
    สำหรับการเดินทางไป ห้องอาหารกอนโดล่า นั้นก็สามารถเดินทางไปได้หลายทาง สามารถเข้าทางถนนเพชรบุรี ซอย 47 หรือ จะเข้าทางถนนพระราม 9 ซอย 26 ก็ได้ค่ะ ลองคลิ๊กแผนที่จากภแผนที่ โรงแรม เอวัน กรุงเทพ ด้านล่างก็ได้ค่ะ

    แผนที่โรงแรม เอวัน กรุงเทพ

    สำหรับราคาของ Buffet ที่ Gondola Restaurant นั้น ช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษถึงสิ้นเดือน เมษายน ราคา จะอยู่ที่

    – ในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ท่านละ 389 บาท เน็ท ทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ

    – ในวันธรรมดา มื้อกลางวัน ท่่านละ 369 บาท เน็ท มื้อค่ำ ท่านละ 389 บาท เน็ท

    – พิเศษ จองผ่าน Facebook :A-One Bangkok Hotel รับเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร รีฟิว ทานฟรีไม่อั้น อีกด้วยค่ะ

    – บุฟเฟต์มื้อกลางวัน จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น – 14.00 น.

    – บุฟเฟต์มื้อค่ำ จะเปิดให้บริการเวลา 17.00 น. – 22.00 น.

    ส่วนโปรโมชั่น หรือราคา หลังจากเดือนเมษายน นี้ สามารถติดตามได้ที่ Facebook :A-One Bangkok Hotel เลยค่ะ

    มื้อนี้เราขับรถมาจากเส้นพระราม 9 เปิด GPS. ขับตามทางแสนง่ายสบาย รถไม่ติด พอขับรถมาถึงโรงแรม เอวัน กรุงเทพ พอเดินเข้าประตูมาก็สะดุดตากับ รถตุ๊กซิ่ง คันนี้ เลยต้องถ่ายรูปเอามาฝากเผื่อใครไปทานอาหารที่โรงแรมเอวัน แล้วอยากถ่ายรูปกับ ตุ๊กซิ่ง

    มื้อที่เรามาทานนี้เป็นมื้อค่ำ นะคะ เรามาถึงก่อนเวลา 5 โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาของห้องอาหารเปิดเล็กน้อย มาเร็วๆ จะได้ทานได้เยอะๆ แต่มาก่อนเวลาแบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่นั่งรอ เพราะสามารถนั่งรอได้บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม

    บรรยากาศของล๊อบบี้ค่ะ เผื่อว่าใครมาก่อนเวลาก็สบายใจได้ มีที่นั่งรอ สบายๆ แอร์เย็นๆ รอห้องอาหารเปิด ซึ่งห้องอาหารกอนโดล่า นั้นจะอยู่ชั้นล่าง ของโรงแรมติดกับบริเวณล๊อบบี้ เลยค่ะ

    ได้เวลาแล้ว มาชมบรรยากาศของห้องอาหารกอนโดล่า กันก่อนนะค่ะ ส่วนนี้เป็นพื้นที่ด้านนอกค่ะ สามารถตักอาหารมานั่งทานด้านนอก บริเวณนี้ได้ค่ะ

    บรรยากาศโต๊ะอาหารด้านในห้องอาหาร มีโต๊ะนั่งสบายๆ จะนั่งโซฟายาวๆ ก็ได้ มาเป็นกรุ๊ปใหญ่ก็มีต่อโต๊ะยาว ให้ด้วยค่ะ

    บริเวณหน้าห้องอาหารค่ะ ด้านขวามือคือ บาร์อาหารญี่ปุ่น ซึ่งก็จะรวมอยู่ในบุฟเฟต์มื้อนี้ด้วยค่ะ

    เริ่มต้นด้วย บาร์อาหารญี่ปุ่น เห็นครั้งแรกแล้ว โอ้โห อร่อยแน่ๆ จัดเต็มเลย วันนี้

    บาร์อาหารญี่ปุ่น ก็จะมี ซาซิมิ แซลมอน ปลาหมึกยักษ์ ไข่หวาน สลัดแซลมอน ซึ่งสามารถสั่งเซฟ ทำซาซิมิให้ได้ตรงจุดนี้ค่ะ

    ยำสาหร่ายก็มี ขาดไม่ได้เลยสำหรับอาหารญี่ปุ่น อร่อยมาก

    ถือจานไป แจ้งเชฟ เชฟก็จะแล่ซาซิมิสดๆมาให้ แล้วก็ตักวาชาบิ โชยุ ใส่ถ้วยไปทานได้เลย

    ถัดมา เป็นไลน์อาหารที่อยู่ด้านหน้าห้องอาหารเหมือนกัน ก็คือ ต้มยำทะเล อยากได้อะไรมาทำต้มยำ ก็สั่งได้เลยค่ะ มีทั้งกุ้ง ไก่ ปลาหมึก ปลา ซึ่งบริเวณนี้ เชฟแจ้งว่า บางวันก็จะเปลียนจากต้มยำ เป็นเมนูอื่น แต่ว่าวัตถุดิบ ก็จะมีอย่างที่เห็นนี้ทุกมื้อ ค่ะ

    ติดๆกับ ต้มยำ ก็จะเป็น สาคูไส้หมู ค่ะ

    สาคูไส้หมู อร่อยๆ แต่ว่าบางวันก็จะเปลี่ยนเป็นปากหม้อนะคะ

    เข้ามาในห้องอาหารมาดูไลน์อาหาร ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ของห้องอาหารกอนโดล่า ที่นอกจากจะมี ซาซิมิ แซลมอน ปลาหมึกยักษ์บริเวณบาร์อาหารญี่ปุ่นให้แล้ว ก็ยังมีบริการอาหารทะเล ให้ด้วยค่ะ มาดูกันนะค่ะว่ามีอะไรบ้าง

    กุ้งต้ม หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ อลังการมาก มีเติมให้เรื่อยๆเลย ทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด แบบว่า อร่อยจริงๆ

    กุ้งสด และหอยหวาน ตักใส่จานแล้วเอาไปให้ เชฟย่างให้ ที่เคาร์เตอร์ย่าง บาร์บีคิว กุ้งคือสดมากๆ หอยหวานก็สดมากๆ เช่นกัน

    บางบีคิว ก็มีค่ะ บาบีคิวหมักซอสบาบีคิว นุ่ม หอม กลิ่นเครื่องเทศ อร่อยจริงๆ

    ปลาหมึก ปลาดอลลี่ เราเลือกปลาหมึกตัวมีไข่ มาย่าง พอย่างเสร็จ แล้วไปทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด นี่แบบว่าสุดยอดมากๆ

    ซูซิก็มีค่ะ ซูซิมีหลากหลายหน้า ตัวข้าวซูซิ ทำออกมาได้อร่อยถูกใจ และก็มีเติมออกมาเรื่อยๆ เลยค่ะ

    ไลน์ถัดมาติดกับ ซุ้มอาหารทะเล เป็นไลน์สลัด น้ำสลัด อร่อยมาก โดยเฉพาะ น้ำสลัด ที่อยู่ในรูปนี้ ใส่ผักสลัดโรย เบคอน ขนมปังกรอบ แล้วน้ำสลัดอันนี้เข้ากันสุดๆ

    ขาดไม่ได้เลยคือชีสเวลาทานสลัด ชีสก้อนหนาๆ เป็นเเหมือนชีสที่ทานกับขนมปัง เอามาทานเล่นๆ ยังอร่อยเลย

    ขนมปังต่างๆ

    เบคอน แฮม วางบนขนมปัง ทาน้ำสลัด วางชีสลงไปอีกก้อน ลงตัวความอร่อยจริงๆ ชอบมาก

    จากไลน์ บาร์อาหารญี่ปุ่น – ต้มยำทะเล – ซีฟู๊ด – บาบีคิว มาต่อที่ ไลน์อาหารร้อน ซึ่งก็อร่อยไม่แพ้กัน เพราะมุมนี้จะมี ทั้งกระเพาะปลา / ซุปมันฝรั่งร้อนๆ / ไก่อบยอดผัก ซึ่งรสชาติเยี่ยมยอดมาก / ปลาดอลลี่ผัดเปรียวหวาน / มันฝรั่งย่าง / ปลาดอลลี่ย่างซอสมัสตาด อันนี้เพิ่งเคยทานอร่อยดีเหมือนกัน ซึ่งในแต่ละวันอาหารตรงมุมนี้ก็อาจจะเปลี่ยนไปบ้าง

    ถัดมาคือ โซนปิ้งย่าง บาบีคิว เอาปลาหมึก กุ้ง ปลา หอยหวาน บาบีคิว ต่างๆ มาให้เชฟ กริลให้ตรงนี้ค่ะ

    หรือจะตักเอาจากที่ เชฟ กริลให้แล้วเลยก็ได้ เพราะเชฟ จะค่อยๆ กริล แล้ววางใส่จานให้แบบนี้ ก็มาตักไปได้เลย

    ยังไม่จบค่ะ ยังมีของทอดอีก

    เปาะเปียะทอด

    ไก่จ๊อค่ะ อร่อยเหมือนซื้อที่ซุ้มไก่ห้าดาวเลยค่ะ

    ลูกชิ้นทอด

    ของทอดไปแล้ว มีมุมขนมหวาน และผลไม้อีก เห็นปิดฝาอยู่นั่นคือช๊อคโกแลต สำหรับเอาผลไม้มาจิ้มเคลือบช๊อคโกแลตนะค่ะ

    ใครอยาก เอาอันไหนจิ้มช๊อคโกแลต ก็ตามสบายเลยค่ะ

    ผลไม้จิ้มช๊อคโกแลตก็มี เค้กก็มี สลัดผลไม้ก็มี

    เค้กหน้าต่างๆ คัพเค้ก สลัดผลไม้ ขนมหวานแบบไทยๆ ก็มี คือ อิ่มครบ อร่อยคุ้ม มากๆ

    ผลไม้ก็มีให้ ทั้ง สับปะรด แตงโม แก้วมังกร

    มาดูกันว่า ตักใส่จานมาทานแล้วจะน่าอร่อยขนาดไหน เริ่มจาก ซูซิ เรากินเกือบครบทุกหน้าเลย

    แซลมอน ซาซิมิ จานนี้อร่อยมาาก จัดไปหลายรอบเลยหล่ะค่ะ

    ปูอัดก็มีค่ะ

    ปลาหมึกยักษ์ถูกใจ เป็นหนักหนา

    จัดมาชุดใหญ่ จิ้มวาซาบิ แล้วจี๊ดใจ ดีงาม พระราม 9

    กระเพาะปลา อร่อยฟิน กระเพาะปลาชิ้นใหญ่ ซดร้อนๆ คล่องคอเลยค่ะ

    หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งต้ม เนื้อหวานๆ ตักมาทานไปหลายรอบอีกเช่นกัน

    ปลาดอลลี่ย่าง ทานกับซอส สารพัดซอสเลย

    กินกุ้งต้มไปแล้ว กุ้งย่างก็ต้องกิน แค่กุ้ง หอยหวาน หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ แซลมอนอีก ถ้าไปซื้อทานเองนี่คงหมดไปหลายร้อย

    หอยหวานตัวใหญ่ๆ ไม่ใช่ตัวเล็กๆด้วยนะ

    บาบีคิว จิ้มกับซอสบาบีคิว นุ่มๆ หอมๆ เครื่องเทศ

    ปลาหมึกไข่ย่าง อร่อยเลิศมากๆๆ

    น้ำจิ้มซีฟู๊ด แซ่บๆ น้ำจิ้ม ที่ห้องอาหารกอนโดล่า นี่ถูกปากมากๆ ไม่เปรี้ยว ไม่หวานเกินไปรสชาติกำลังดี จิ้มกับอะไรๆ ก็อร่อย

    จานนี้จากไลน์ ของร้อน ไก่อบยอดผัก หนังไก่หวานๆ เนื้อไก่นุ่มๆ ประทับใจตรงหนังไก่ รสชาติประมาณไก่ย่างนมสดเลย อร่อยฟิน

    ปลาดอลลี่ผัดเปรี้ยวหวาน ตักมาแต่ปลา ผักไม่มี 555

    ดูกันมาเรื่อยๆ รสชาติของความอร่อย แซลมอนสดๆ จิ้มวาซาบิ

    กุ้งต้ม แกะแล้วจิ้ม จิ้มแล้วกิน อร่อยเหาะ

    หอยหวาน ชิ้นใหญ่ๆ ไม่ใช่ตัวเล็กๆ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู๊ดกินเลี้ยวเคี้ยวหนุบๆหนับๆ

    หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ อร่อยจริงๆ ตัวใหญ่ๆ เต็มปาก เต็มคำ

    ซูซิ หน้าไข่กุ้ง ไข่กุ้งเต็มๆ

    ลืมปลาหมึกย่างริมทางไปเลย งานนี้จัดเต็ม จัดมาหลายตัว เรียกได้ว่าอร่อยคุ้ม ดีงามพระราม 9 มากๆ สำหรับบุฟเฟต์ ที่ห้องอาหารกอนโดล่า มื้อนี้ ทำรีวิวไปดูภาพไปแล้วหิว เดี๋ยวหาโอกาสจองไปกินอีก เพราะทั้งหมดนี้ แค่ 389 บาท เท่านั้น เรียกว่า เป็นราคาที่ไม่แพงสำหรับบุฟเฟต์โรงแรม ที่จัดเมนูอาหารมาให้กันขนาดนี้

    สุดท้าย น้ำสมุนไพรรีฟิว ที่แถมมาให้กับท่านที่จองผ่านเฟสบุ๊ค ซึ่งก็จะเปลี่ยนน้ำสมุนไพรไปในแต่ละเดือน นอกจากน้ำสมุนไพรแล้ว หากใครไม่อยากทานน้ำสมุนไพร หรือน้ำเปล่า ก็ยังมีบริการ โค้ก รีฟิว อันนี้จ่ายเพิ่มเป็นค่่าน้ำโค้กรีฟิวอีกนิดหน่อย นอกจากน้ำเปล่า น้ำสมุนไพร น้ำโค้ก ก็ยังมี ชา กาแฟ ร้อนให้อีกด้วยนะค่ะ เรียกได้ว่า อิ่มครบ อร่อยคุ้ม เลยค่ะ

    จบแล้วค่ะ สำหรับรีวิวนี้

    หากใครผ่านมาชมรีวิว กำลังหาบุฟเฟต์อร่อย ราคาเบาๆ ก็เชิญมาทานกันได้ที่ ห้องอาหารกอนโดล่า โรงแรมเอวัน กรุงเทพ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ที่อร่อย และคุ้มค่า คุ้มราคามากๆ ทั้งความสดของอาหาร ความหลากหลายของอาหาร แต่ละอย่าง เสริฟออกมาตลอดไม่มีขาด แต่แนะนำว่า หากใครไปทาน อยากให้ไปเร็วนิดนึง เพราะจะได้ทานจากไลน์อาหารเต็มๆ ส่วนเรื่องราคาก็ถือว่าไม่แพงเลยค่ะ เมื่อเทียบกับ เมนู และ ปริมาณอาหารที่ให้ แถมยังรวมน้ำให้อีก

    หากใครสนใจอยากทานอาหารที่ ห้องอาหารกอนโดล่า โรงแรมเอวันกรุงเทพ ก็สามารถสอบถาม ได้ที่

    Facebook : A-One Bangkok Hotel

    website : http://www.a-onehotel.com/th/bangkok/buffet/

    หรือโทรสอบถาม รายละเอียดต่างๆ ได้ที่ เบอร์ 02-718-1030 – 43

  • เที่ยวจันทบุรี พักโรงแรมมณีจันทร์ จันทบุรี ที่พักสบาย ต้นไม้งาม @Maneechan Resort Chantaburi

    เที่ยวจันทบุรี พักโรงแรมมณีจันทร์ จันทบุรี ที่พักสบาย ต้นไม้งาม @Maneechan Resort Chantaburi

    สวัสดีค่ะ ทริปง่ายๆของเราในครั้งนี้ เนื่องจากต้องผ่านไปทำธุระที่จังหวัดจันทบุรี ก็เลยถ่ายรูปเอามาทำรีวิวไว้ให้ชมกัน เผื่อว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่กำลังจะไปเที่ยวจันทบุรี ยิ่งตอนนี้ก็ใกล้ๆ จะเป็นฤดูของผลไม้ภาคตะวันออก เงาะ มังคุด ทุเรียนใกล้จะได้เที่ยวชมสวนกันแล้ว  ใครกำลังวางแผนไปเที่ยว ก็เชิญมาชมกันเลยนะค่ะ

     
     
    โรงแรม มณีจันทร์ รีสอร์ท แอนด์ สปอร์ตคลับ นี้จองผ่านแอป Traveloka จะมีโปรโมชั่นมาบ่อยๆ ล่าสุดเพิ่งมีโปรโมชั่น ต้อนรับ Summer  ลด 45 % ลดสูงสุดไปตั้ง 750 บาท  โปรนี้ทำเอาเราสบายกระเป๋าเลย ลดเยอะที่สุดกว่าทุกเจ้าที่มาทำตลาดเมืองไทย ที่สำคัญ ราคาที่เห็น ตรงกับราคาที่ต้องจ่าย เห็นราคาไหนก็จ่ายราคานั้น ไม่ต้องมารวมอะไรต่อมิไรตอนจ่ายตังค์อีก ใครสนใจจองโรงแรม Maneechan Resort & Sportclub ก็สามารถเข้าไปเช็คราคาจ่ายจองกันได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าราคาในเวป จะแพงกว่าในแอป แนะนำให้โหลดแอป Traveloka เก็บไว้จะได้ราคาถูกกว่าเยอะเลย และก็จะมีสเตตัสแจ้งเตือนเวลามีโปรโมชั่นมาให้ด้วย
     
     
     
    ทริปนี้วันแรก เราเดินทางจาก กทม. แวะทำธุระนิดหน่อย แล้วก็ดิ่งเข้าโรงแรม ไม่ได้ไปไหนเลย ประกอบกับฝนตกปรอยๆ มาตลอดทาง ทำให้บรรยากาศแสนจะอึมครึม มาถึงโรงแรมก็พักผ่อนกันอย่างเดียวเลย ภาพหน้าโรงแรมจาก Google ส่วนแผนที่ คลิ๊กที่รูปได้เลยนะค่ะ ลิ้งกับแผนที่จากกูเกิ้ล ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ
     

     
     
    ต้องบอกก่อนว่า โรงแรมมณีจันทร์ เราเคยมาพักแล้วสองสามครั้ง แล้วค่อนข้างประทับใจ สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้เราเป็นอย่างมาก จากการต้อนรับของโรงแรมก็คือ ผลไม้ต้อนรับแบบนี้เลยค่ะ ผลไม้จะจัดมาให้แขกที่เข้ามาพักได้มานั่งทานบริเวณล๊อบบี้ ก็จะมีทั้งลองกอง มังคุด เงาะ สละ แล้วก็ยังมีเครื่องดื่มสมุนไพร ที่เป็นแบบตู้กด เอาไว้คอยบริการด้วยค่ะ พอเห็นแล้ว อืมมมม ไม่ต้องไปบุฟเฟต์ผลไม้ที่ไหนแหละ ซื้อทุเรีียนอย่างเดียวพอ เพราะจริงๆแล้วก็ทานได้นิดๆหน่อยๆ พอให้หายอยาก ที่เหลือก็ซื้อตลาดกลับบ้านอยู่ดี
     

     
    ที่นั่งบริเวณล๊อบบี้ นั่งทานผลไม้ไป พร้อมรอ Check in
     

     
    ใครสนใจผลิตภัณฑ์ OTop สินค้าแปรรูปของจันทบุรี ก็ซื้อกันได้ตรงมุมนี้
     

     
    ห้องนี้สำหรับทำธุระเอกสารต่างๆ ส่วนมากจะเป็นไกด์ทัวร์เข้ามาใช้บริการ
     

     
    อีกนิดก่อนไปชมห้องกัน 
     

     

     

     
    ระหว่างทางเดินไปห้องพักก็จะเห็นวิวสวยๆ บรรยากาศของโรงแรมไปด้วย
     

     

     
    มาชมห้องพักกันค่ะทริปนี้เราจองมา สองห้อง เป็นแบบห้องเตี่ยวเดี่ยว 1 ห้อง และห้องเตียงคู่ อีกหนึ่งห้อง มาชมกันนะค่ะ ถ่ายภาพอาจไม่สวยเพราะว่า พยายามไม่ให้ติดสมาชิกร่วมทริปมุมเลยอาจไม่ค่อยงามมม 
     

     
    ราคาของโรงแรม อาจจะเรียกว่าสูงกว่าโรงแรมอื่นๆในตัวเมืองจันทบุรีพอสมควร แต่ถ้าเทียบจาก สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการต่างๆ ก็ถือว่าคุ้มค่า อย่างแรกคือห้องพัก ห้องพักกว้าง นอนสบาย สะอาดแม้ว่าจะเป็นโรงแรมที่เปิดให้บริการมานานแล้ว ก็ยังปรับปรุงดูแลรักษาความสะอาดไว้ได้อย่างดี
     

     

     
    มุมเล็กๆ ไว้นั่งกินขนม
     

     
    ด้านนอกห้องบริเวณระเบียง จะมีชุดเก้าอีนั่งชมวิวสวนหลังโรงแรมบรรยากาศร่มรื่นมาก
     

     
    ขนมต้อนรับ ซึ่งก็จะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน คราวก่อนเรามาพักได้ขนมเทียนแก้วอร่อยมาก
     

     
    น้ำดื่มชากาแฟ กระติกน้ำร้อนมีบริการ
     

     
    ห้องน้ำของโรงแรมก็จะมีทั้งแบบห้อง Shower และ ห้องที่เป็นอ่างอาบน้ำ ห้องนี้เป็นห้อง Shower นะคะ อีกห้องเป็นห้องอ่างอาบน้ำ
     

     
    อุปกรณ์ในห้องน้ำ พร้อมเชียวค่ะ มีแแปรงสีฟัน ยาสีฟันให้ด้วย
     

     
    มาทีไรก็ชอบ สบู่มังคุดหน้าหมูน่ารักๆ ไม่ได้ใช้เลยนะ เก็บกลับบ้านเป็นที่ระลึกไปใช้ที่บ้านตลอด 
     

     

     
    มาชมอีกห้องซึ่งเป็นเตียงคู่ ขนาดห้องเท่ากัน ทุกอย่างก็เหมือนกับห้องแรก เพียงแต่หัวเตียงต่างกัน จุดเสียบไฟก็เลยต่างกันด้วย
     

     
    มุมทานขนม
     

     

     

     

     
    ออกมาบริเวณระเบียงก็จะเจอที่นั่งกับบรรยากาศสวนสวยเหมือนกันทุกห้องแล้วแต่ว่าห้องจะได้มุมไหน
     

     

     
    ห้องนี้เป็นอ่าบอาบน้ำค่ะ อาจจะดูเป็นห้องโรงแรมรุ่นเก่า แต่สะอาดมากค่ะ
     

     
    อุปกรณ์ในห้องน้ำเหมือนกันทุกห้องเลยค่ะ
     

     

    เข้าห้องพักผ่อนนอนไปตื่นนึง ก็คิดว่าไปหาที่เที่ยวดีกว่า จะนอนเฉยๆในห้องคงไม่ดี เลยขับรถไปที่อ่าวคุ้งกระเบนท่ามกลางบรรยากาศหลังฝนตก เพื่อมาเที่ยวกันที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำหรับที่เที่ยวบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จะมีจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ อยู่หลายจุดที่สามารถแวะท่องเที่ยวได้ ลองคลิ๊กเข้าไปดูในแผนที่ ที่เราลิ้งให้ดูนะค่ะ แผนที่อ่าวคุ้งกระเบน

    จุดท่องเที่ยว ที่เที่ยวจันทบุรี บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ที่น่าเที่ยวก็เริ่มตั้งแต่
    1 บริเวณงานวิชาการเกษตร ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นจุดปลูกพืชผักหลายๆอย่าง ไปแต่ละครั้งก็อาจจะเจอพืชผักไม่เหมือนกัน เจอบ่อยๆก็จะเป็นมะนาว ถั่ว ประมาณนี้

    2 ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ซึ่งจะเป็นจุดที่ให้เดินชมธรรมชาติของป่าชายเลน เดินสนุกดีค่ะถ้าไม่กลัวร้อนและเหนื่อย เพราะเราเคยเดินมากันแล้ว คราวนี้เลยไม่ได้แวะ สมาชิกในทริปบอกว่าเดินไม่ไหวเย็น      แล้วด้วย
    3 สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ปกติเรามาทีไรก็จะแวะเข้าไปเดินชมปลาแต่รอบนี้ไม่ได้แวะอีกเช่นเพราะแวะมาหลายรอบแล้ว
    4 หาดแหลมเสด็จ เป็นอีกจุดที่ชอบแวะ เพราะเราชอบแวะซื้อไก่ย่าง ลูกชิ้นทอด ส้มตำบ้าง ผลไม้บ้าง บริเวณนี้ เป็นจุดพักผ่อนแต่ไม่แนะนำให้เล่นน้ำทะเล เพราะว่าชายหาดลาดชันคลื่นแรง เหมาะกับการนั่งเล่นริมหาดกันมากกว่า
     
    และจุดที่เราแวะครั้งนี้คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สาเหตุที่เรามาเที่ยวตรงนี้ และชอบมากเป็นพิเศษเพราะเป็นกระชังเลี้ยงปลา เลี้ยงเต่า เลี้ยงหอยนางรม ที่ยื่นออกไปในทะเล วิวสวย และบรรยากาศดีมาก ยิ่งมานอนเย็นๆอากาศยิ่งดีและก็ไม่ร้อนแดด ด้วยค่ะ
     

     

     
    พอมาถึงแล้วเป็นช่วงเวลาฝนเพิ่งหยุดตก ก็เลยเห็นเค้ากำลังจับเคยกัน ไปยื่นด่อมๆมองๆ ของถ่ายรูปสักนิด นี่แหละค่ะ เคยที่เค้าเอามาทำกระปิกัน
     

     
    ใครมาเที่ยวที่นี่อย่าลืมอ่านบอร์ดประวัติ ศึกษาความเป็นมาของอ่าวคุ้งกระเบนกันนะค่ะ ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ
     

     

     

     
    เดินชมบรรยากาศกันไปเรื่อย ด้วยความสุข กระชังนี้เลี้ยงเต่านะคะ
     

     

     
    หลายๆกระชังก็จะเลี้ยงหอยนางรม หอยนางรมตัวโต ม๊ากกกกก ไม่แค่เฉพาะเชือกที่ห้อยๆ ไว้นะค่ะ ตามไม้ ตามเสา ก็เต็มไปด้วยหอยนางรม คนชอบทางหอย อย่างเราก็เลยฟิน
     

     

     
    บรรยากาศดี วิวสวย แต่ให้เดินกันระวังๆนิดนึง เพราะมีบ่อปลาฉลาม ด้วยค่ะ
     

     
    อันนี้บ่อปลาเก๋าค่ะ ตัวโตๆ กันเลย
     

     
    พวงนี้สำหรับ หย่อนลงไปให้หอยนามรมมาเกาะ ค่ะ
     

     
    ปิดภาพบรรยากาศลมเย็นๆ นั่งชมวิวห้อยขา หลบคนนิดหน่อย ไม่ขวางทาง กันเพลินๆ แแถบๆนี้
     

     
    ได้เวลาเราก็ขับรถเข้าเมืองมาแถวๆบริเวณตลาดน้ำพุ เพื่อมาทานร้านข้าวต้ม ร้านอร่อยเจ้าประจำของเรา ที่มาเที่ยวจันทบุรี ทีไรก็ต้องมีสักหนึ่งมื้อ ที่ต้องแวะมาทานร้านนี้ ก็คือร้านข้าวต้มสมบูรณ์ ร้านข้าวต้มอร่อย ประหยัดด้วย มาจันทบุรีทีไร นอกจากจะไปหาร้านอร่อยริมหาด ร้านอาหารทะเลดังๆทั่วไปแล้ว ขาดไม่ได้เลยสำหรับเราก็คือร้านนี้ 
     

     
    แต่ต้องบอกว่่าคนจะเยอะ และถ้ามาช้าจะไม่มีโต๊ะนั่งนะคะ เพระาร้านนี้เป็นขวัญใจของใครหลายๆคน 
     

     
    เมนูแรกที่ ที่เราสั่ง คือ ต้มส้มปลากะพง น้ำซุปหวานเปรี้ยวเค็มกล่มกล่อม หอมสมุนไพร ขิง เนื้อปลาไม่คาว อร่อยมากๆขอบอก 
     

     
    ปลาหมกผัดไข่เค็ม คือผัดไข่เค็มจริงๆ เหมาะกับการทานกับข้าวต้ม คนไม่ชอบอาจจะไม่ชอบ แต่ส่วนตัวเราชอบค่ะ
     

     
    จานนี้ของโปรด ปลาทอดกระเทียม เป็นปลาหั่นเป็นชิ้นๆทอด โรยด้วยกระเทียมเจียว ทานร้อนๆ อร่อยมากๆ
     

     
    ปลาผัดคึ่นฉ่าย อร่อยอีกเหมือนกัน สำหรับคนชอบผักคื่นฉ่ายนะคะ เป็นปลาทอดแล้วเอามาผัดกับผักคึ่นฉ่าย ใส่เต้าเจี้ยวด้วย อร่อยหอมคึ่นฉ่าย
     

     
    จานสุดท้าย ยำรวมมิตร ปลาหมึกสดๆ กุ้งสดๆ ยำกับน้ำยำ หัวหอมซอย ตะไคร้ซอย ยำรวมกันแล้วอร่อยมากๆ ค่ะ สรุปว่ามื้อนี้ อิ่มอร่อย ราคาเบาๆ จ่ายไปจำไม่ได้แล้ว แต่ว่าไม่แพงค่ะ 
     

     
    ทานเสร็จแล้วก็เดินชมตลาดกันต่อ บรรยากาศตลาดผู้คนออกมาซื้อของทานกันอย่างคึกคัก
     

     

     
    เดินๆดูมีร้านขนมหลายๆร้านน่าทานมากๆ 
     

     

     

     

     

     
    ร้านนี้ มีบัตรคิวด้วย เห็นคนสั่งข้าวเหนียวทุเรียนกันเยอะเลย ลองลองต่อคิ้วกับเค้ามั้ง ข้าวเหนียวทุเรียนอร่อยดีค่ะ 
     

     

     

     
    ก่อนกลับเข้าที่พัก ก็เลยถ่ายบรรยากาศเมืองจันทบุรีมาให้ชมอีกนิด 
     

     

     
    พอกลับห้องก็เข้าห้องนอน พักผ่อน ก็มาถึงต้องเช้ากันเลย มาทานอาหารเช้ากัน ห้องอาหารของโรงแรมมณีจันทร์ จะค่อนขว้างกว้าง มีที่นั่งเยอะดี 
     

     

     

     

     

     

     
    ไลน์อาหารต่างๆ ถ่ายมาให้ชมกันไม่หมดนะค่ะ แต่ว่ามีอาหารเยอะ และอร่อยด้วยค่ะ อาหารเช้าจะออกแนวไทยๆ มีข้าวต้มร้อนๆ แบบข้าวมาต้มน้ำจนข้าวบาน ไม่ใช่ข้าวหุง แล้วมาต้มใส่น้ำร้อนแค่พอร้อน มีต้มเลือดหมูร้อนๆ ซาลาเปา ขนมจีบ กับข้าวแบบไทย น้ำผักผลไม้สกัด ขนมปัง สลัด และอีกหลายอย่าง ลองมาชมที่เราตักมาทานกันนะคะ
     

     
    ต้มเลือดหมูค่ะ อร่อยไม่แพ้ ต้มเลือดหมูตามร้านทั่วไปเลยค่ะ เพียงแต่ชามเล็ก ต้องเติมหลายรอบ
     

     
    น้ำเต้าหู้ร้อน ปาท่องโก๋ร้อนๆ จิ้มกับน้มข้นหวาน บอกตรงๆว่า เดี๋ยวนี้วิถีชีวิตของเรา ไม่รู้ว่าจะมีใครเหมือนเรารึเปล่า คือแวะ เซเว่นตอนเช้า กันอย่างเดียว หาซื้อปาท่องโก๋ทานตอนเช้าไม่ค่อยได้ แต่ดันมีขายตอนเย็น
     

     
    ของโปรด ขนมจีบ อร่อยมากๆ ซาลาเปาก็อร่อย 
     

     
    กับข้าว ข้าวต้ม แต่ละวันก็จะแตกต่างกันไป แต่วันนี้เราชอบมากๆเลย คือหมูผัดหนำเหลียบ กับผัดดอกขจร ฟินมากกก กับข้าวต้มตอนเช้า พอดีเราเป็นคนชอบทานข้าวต้มค่ะ
     

     
    ข้าวต้มแบบนี้แหละที่เราชอบ คือข้าวต้มต้องเอาข้าวมาต้มจนบาน ไปทานอาหารโรงแรมบางที่เป็นข้าวหุง แช่น้ำร้อน ทานแล้วมันไม่ค่อยอร่อย แต่อันนี้ข้าวต้มเปล่าๆ เหยาะพริกไทย ซีอิ้วข้าว สำหรับเราก็อร่อยแล้วค่ะ
     

     

     
    กับข้าวยามเช้า หมูผัดกระปิ ฝักแม้วผัดไข่ คือว่า อร่อยมากๆๆๆ 
     

     
    แครอทคั้นยามเช้า เพื่อสุขภาพ
     

     
    ปิดท้ายด้วยกาแฟคาปูชิโน่ร้อน 555 จริงๆ เราทานไปหลายอย่างแล้วหล่ะ ทั้งกาแฟร้อนเย็น แต่ไม่ได้ถ่ายมาให้ชม 
    สรุปคือ เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่อาหารเช้าประทับใจมากกก ๆๆๆๆ 
     

     
    ทานอาหารเช้าเสร็จก็ได้เวลาพักผ่อน ก่อนจะเดินทางกันต่อ เลยเก็บภาพบรรยากาศส่วนอื่นๆ ของโรงแรมมาฝากกันต่อ ที่โรงแรมมณีจันทร์ จะมีมุมนั่งพักผ่อนเยอะ มุมร่มรื่น ต้นไม้เยอะ จัดสวนสวย มาพักแล้วถือว่าคุ้มค่า กับการพักผ่อน แม้ไม่ติดทะเล แต่เราก็ประทับใจ
     

     

     
    สระว่ายน้ำ ที่มีทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ สระเด็กใหญ่ดีเหมาะกับเด็กๆได้ว่ายน้ำ 
     

     
    ทางเดินเชื่อมไปตึกต่างๆ ก็ตกแต่งสวนได้สวยงาม 
     

     

     

     

     
    มุมต่างๆ บรรยากาศของโรงแรม ร่มรื่น ร่มเย็น เต็มไปด้วยต้นไม้ มาพักแล้วสบายใจ ได้พักผ่อนจริงๆ เวลาที่อยู่ในโรงแรม 
     

     
    เดินต่อไปมาชมสวนด้านหลัง ซึ่งเป็นวิวจากระเบียงห้อง
     

     

     

     

     

     
    สวนสวยๆจัดและตกแต่งทางเดินให้ได้มาพักผ่อน 
     

     

     

     

     
    แม้แต่ใต้บันใด ก็ยังจัดสวนตกแต่งให้ดูสวยงามเลยค่ะ
     

     

     
    เดินย่อยชมสวน ชมโรงแรม กันเรื่อยๆ ก็เดินมาถึงฟิตเนส มาเอากำลังออกสักหน่อย เมื่อเช้าทานมาเยอะ ก่อนที่จะเดินทางออกไป ก็เลยต้องขอจบรีวิว โรงแรม มณีจันทร์ รีสอร์ท แอนด์ สปอร์ตคลับ ไว้แต่เพียงเท่านี้
     
    Smiley SmileySmiley
     
     
     
     
     

    Maneechan Resort Chantaburi

    โรงแรม มณีจันท์ รีสอร์ท แอนด์ สปอร์ตคลับ จันทบุรี

    ที่อยู่: 110 หมู่ 11 ต. พลับพลา อ. เมือง จ. จันทบุรี ประเทศไทย 22000

    เบอร์โทร: 039 343777  มือถือ: 081 3112952  แฟกซ์: 039 373666

    เว็บไซต์: maneechan.com  ดูแผนที่   คลิกจองเลย

    agoda-hotel-booking

     
  • หนีร้อน ไปนอนรับลมทะเล @Way Hotel Pattaya

    หนีร้อน ไปนอนรับลมทะเล @Way Hotel Pattaya

    สวัสดีค่ะ หน้าร้อนแบบนี้ก็ต้องนึกถึงทะเล  วันนี้เคยขอพาไปเที่ยวทะเลพัทยากัน พัทยาไปง่ายแค่ คืนเดียว ก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนสบายๆแล้วค่ะ

    Movetrip.com วันนี้เลยขอแนะนำ โรงแรม ที่พัก พัทยา ที่สงบเงียบ บรรยากาศดีๆ ริมทะเล อาหารเช้าอร่อย @Way Hotel Pattaya
    Way Hotel Pattaya เป็นโรงแรมเครือเดียวกันกับ The zign pattaya สถานที่ตั้งโรงแรม จะอยู่ซอยเดียวกันกับ The Zign Pattaya แต่จะอยู่เลย The Zign pattaya ไปอีกนิดน่อย คลิ๊กที่ภาพ ไปยังแผนที่ Google ได้เลยค่ะ

    โรงแรม เวย์ โฮเทล พัทยา เป็นโรงแรมติดทะเลนะค่ะ แต่ว่าทะเลเป็นเหมือนชายเลน ไม่สามารถเล่นน้ำได้ ไม่ใช่ชายหาด แต่ก็ได้บรรยากาศทะเลดีค่ะ แต่สิ่งที่เราชอบ โรงแรมนี้ และทำให้ตัดสินใจ จองก็เพราะ

    •  ภายในห้องพักมีเตียงใหญ่ และเตียงเล็ก ก็คือเตียง king size 1 เตียง และเตียงเดี่ยวอีก 1 เตียง
    • วิวทะเลที่มองเห็นสะพานปลา ดูชีวิตผู้คนบนสะพานปลา เพลินๆดีค่ะ

    สำหรับเรทราคาของห้องพัก ก็จะอยู่ที่ช่วงเวลา ด้วยนะค่ะ ประมาณ 1800 กว่าๆ ถึง 2 พัน กว่า ๆ แล้วแต่ช่วงวันที่เข้าพักค่ะ  เราเช็คราคาจากเวปไซด์ Traveloka  ค่ะ เพราะเป็นเวปที่เปิดขึ้นมาดูราคาแล้วจะเห็นตามราคาหน้าเวปเลย ไม่มีบวกเพิ่มเวลาที่กดจ่ายตังค์ แต่ถ้าจะให้ดี แนะนำให้โหลด แอป Traveloka มาจองผ่านบนมือถือดีกว่าค่ะ เพราะว่า เรทราคา บนหน้าเวป กับในมือถือจะแตกต่างกัน ในมือถือจองผ่านแอป จะถูกกว่า
    ที่สำคัญ Traveloka เค้ามีโปรมาบ่อยๆ จองเมือปีที่แล้ว ช่วงเทศกาล เค้ามีโปรลด 40 เปอร์เซ็นต์ มาให้จองด้วยค่ะ ทำให้การจองโรงแรมของเราสบายกระเป๋าขึ้นเยอะเลย ส่วนเรื่องโปรโมชั่น ของ Traveloka เค้าจะมีเด้งเตือนบนมือถือตลอด ว่ามีโปรอะไรมาลดบ้างค่ะ สำหรับพัทยาทีเ่ราไปนั้น จากสถิติของ traveloka เป็นสถานที่ที่คนสนใจไปเที่ยวในหน้าร้อนนี้มากที่สุดเลยค่ะ
    ไปชมโรงแรมกันนะค่ะ

    ล๊อบบี้ของโรงแรมค่ะ เดินเข้ามาก็จะเจอกับแผนกต้อนรับ ก็รอไม่นานค่ะแป๊บเดียวได้การ์ดขึ้นห้อง

    โซฟาไว้นั่งพัก Lobby โรงแรมค่ะ

    ประตูออกไปสระว่ายน้ำ ไปห้องอาหาร และก็คงไปริมทะเลค่ะ

    หิวๆ ก็สั่งตรงนี้ได้ค่ะ

    ทางเดินไปขึ้นลิฟท์

    มาชมห้องพักกันค่ะ ส่วนตัวแล้วเราว่า เรทราคาประมาณนี้ แล้วได้ส่วนลดด้วย แล้วได้ห้องแบบนี้ เราโอเคเลยค่ะ เป็นโรงแรมที่จองมานอนพักผ่อนซ้ำได้อีกหลายๆรอบ เพราะห้องกว้าง มีเตียงเล็กเตียงใหญ่ให้ภายในห้อง มีโซฟาให้นั่งเล่นชมวิว

    มีกระจกบานใหญ่โปร่งๆ ให้ชมวิวสวยๆด้านนอกห้อง มีระเบียงให้ออกไปยืนรับลม เราจองมาพักเป็น city view นะค่ะ เพราะถ้าเป็น sea view จะราคาสูงกว่านิดหน่อย ถ้าใครอยากได้ sea view ก็จะได้ชมวิวทะเลเต็มๆเลยค่ะ

    มีชากาแฟ ให้ด้วยค่ะ มีน้ำให้อีกสองขวด

    ห้องน้ำ จะเป็นแบบประมาณนี้ค่ะ จะไม่เหมือนที่ the zign ที่จะเป็นกระจกโปร่ง

    แต่เราชอบแบบนี้นะค่ะ เวลาอาบน้ำแล้วเป็นส่วนตัวดี พอขึ้นห้องแล้วก็พักผ่อนจริงๆค่ะ นอนๆๆ แล้วก็นอน จนกระทั่งตอนบ่ายๆแก่ๆ มากๆ เราก็ออกไปเดินเล่น ที่ตลาดนาเกลือ แล้วก็ไปทานอาหารแถวๆนาเกลือเลยค่ะ

    มาชมตลาดนาเกลือกันค่ะ อาจะเดิน แฉะๆ นิดหน่อยสำหรับคนไม่ชอบ

    แต่เราอยากเดินดูของทะเลสดๆ ว่าเค้ามีอะไรขายบ้าง ก็เลยมาเดินเล่นกันค่ะ

    ที่ตลาดนาเกลือ หน้าตลาดจะมีบริการทำอาหารทะเลให้ด้วยนะค่ะ จะปิ้งย่าง หรือนึ่ง ก็มีบริการทำค่ะ คิดค่าทำเป็นกิโล แล้วก็ยังมีน้ำจิ้มแซ่บๆ ขายด้วยค่ะ มาแล้วซื้อของในตลาดมาสั่งปิ้งย่างหน้าตลาดได้เลยค่ะ ร้านที่ทำให้จะเรียงแถวอยู้หน้าตลาดข้างๆสวนสาธารณะนะค่ะ

    แต่วันนี้เราแค่มาชมตลาดเลยๆ ตอนทานอาหาร เรามาทานที่ร้านนี้ค่ะ เลยตลาดนาเกลือมานิดหน่อยก็จะเจอกับสะพานข้ามคลอง ข้ามสะพานมาก็จะเจอร้านนี้ค่ะ ร้านโก้ซีฟู๊ด ร้านอาหารบรรยากาศบ้านๆ ราคาไม่แพงจนเกินไป

    ทางเดินเข้าร้านโก้ซีฟู๊ด ก็เรียบๆทะเลไปเข้าข้างๆร้านก็ได้ค่ะ

    ทางเดินรอบๆร้านค่ะ

    บรรยากาศนั่งรออาหารพร้อมชมพระอาทิตย์กำลังตกดิน บรรยากาศดี พระอาทิตย์สวยเลยค่ะ

    มาดูเมนูที่เราสั่งนะค่ะ จานแรกเป็นยำหอยนางรมค่ะ

    ผัดฉ่าทะเล

    กุ้งตัวใหญ่ดี ปลาหมึกก็เป็นชิ้นใหญ่ๆดีค่ะ (ณ.ตอนที่เราทานนะค่ะได้แบบนี้ )

    ต้มส้ม (แต่ขออภัยจำไม่ได้ว่าต้มส้มปลาอะไร)

    ปลาแซลมอนทอดน้ำปลาค่ะ เป็นเหมือนช่วงท้องช่วงครีบนะค่ะ เราชอบก็เลยสั่งมาทาน อร่อยถูกใจเราเลยค่ะ

    เบ็ดเสร็จจ่ายไป ห้าร้อยกว่าบาทได้นะค่ะ ตัวเลขก็ไม่แน่ใจ แต่ราคาอยู่ที่ประมาณนี้ค่ะ 500 – ุ600 บาท กว่าๆ  สำหรับเมนูที่เราสั่ง และสำหรับสองคนค่ะ

    บรรยากาศร้านอาหารหลังจากที่เราทานเสร็จค่ะ ทานเสร็จก็แวะซื้อขนม แล้วก็กลับห้องพัก แล้วก็นอน กับนอน เพราะทริปนี้ เราเน้นพักผ่อน อย่างเดียวค่ะ ไม่ออกไปเที่ยวไหน นอนนิ่งหลับ ขยับกิน อยู่โรงแรมนี่แหละค่ะ

    มาถึงตอนเช้านะค่ะ ตื่นสายๆ มาทานอาหารเช้าค่ะ อาหารเช้า ของที่ Way hotel pattaya เราชอบมากๆเลยคือมีข้าวต้ม แบบนี้ด้วย เป็นคนชอบทานข้าวต้มค่ะ ยิ่งตอนเช้าๆนี่ชอบมากๆ ข้ามต้มโจ๊ก ขอให้ทำอร่อยๆ ชอบหมด

    มุมเบเกอรี่ มีขนมปังหลายอย่างให้เลือกเหมือนกันค่ะ

    ผลไม้ก็มีค่ะ

    มองภาพรวมๆ ของไลน์อาหารนะค่ะ จากมุมเบเกอรี่ เลยไป ก็เป็นไลน์ของร้อน ก็จะเป็นข้าวผัด แล้วก็ของร้อนสไตล์อาหารเช้าโรงแรม เบคอน ไส้กรอก แล้วก็มุมทำไข่ต่างๆ ไข่ดาว ไข่เจียว ออมเล็ท น้ำส้ม นม ซีเรียล ผลไม้ มีครอบเลยค่ะ ส่วนตัวถือว่าอาหารเช้าโอเคเลยค่ะ

    ทานข้าวเช้าเสร็จมาชมบรรยากาศโรงแรมกันต่อค่ะ ที่นั่งรับลม โรงแรม เวย์ พัทยา จะมีสระว่ายน้ำ 2 ชั้นนะค่ะ มีบันไดเดินลงไปด้านล่าง ส่วนนี้เป็นสระว่ายน้ำชั้นบน ที่ติดกับอาคารโรงแรม

    สระว่ายน้ำ ของที่  Way hotel pattaya จะมีขนาดไม่ใหญ่เท่า The zign นะค่ะ  แต่ก็ไม่ได้เล็กเป็นอ่างปลา

    วิวมองจากชั้นบนลงไปด้านล่างค่ะ ด้านล่างจะเป็นสระว่ายน้ำอีกชั้นหนึ่ง และลงไปอีกชั้น จะเป็นริมทะเล ซึ่งเป็นชายเลต และมีห้องพักริมทะเลเป็นวิลล่า ริมทะเลด้วยค่ะ

    ระเบียงชมทะเลจากชั้นบน

    ระหว่างทางก่อนลงไปชั้นล่าง จะมีที่นั่งให้รับลมเย็นๆ ติดกับห้องอาหาร ซึ่งถ้าทานอาหารเช้า

    ก็สามารถออกมานั่งตรงนี้ตอนเช้าๆได้ด้วยค่ะ

    บันไดลงไปด้านล่างค่ะ แดดร้อนหน่อย

    ที่นั่งข้างสระน้ำค่ะ

    บรรยากาศสระว่ายน้ำด้านล่างค่ะ

    จากสระว่ายน้ำ ก็ลงมาอีกชั้นหนึ่ง จะเป็นริมหาด ด้านล่างนี้จะเป็น ฟิตเนส และก็ที่นั่งร่มๆ ริมทะเล ลมเย็นนั่งสบายๆเลยค่ะ

    ถ้าใครพักวิลล่า ก็จะใกล้ชิดกับทะเลจริงๆ เวลาน้ำขึ้น ก็ฟังเสียงคลื่นซัดอยู่ใต้วิลล่าได้เลย

    เราชอบฟิสเนสมากเลยค่ะ ฟิสเนสไม่ใหญ่มาก แต่ที่ชอบคือ ออกกำลังได้แบบใกล้ชิดทะเล คือว่าฟิสเนสเค้าบรรยากาศดี วิวดี ใกล้ทะเลจริงๆ เหมือนทะเลอยู่ตรงหน้าเลย แจ๋วมากสำหรับคนชอบออกกำลังกาย

     ภาพสุดท้ายคือทางเดินเข้าวิลล่าค่ะ แต่เราไม่ได้เข้านะเพราะไม่ได้พักห้องนี้

    จบแล้วนะค่ะสำหรับรีวิวนี้ เป็นทริปสั้นๆ แค่หนึ่งคืน เน้นพักผ่อน นิ่งหลับ ขยับกิน เช็คเอ้าท์เสร็จก็ดิ่งกลับบ้าน

    สำหรับที่อยากหาเวลาพักผ่อนแค่คืนเดียว ก็เอาไว้เป็นตัวเลือกได้นะค่ะ เพราะพัทยามีที่พักเยอะมากๆ ส่วนตัวเวลาเราเลือกโรงแรมไปพัก เราก็จะดูแล้วดูอีก ดูแล้วดูอีก จะว่าเราเรื่องมากก็ได้(นานมาแล้วเคยแอบมีคนว่าเราเรื่องมาก แต่เราก็จะเรื่องมากอย่างนี้ตลอดไป เพราะจ่ายเงินไปพักแล้วก็อยากไปพักดีๆ พาคนที่เรารักไปพักผ่อน โรงแรมที่พักดีๆ ดีคุ้มประหยัดอิอิ) จนแน่ใจว่าใช่ที่ต้องการ แต่สำหรับ Way Hotel Pattaya บอกเลยว่าเราประทับใจค่ะ(จากประสบการณ์ของเรานะ)

     

    Way Hotel Pattaya

    โรงแรมเวย์ พัทยา

    ที่อยู่ : 555/86 หมู่ 5 ถ. พัทยา-นาเกลือ, บางละมุง จ. ชลบุรี 20150 ประเทศไทย

    เบอร์โทร: +66 (0) 38 226 300-8  แฟกซ์: +66 (0) 38 226 309

    เว็บไซต์: way-hotel.com  ดูแผนที่  คลิกจองเลย

    agoda-hotel-booking

  • นั่งรถไฟรุ่นใหม่ สายอุตราวิถี เที่ยวเชียงใหม่ ขึ้นอ่างขาง พักอ่างขางวิลล่า เป็นจิตอาสาแจกขนมเด็กบนดอย

    นั่งรถไฟรุ่นใหม่ สายอุตราวิถี เที่ยวเชียงใหม่ ขึ้นอ่างขาง พักอ่างขางวิลล่า เป็นจิตอาสาแจกขนมเด็กบนดอย

    ————— สวัสดีค่ะ —————-

    สำหรับรีวิวนี้ เป็นรีวิว ที่จะพาไปชมรถไฟไทยรุ่นใหม่ เส้นทาง อุตราวิถี กรุงเทพ – เชียงใหม่ ไปดูไร่ชา ไร่สตอเบอรี่ และดอกไม้สวยๆ ที่ดอยอางขาง และที่สำคัญเลยคือ เราได้มีโอกาสไปร่วมแจก สิ่งของ อุปกรณ์กีฬา เลี้ยงขนม และแจกของเล่นให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียนบ้านอรุโณทัย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ กับ CPALL กันค่ะ เชิญมารับชมกันเลยนะคะ

    การเดินทางของเราครั้งนี้ เริ่มต้นจากสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยการนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน มาลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งแสนจะสะดวกสบาย เพราะจากสนามบินสุวรรณภูมิ ต่อแอร์พอร์ทลิ้ง ลงสถานีมักกะสัน แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาสถานีรถไฟหัวลำโพงได้เลย สะดวกสบาย ใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน

    บรรยากาศภายในสถานีรถไฟหัวลำโพง
    ต้องบอกก่อนว่า ตัวเราเองไม่ได้นั่งรถไฟมานาน นับได้ก็ ยี่สิบกว่าปีแล้ว (ไม่นับรถไฟทัวร์กาญจบุรี ที่ถ้ำกระแซ ที่ขึ้นลงเล่นแค่สถานีเดียว) จำความได้แบบเลือนราง ว่าเคยนั่งรถไฟไปอุบลสมัยยังเป็นเด็ก แล้วนั่งสามล้อถีบเข้าตัวเมืองอุบลราชธานี

    สำรวจภายในสถานีรถไฟหัวลำโพงสักพัก ก็เดินเข้าไปภายในชานชลารถไฟ บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้เจอมานาน

    และนี่ก็คือรถไฟขบวนที่เราจะเดินทางไป เชียงใหม่ในครั้งนี้ ใหม่เอี่ยม ทั้งด้านนอกและด้านใน รถไฟขบวนพิเศษนี้

    อยู่ชานชลาที่ 4 เรียกว่า เดินเข้าประตูปุ๊บก็เจอ ขบวนรถไฟเลย

    ก่อนขึ้นไปสำรวจบนรถไฟ ก็ขอสำรวจ บริเวณชานชลาสักเล็กน้อย บรรยากาศแบบอนุรักษ์ไว้ซึ่งความเป็นรถไฟไทย

    รายละเอียดตารางค่าโดยสาร สามารถเข้าไปชมได้ที่เวปนี้เลยค่ะ

    http://www.railway.co.th/Ticket/list_station_stop.asp?IdTrain=9

    รายละเอียดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็สามารถเข้าไปชมได้ที่เวป ของการรถไฟลิ้งนี้เช่นกันค่ะ

    http://www.railway.co.th/home/115_new_train_carriages_project/index.html

    มาขึ้นไปชมรถไฟขบวนพิเศษนี้กัน เริ่มจากตู้โบกี้แรก ซึ่งจะเป็น

    รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (บนอ.ป.)

    Air-Conditioned First Class Day & Night Coach (ANF)

    รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (บนอ.ป.) จะเป็นลักษณะ ห้องส่วนตัว เหมือนในหนังต่างประเทศที่เคยดูเลย

    ประตูเชื่อมต่อถึงกันระหว่างหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง

    ภายในห้องโดยสารจะมีความเป็นส่วนตัว ซึ่งภายในตู้โบ้กี้ชั้น 1 นี้ จะมี สิ่งอำนวยความสะดวก

    • ห้องโดยสาร
    • ห้องน้ำ
    • ห้องปัสสาวะ
    • ห้องอาบน้ำ
    • อ่างล้างมือในห้อง
    • หลอดไฟฟ้าส่องสว่าง
    • ปลั๊กไฟ 220 โวลต์
    • จอ LED แบบ Touch Screen
    • ระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    สิ่งพิเศษที่ถูกใจทันสมัยก็คือ ประตูเปิดปิดระบบสัมผัส อัตโนมัติ เพียงใช้มือแตะไปที่ไฟสีเขียว ประตูก็จะเปิดอัตโนมัติทันที

    ซึ่งเป็นประตูเชื่อมต่อไปยังแต่ละโบกี้

    “รับขนมจีบซาลาเปา เพิ่มมั้ยค่ะ”

    โบกี้ถัดไปที่จะพามาชมก็คือ โบกี้เสบียง

    รถขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.)

    Air-Conditioned Restaurant Car (ARC)

    ใครๆอาจคิดว่าตู้เสบียงที่อยู่บนรถไฟนี้เป็นของ 7-Eleven แต่จริงๆแล้ว เป็นตู้เสบียงของ CP Retailink ค่ะ ซึ่งก็จะมีบริการอาหาร ของว่าง เครื่องดื่ม โดยเน้นย้ำที่เครื่องดื่ม ขอบอกว่าอร่อยๆ มากๆ เพราะ CP Retaillink มาเปิดให้บริการเอง ซึ่ง CP Retailink เป็นผู้ให้บริการ จำหน่าย

    • อุปกรณ์เครื่องดื่ม เช่น เครื่องชงกาแฟ เครื่องจ่ายตู้น้ำผลไม้แบบกด เครื่องบดกาแฟ เครื่องปั่นสมูทตี้ ฯลฯ
    • อุปกรณ์เครื่องครัว เช่น เตาทอด เครื่องย่างไส้กรอก เครื่องล้างจาน เตาผัดกระทะ เป็นต้น

    รวมถึงยังเป็นผู้ให้บริการ ซ่อมบำรุง อุปกรณ์เครื่องดื่ม เครื่องครัวต่างๆ และยังมีบริการอีกหลายๆ ซึ่งสามารถเข้าไปชมเวปไซด์ของ ซีพี รีเทลลิ้งค์ ได้ที่ http://www.cpretailink.co.th/

    สำหรับขบวนรถไฟขบวนพิเศษนี้ จะมีโบกี้ ซึ่งรองรับคนพิการด้วยค่ะ เรียกว่า

    รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.ป.มีพื้นที่รองรับคนพิการ)

    Air-Conditioned Second Class Day & Night Coach with Handicap Facility(ANSH)

    ซึ่งโบกี้นี้ จะมีห้องน้ำขนาดกว้างขวางสำหรับรองรับผู้พิการซึ่งใช้รถวีลแชร์ มีที่เก็บรถวีลแชร์ด้วยค่ะ

    บรรยากาศตู้โบ้กี้ชั้น 2 นั่งนอนปรับอากาศ

    ที่นั่งก่อนจะปรับเป็นที่นอน

    มีจอมอนิเตอร์และกล้องวงจรปิด ซึ่งจอมอนิเตอร์นี้ก็จะบอกว่าขณะนี้รถไฟ อยู่ที่ไหนแล้ว เหมือนบนเครื่องบินเลย

    ห้องน้ำและอ่างล้างหน้า ที่ถือว่าสะอาดดีเชียวแหละ นับว่าเป็นรถไฟที่สะดวกสบาย และสะอาด น่าใช้บริการดีจริงๆ

    สำหรับโบกี้ที่เหลือนอกจากจะเป็นโบกี้สำหรับเจ้าหน้าที่แล้ว ก็จะเป็นโบกี้
    
    รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.ป.)
    Air-Conditioned Second Class Day & Night Coach (ANS)
    
    • สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน
    • ที่นั่งผู้โดยสารสามารถปรับเป็นที่นอน
    • ห้องน้ำ
    • ห้องปัสสาวะ
    • อ่างล้างมือ
    • หลอดไฟฟ้าส่องสว่าง
    • ปลั๊กไฟ 220 โวลต์
    • Monitor
    • ระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    ซึ่งโบ้กี้จะ ที่นั่งผู้โดยสารจะปรับเป็นที่นอน 2 ชั้น ชั้นล่างและชั้นบน มีห้องน้ำ และโซนอ่างล้างมือ ที่สะอาด ระบบห้องน้ำก็เหมือนห้องน้ำบนเครื่องบินกันเลย

    เอาหล่ะ และแล้วก็เป็นเวลาเริ่มเดิมทางของเรา และผองเพื่อน สำหรับทริป “เชียงดาวเรื่องราวแห่งความหวัง” ซึ่งเป็นทริป ที่เราจะเดินทางไปที่อ่างขาง เพื่อเยี่ยมชม สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ไร่ชา และแปลงสตอเบอรี่ และไปเป็นจิตอาสา แจกขนม ของเล่น และทำกิจกรรมสร้างความสนุกสนาน ให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียนบ้านอรุโณทัย

    เตรียมกล้องพร้อมออกเดินทาง

    เวลา 18.00 น. ก็เป็นเวลาที่รถไฟเริ่มออกเดินทาง หันซ้ายหันขวา หันไปเจอเพื่อนร่วมทริปแสนสวยแสนน่ารัก ช่างคุย มีเสน่ห์

    สักพักก็เริ่มแจกน้ำให้คนละ 1 ขวด

    ทริปนี้ เราได้อาหารญี่ชุดเบนโตะเป็นมื้อเย็น ของโออิชิ อันนี้ไม่เกี่ยวกับโออิชิ เค้าไม่ได้สปอร์นเซอร์น๊าาา

    ส่วนน้ำ ลืมถ่ายมาให้ชม เป็นน้ำแสนอร่อย จากตู้เสบียง

    กินอิ่มสักพัก เราก็เริ่มทำกิจกรรมกัน โดยมี บัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น มากล่าวต้อนรับ และชี้แจงรายละเอียดการเดินทางให้กับเราในครั้งนี้ค่ะ

    จากนั้นก็คือ น้องเสี่ยวฟาง ที่ร่วมทริปเดินทางไปกับเราในครั้งนี้ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักน้องเสี่ยวฟาง ลองเข้าไปชมบทสัมภาษณ์ ของน้องเสี่ยวฟาง ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=RtjJbQxLGWI ซึ่งน้องเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Good Morning Thailand เรื่อง “เสี่ยวฟาง” ต้นแบบการต่อสู้เพื่อการศึกษา ประวัติคร่าวๆ คือ น้องเสี่ยวฟาง แซ่หยั่ง เป็นเด็กดอย จากหมู่บ้านอรุโณทัย ที่ใครๆคงคุ้นหูกันมาบ้าง หากเคยมาเที่ยวเชียงใหม่ บ้านอรุโณทัย เป็นหมู่บ้านชาวจีนอพยพ ที่อยู่ระหว่างทางขึ้นดอยอ่างขาง ซึ่งปัจจุบันนี้ น้องเสี่ยวฟาง เรียนจบปริญญา แล้วจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ แถมตอนนี้ยังทำงานที่คิงพาวเวอร์ แล้วด้วยค่ะ ในทริปนี้ น้องเสี่ยวฟาง จะมาเล่าประวัติชีวิตการศึกษา ให้พวกเราฟัง เมื่อได้ฟังแล้วบอกได้เลยว่าการศึกษา สามารถพัฒนาชีวิต ให้ดีขึ้นได้จริงๆ ค่ะ

    หลังจากทำกิจกรรม ร่วมสนุก เล่นเกมส์ กันบนรถไฟมหาสนุกแล้ว ก็เป็นเวลานอน เมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่ จะมาบริการ ปูเตียงให้

    บรรยากาศการปูเตียง จากที่นั่ง แปลงร่างกลายเป็นที่นอน แป๊บเดียว ก็นอนได้แล้ว

    ที่นอนของเราในคืนนี้ ที่นอนเราคืนนี้ เรานอนชั้นล่าง ส่วนชั้นบน ก็จะมีบันได ปีนขึ้นปีนลง นอนสบาย มีหมอน มีผ้าห่มให้ แต่รู้สึกว่า ผ้าห่มจะบางไปนิด ตอนดึกๆ เราเลยต้อง ล้วงเอาเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ๆ ที่เตรียมมา เอาออกจากกระเป๋ามาใส่ เลยรู้สึกอุ่นขึ้นมาหน่อย

    แต่พอกางที่นอนเสร็จแล้ว พลิกไป พลิกมา ยังไม่ง่วงเลย เลยชวนกันไปเดินเล่น ดูบรรยากาศบนรถไฟดีกว่า โดยจุดหมายของเราคือการไปที่ตู้เสบียงนี่เอง พอถึงตู้เสบียงก็เลย นั่งคุยกัน กับเพื่อนๆ ที่มาอยู่ที่ตู้เสบียงกันก่อนแล้ว นั่งไปนั่งมาเลย เลยสั่ง ไก่ย่างเขาสวนกวางมาแบ่งกินกัน เพราะเห็นว่าเป็นของดี ของเด็ด ประจำรถไฟขบวนพิเศษนี่เลย รสชาติอร่อยเหมือนเพิ่งย่างออกจากเตาใหม่ๆ กินกับข้าวเหนียวก่อนนอน อิ่มอร่อย สบายท้อง

    กินไก่ย่างเขาสวนกวางเสร็จ นั่งคุยกันสักพัก ไม่รู้ว่ากี่โมงกี่ยาม แต่คิดว่าสมควรเวลากลับที่ กลับทางได้เลย ก็เลยเดินชมบรรยากาศผ่านโบกี้อื่นๆ ก็ปิดม่านกันเรียบร้อยแบบนี้

    ตัดมาตอนเช้า นี่ก็สว่างแล้ว เจ้าหน้าที่มาเก็บที่นอนให้เรียบร้อย

    บรรยากาศตู้เสบียงยามเช้า มาสั่งกาแฟ โอวัลตินร้อนๆ สบายท้อง

    นั่งชมบรรยากาศข้างทางยามเช้าไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ ตามกำหนดการ ไม่มีเลท ไม่มีช้า

    ถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ

    บรรยากาศยามเช้า สถานีรถไฟเชียงใหม่ อากาศเย็นๆยามเช้า คนไม่เยอะเท่าไหร่ กำลังสบายๆ เพราะรถไฟขบวนพิเศษ จะเป็นขบวนที่เร็วที่สุดในการเดินทาง พิเศษกว่าขบวนอื่นๆ เพราะจะแวะสถานีสำคัญๆเท่านั้น

    จากรถไฟ เปลี่ยนเป็นรถตู้มุ่งหน้าดอยอ่างขาง แต่ก่อนไปดอยอ่างขางแวะร้านข้าวมันไก่เกียรติโอชา กินข้าวมันไก่มื้อเช้ากันก่อน

    นั่งรถตู้ใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่อืมมมม นานแค่ไหนเราก็ไม่ได้นับ นั่งชมวิวข้างทางมาเรื่อยๆ หลับบ้าง เม้าท์กันบ้าง จนถึงดอยอ่างขาง แต่ส่วนมากเราจะหลับซะมากกว่า พอถึงดอยอ่างขางก็เป็นเวลามื้อเที่ยง เลยแวะทานอาหารที่ร้านถิงถิง เป็นร้านที่อยู่หน้าอ่างขางวิลล่า ซึ่งเป็นที่พักของเราคืนนี้

    หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็รับกุญแจห้องเพื่อเก็บกระเป๋าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้อาบน้ำเลย………มาชมบรรยากาศของ อ่างขางวิลล่า รีสอร์ท กัน อ่างขางวิลล่า หลายๆคน ถ้าคิดจะมาอ่างขาง น่าจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน เพราะเป็นรีสอร์ทที่เปิดให้บริการมานานแล้ว ส่วนตัวเราไม่เคยมาพัก เพิ่งมาพักที่นี่เป็นครั้งแรก ปกติถ้ามาอ่างขาง จะต้องวางแผนยาวๆๆๆ ทำให้เราได้พักที่ รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขางตลอด เพราะถ้าจะพักที่รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง หรือ พักในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ถ้าจะมาช่วงหน้าหนาว จะต้องจองกันนานมากๆ เราเคยจองในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง พักเดือนธันวาช่วงวันหยุดยาว เราจองตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม กันเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าใครจะจองห้องพักที่สถานีเกษตร รู้สึกว่า จะต้องดูช่วงเวลาที่ให้เปิดจอง เคยดูใน แฟนเพจ ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จะประกาศแจ้งกำหนดวันเปิดรับจอง หากใครสนใจ จะจองไปพักปลายปีนี้ ก็ลองติดตามดูหน้าแฟนของสถานีหลวงอ่างขางดูนะค่ะ

    อ่างขางวิลล่า จะเป็นรีสอร์ท ที่ต้องเดินขึ้นเนิน สูงพอสมควร แต่ไม่ต้องห่วงเค้าก็จะมีรถรับส่งสำหรับคนที่ไม่สะดวก เดินขึ้นเนินก็ไม่เท่าไหร่ แค่หอบนิดหน่อย 5555 ส่วนกระเป๋าตอนขึ้นเราไม่ได้แบกกระเป๋าขึ้นเอง มีรถแบกมาส่งหน้าที่พักเลย

    ห้องพักที่เราพักคืนนี้เป็นแบบนี้จ้า ห้องพักก็สะอาดดี พอใช้ได้ ไม่คิดมากแค่คืนเดียว ทีวีก็ไม่ค่อยดู นั่งเล่นแต่โทรศัพท์ กับนั่งคุยกันกับเพื่อนๆ นานๆจะเจอกัน เลยเม้าท์มอยส์กันเพลิน จึงไม่ค่อยได้ดูทีวี ห้องที่เราได้เป็นห้องพักตึกแดงๆ ตึกที่อยู่ด้านหลังตามรูปด้านบนค่ะ

    อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย พักผ่อนนิดหน่อย ก็เกือบจะได้เวลาที่นัดกันไว้ เลยลงมาสำรวจบรรยากาศร้านค้า หน้าโรงแรมสักหน่อย

    ร้านขายน้ำ มีทั้งน้ำโสม น้ำเก็กฮวย น้ำขิง เราชอบน้ำขิงบนดอยอ่างขางมากที่สุด มาทีไรก็ต้องซื้อ อากาศหนาวๆ น้ำขิงร้อนๆเผ็ดๆ ช่วยแก้หนาวดี ขอบอกว่าวันที่เราไปนี้เป็นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ อากาศบนดอยอ่างขางหนาวมากๆ กลางวันก็หนาว

    ภาพนี้ ขอแอบถ่าย เพื่อนร่วมทริป สาวสวย น่ารัก เห็นแล้วสะดุดตา เลยต้องถ่ายรูป 55555

    บรรยากาศร้านค้าหน้าที่พัก

    เริ่มทริปบนดอยอ่างขางวันนี้ ด้วยการชมแปลงดอกไม้ภายในสถานีเกษตรหลวง

    มีเจ้าหน้าที่จากสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มาถ่ายทอดความรู้ให้เราฟัง แต่ช่วงนี้ เจ้าหน้าที่พี่เค้าคิวทอง อิ อิ …. เพราะมีหลายองค์กรมาที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง พี่เค้าก็เลยต้องรีบไปต้อนรับ เลยได้ฟังพี่เค้าอธิบายได้ไม่นาน พี่เค้ามีงานต้องไปทำต่อ แอบเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ถ่ายทอดความรู้ต่างๆเกี่ยวกับสถานีเกษตรหลวงอ่างขางให้เราได้เยอะแยะมากมาย

    เราเคยมีคำถามในใจอย่างนึงว่า ทำไม น๊าาา >>> โครงการหลวงจะต้องอยู่แต่บนเขาแบบนี้>>>> คำตอบที่ได้ก็สั้นๆ เพราะว่า “เป็นแหล่งต้นน้ำที่ต้องอนุรักษ์ไว้” อืมม…..จริงๆด้วย ไม่อย่างนั้นป่านนี้ไม่รู้ ว่าป่าเขาบริเวณแหล่งต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ จะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะป่าคือแหล่งน้ำ น้ำจากแหล่งน้ำเหล่านี้ จะไหลลงไปรวมเป็นแม่น้ำ เป็นน้ำให้คนได้อาศัยเป็นน้ำกินน้ำใช้ อย่างทุกวันนี้

    "ขณะที่เรา นั่งกินน้ำอยู่ตรงนี้ น้ำบนภูเขา กำลังผุดๆๆๆ และไหลลงมาเรื่อยๆ มาบรรจบที่แม่น้ำ
     จากภาคเหนือ สู่ภาคกลาง สู่คลองประปา ผ่านกระบวนการผลิตน้ำประปา ส่งไปตามท่อน้ำ 
     จนถึงก๊อกน้ำ ที่บ้านของเรารอให้เราไปเปิดน้ำกิน น้ำใช้ต่อไป"
    

    จริงๆแล้ว มีข้อมูลความรู้มากมายเกี่ยวกับ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งทุกๆคน สามารถเสริชข้อมูลได้ มีหลายๆแหล่งได้ให้ความรู้เอาไว้ และจากแหล่งความรู้ ที่เราได้อ่าน ได้ศึกษามา จากแหล่งให้ข้อมูลต่างๆ ทำให้เราได้ทราบว่า สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นโครงหลวงแห่งแรก ซึ่งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ยังได้มีโครงการหลวงอื่นๆ อีกหลายๆโครงการ เป็นผล ทำให้ประเทศไทยของเรา มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เป็นแหล่งให้ความรู้ของเกษตรกร และประชาชนทั่วไป เพราะเป็นศูนย์ทดลองและวิจัย ปลูกพืชผัก ผลไม้ต่างๆ

    ใครจะคิดบ้างว่า ผลไม้ เมืองหนาวต่างๆ อย่างเช่น ลูกพลับ สตอเบอรี่ อโวคาโด้ ลูกพีช ผักสลัดเมืองหนาวต่างๆ เช่นผักกาดแก้ว เป็นต้น ที่ในสมัยเด็กๆ ผลไม้เมืองหนาวเหล่านี้ คนไทยถ้าอยากจะทาน จะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และมีราคาแพงมาก

    ตอนเด็กๆ ยังจำฝังใจได้ว่า เพื่อนเราคนนึง ครอบครัวมีฐานะดี เอาลูกพลับมาโรงเรียน ประมาณสองสามลูก แล้วคุณครู เอามาแบ่งให้เพื่อนๆทุกๆคนในห้องกินกันโดยแบ่งเป็นเสี้ยวเล็กๆ แบ่งกันคนละชิ้น ครูบอกว่ามันแพงมากๆ เวลาเราเห็นผลไม้ในซุปเปอร์มาเก็ตสมัยเด็กๆ เช่นแอปเปิ้ล สาลี่ ก็โอโห ทำไมแพงจัง ก็กินมะม่วง กินเงาะ กินมังคุด ซิ ไม่เห็นแพง แต่ปรากฏว่า ปัจจุบัน ผลไม้เมืองหนาวเหล่านี้ เป็นผลไม้ที่คนไทยสามารถหาซื้อหารับประทานกันได้ง่ายๆ ตามตลาดทั่วๆไป อย่างเช่นเมื่อวานนี้เราเพิ่งซึ่ง สตอเบอรี่ ตลาดแถวบ้านในราคาถุงละ 40 บาท เท่านั้น ประมาณครึ่งโล แต่มะม่วง เงาะ มังคุด ลองกอง ของไทยเรา กลายเป็นของแพง สำหรับต่างชาติบางประเทศไปซะแล้ว

    ขอนอกเรื่องนิดนึง 5555 วันก่อน มีชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่ง มาตีกอล์ฟที่สนอมกอล์ฟ ใกล้ๆบ้านเรา ก่อนกลับเค้าแวะตลาดนัดแถวบ้าน เจอแม่ค้าขายมะม่วงแก้วขมิ้นห่ามๆเหลืองๆ กึ่งสุกกึ่งดิบ หวานๆอมเปรี้ยว แม่ค้าให้เค้าลองชิมชิ้นนึง เค้าถามราคา โลละ 30 บาท เท่านั้นแหล่ะ เค้าเหมาะมะม่วงไปยกเข่ง แม่ค้าก็ดีใจมากเพราะวันนั้นแทบไม่ต้องทำไรเลย ขายมะม่วงหมดเลย เป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั้งตลาด แม่ค้ายังมาแอบคุยกับเราว่ารู้งี้ เอามาเยอะกว่านี้ก็ดี 5555 แม่ค้าบอกเราว่า ไกด์เค้าบอกว่า มะม่วงราคาถูกมาก และรสชาติอร่อย เค้าไม่ค่อยได้กินรสชาติแบบนี้ เลยขอซื้อหมดเลย

    บรรยากาศของสวน 80 ซึ่งเต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้สีสันต่างๆ เป็นสวนที่สวยงามตลอดทั้งปี ไม่เคยว่างเว้นจากบรรดาดอกไม้นานาพรรณ ไม่ว่าจะมาดอยอ่างขางเมื่อไหร่ จะฤดูท่องเที่ยว หรือไม่ ก็จะมีดอกไม้ออกดอกบานสวยงามแบบนี้สับเปลี่ยนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความสวยงามอยู่เสมอๆ แบบว่าสวยงามมากๆๆ เราก็เดินถ่ายรูปแล้ว ถ่ายรูปอีก มีแต่ดอกไม้สวยๆเต็มไปหมด

    บรรยากาศหน้าสโมสรอ่างขาง หรือจริงๆ ก็หน้าสวน 80 จะมีแม่ค้าชาวเขา มาขายของอยู่ด้านหน้า บริเวณนี้ เพื่อนๆในทริปเรา ซื้อ สตอเบอรี่มา 2 ถุง 50 บาท เท่านั้น

    จากสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เราก็เดินทางมาที่ไร่ชา 2000 เป็นอีกจุดหนึ่งที่อยากให้มาสัมผัสความงดงาม ของไร่ชาที่ปลูกลดหลั่นไปตามเทือกเขา แปลงชาขั่นบันได ที่เชื่อได้ว่า หากใครมาไร่ชา 2000 ต้องอดใจไม่ไหวที่จะต้องถ่ายรูป selfie และ Check in อวดความงดงามของไร่ชา บนโลกโซเชียล อย่างแน่นอน

    ไร่ชา 2000 จุดนี้จะเป็นจุดชิมชา ชิมชาไป ก็ชมวิวไร่ชาไป หลายๆคน มาแล้วก็ต้องถ่ายรูปกันที่มุมนี้ เพราะว่าวิวสวยมากๆ

    จากร้านชา ก็ต้องเดินลงไปด้านล่างซึ่งเป็นไร่ชาเบื้องล่าง ระหว่างทางก็บรรยากาศแสนสวยงาม อากาศเย็นๆ เดินสบายๆ ไม่รู้สึกร้อนหรือเหนื่อยเลย

    มองย้อนขึ้นไปด้านบนจะเห็นร้านน้ำชา อยู่ด้านบน กับกังหันใบใหญ่ๆ

    แชะ ภาพวิวสวยๆ ได้ตลอดทาง

    พอเดินมาถึงด้านล่าง ก็จะเป็นร้านขายของที่ระลึกของชาวเขา

    นอกจากของที่ระลึกก็จะมีอาหารเครื่องดื่ม ของทานเล่น ไว้คอยบริการ โดยเฉพาะฤดูสตอเบอรี่ สามารถแวะซื้อได้จากตรงนี้เลย ราคาไม่แพง เพราะตอนแรกเราว่าจะไปซื้อที่ไร่สตอเบอรี่ ปรากฏว่า ไร่สตอเบอรี่ไม่มีสตอเบอรี่ขายเลย สงสัยจะไปถึงเย็นเกิน ซื้อตรงนี้ ถุงละ 30 บาท เท่านั้น

    วิวสวยๆของไร่ชา มองมุมไหนก็สวยจริงๆ

    จากไร่ชา เราก็เดินกลับ 55555 เนื่องจากรถตู้คันของเรา ลุงคนขับอยากให้คนในรถออกกำลังกายกัน สมาชิกในรถตู้ของเราเลยต้องเดินขึ้นจากไร่ชา มาด้านบน 55555 หอบบบบบบบ ……… ตอนเดินนลงอ่ะไม่เหนื่อย แต่ตอนเดินขึ้นนี่ซิ หมดไปหลายแคล.

    จากปากทางงไร่ชา 2000 เราก็มาที่ไร่สตอเบอรี่กัน เนื่องจากรถของเรามาเป็นคันสุดท้าย คันอื่นกลับไปหมดแล้ว 55555 เลยได้เก็บภาพไร่สตอเบอรี่ โล่งๆ สวยๆแบบนี้

    คุณยายชาวเขากำลังเดินขึ้นมาจากไร่ด้านล่าง ท่าทางคนที่นี่จะแข็งแรงกันน่าดู เดินขึ้นเดินลงทุกวัน

    เนื่องจากเรามาไร่สตอเบอรี่ ก็ตอนเย็นแล้ว สตอเบอรี่สีแดงๆ แบบพร้อมทานเลยไม่มีขาย ที่ต้นก็จะเป็นสตอเบอรี่ ยังไม่สุก แต่เห็นไม่สุกแบบนี้ ตอนเช้าก็พร้อมเก็บได้ทันที เพราะปกติแล้ว เวลาเก็บสตอเบอรี่ ส่วนมากเจ้าของไร่สตอเบอรี่ ไม่ว่าไร่ไหนๆ ก็จะเก็บตั้งแต่เช้าแล้ว

    บรรยากาศยามเลิกงานของพี่ๆชาวเขา เค้าก็มานั่งคุยกัน ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ วิวก็สวย อากาศก็สบาย น่าอิจฉา เรื่องอากาศ อากาศดีๆแบบนี้ คงจะแข็งแรงกันน่าดู

    ก่อนกลับ ก็ขอแวะถ่ายป้ายสุดเขตแดนสยามสักหน่อย ภูเขาลูกโน้น ก็ไม่ใช่ดินแดนไทยแล้ว

    จากไร่สตอเบอรี่กลับมาถ่ายรูปกันต่อที่สวนแถวๆหน้าโครงการหลวงฯ เสียดายที่ทริปนี้เราไม่ได้ถ่ายรุปดอกซากุระไว้เลย นั่นซิ ทำไมไม่ถ่าย หว่า? ยังถามตัวเองอยู่จนถึงตอนนี้ มัวทำไรอยู่

    โดมดอกกุหลาบ มีดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธ์ ให้เดินชม ส่วนตัวเราว่า ถ้าจะจัดให้สวยๆ เหมือนโครงการหลวง ห้วยผักไผ่ ก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

    ถ่ายรูปหน้าโครงการหลวงกันสักพัก ก็เป็นเวลาไปพักผ่อน เพื่อที่ว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้กัน ที่อ่างขางวิลล่า จะมีพื้นที่ก่อกองไฟ ให้นั่งผิงไฟ พร้อมจัดปาร์ตี้เล็กๆ ให้ด้วยค่ะ

    ตัดมาที่บรรยากาศยามเช้า ของดอยอ่างขาง อุณภูมิเข้านี้ ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แต่อากาศหนาวมากๆเลยค่ะ นานๆจะเจออากาศแบบนี้สักครั้ง

    ลงจากที่พัก ก็เดินผ่านถนนเล็กๆนี้อีกหน่อยนึง ก็ถึง ทางเข้า ห้องอาหาร และ ล๊อบบี้ ของอ่างขางวิลล่า

    เราเดินมาชื่นชมบรรยากาศยามเช้าสัมผัสอากาศเย็นๆ เดินตากแดดให้ตัวอุ่นๆกันที่บริเวณหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

    ด้านหน้าจะมีป้ายแสดงอุณหภูมิของวันนี้ หนาวสุดอยู่ที่ 5.5 องศา ยอดหญ้า 1.5 องศา

    เดินชมตลาดยามเช้าอีกเล็กน้อย

    ตลาดหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จะมีตลาดขายของเกือบทั้งวัน เป็นสินค้าของฝาก ผักผลไม้ปลอดสารพิษ บ้าง อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย และก็เห็ดหอมต่างๆ ตลาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็เดินสนุกดี

    อาหารเช้านี้ที่อ่างขางวิลล่า มีชา กาแฟ โอวัลติน ข้าวต้ม ขนมปังไข่ดาว ต่างๆ เหมือนอาหารเช้าที่มีบริการในโรงแรมทั่วๆไป

    ทางเข้าบ้านเสี่ยวฟาง

    หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จก็เก็บกระเป๋าขึ้นรถ เดินทางกันต่อ จุดหมายต่อไปที่เราเดินทางไปคือบ้านอรุโณทัย ไปทำความรู้จักกับครองครัวของน้องเสี่ยวฟาง แซ่หยัง

    เสี่ยวฟาง แซ่หยัง เป็นสาวน้อยเกิดและเติบโตจากหมู่บ้านอรุโณทัย หากใครเคยไปเที่ยวดอยอ่างขาง แล้วนั่งรถขึ้นอ่างขางทางไชยปราการ ก็จะต้องผ่านหมู่บ้านอรุโณทัยซึ่งครั้งอดีต เคยเป็นหมู่บ้านชาวจีนที่ได้อพยพมาอยู่อาศัยในประเทศไทย ในปัจจุบันประชากรในหมู่บ้านอรุโณทัย ก็ยังเป็นชาวจีนที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มาตลอด ยังมีวัฒนธรรมจีนให้เห็นโดยทั่วไป คนในหมู่บ้านยังคงพูดภาษาจีนกันเป็นหลัก เราเคยนั่งรถผ่านก่อนขึ้นดอยอ่างขาง ผ่านหมู่บ้านอรุโณทัยทีไร เหมือนหลุดเข้าไปในหมู่บ้านชาวจีนทุกครั้ง

    ครอบครัวของเสี่ยวฟาง

    ครั้งแรกที่เห็นเสี่ยวฟาง เราไม่คิดว่าเธอ จะเป็นเด็กดอย เธอเหมือนเด็กกรุงเทพทั่วๆไป ที่มาร่วมทริปกับเราในครั้งนี้ เพราะปัจจุบันเสี่ยวฟาง เรียนจบปริญญาตรี จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และได้ทำงานอยู่ ที่ King Power ซึ่งในแต่ละเดือนยังสามารถส่งเงินกลับมาให้กับทางบ้านได้อีกด้วย

    เสี่ยวฟาง แซ่หยัง เป็นต้นแบบของเด็กดอยคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ทางด้านการศึกษา แม้ว่าเธอเลือกเกิดไม่ได้ แต่เธอเลือกที่จะหาโอกาส และสร้างโอกาสให้กับตัวเองเธอเองได้ ส่วนหนึ่งก็คือความไม่ย้อท้อ ต่ออุปสรรค และชีวิต

    เธอเล่าให้ฟังว่า เธอเป็นลูกสาวคนโตมีสมาชิกทั้งหมดในบ้าน 6 คนคือพ่อแม่และน้องๆ ครอบครัวเธอมีฐานะยากจนเธอจึงต้องช่วยงานพ่อแม่โดยการทำไร่บนดอยตั้งแต่เล็กๆ รายได้ในแต่ละวันก็ได้ไม่มาก แต่ด้วยความที่เป็นเด็กขยัน และรักการเรียน เธอจึงมุ่งมั่นที่จะเรียนหนังสือให้จบชั้นมัธยม และอยากที่จะไปเรียนต่อ แต่ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจน และขาดแคลนทุนทรัพย์ เธอจึงได้ปรึกษากับอาจารย์ที่โรงเรียนถึงเรื่องการเรียนต่อหลังจากจบชั้นมัธยมศึกษา อาจารย์ที่โรงเรียนจึงแนะนำให้ รู้จักกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM ซึ่งมีทุนการศึกษาให้ คือ

    กองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ หรือ PIM SMART

    ทุนการศึกษาที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มพันธมิตรคู่ค้าทางธุรกิจ และบุคคลทั่วไป ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนส่งเสริมเยาวชนไทย ให้ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีระหว่างการศึกษา ซึ่งมีทุนการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ที่รักการเรียน รักอนาคต มีความตั้งใจและมีความอดทน มากกว่า 1000 ทุน

    ถึงตอนนี้ เลยอยากจะขอแนะนำ ให้ผู้ที่ผ่านมาอ่านได้รู้จัก กับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ Panyapiwat Institute of Managemen หรือเรียกย่อๆ ว่่า PIM

    สถาบันปัญญาภิวัฒน์ หากใครได้ยินชื่อแล้วคงจะนึกถึงว่า เรียนจบแล้วต้องทำงานเป็นพนักงาน เซเว่นอย่างเดียว ซึ่งความจริงแล้วไม่จำเป็นเลย มีหลายคนๆ ที่จบจากสถาบันปัญญาภิวัฒน์ ไปทำงานให้กับบริษัทอื่นๆ เช่นเสี่ยวฟาง ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ คิงพาวเวอร์ บางท่าน ทำงานที่การบินไทย บางท่าน เปิดธุรกิจส่วนตัวและนำวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาปรับใช้กับกิจการของตนเอง บางคนไปเป็นผู้จัดการเซเว่นในต่างประเทศ แต่หลายๆคนก็ได้ทำงานให้กับ CPALL ในตำแหน่งใหญ่และมั่นคง

    สถาบันปัญญาภิวัฒน์ จะเน้นการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฏีพร้อมปฏิบัติงานจริง

    นั้นหมายความว่าใครจะมาเรียนที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จะได้เรียนไปด้วยพร้อมกับฝึกงาน ทำงานจริงไปด้วย เพราะจะต้องฝึกงานกันตั้งแต่ชั้นปี ที่ 1 ได้ประสบการณ์การทำงานเต็มๆ ทำให้เมื่อจบการศึกษาได้รับปริญญาตรีแล้ว จะถือว่าผ่านประสบการณ์การทำงานมาแล้ว สามารถทำงานในสาขาที่เรียนได้อย่างเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับของหลายๆองค์กรณ์ ในส่วนของค่าเทอม หากจ่ายเอง 100 เปอร์เซ็นต์ก็จะอยู่ในหลักหลายหมื่น เพราะเป็นสถาบันการเรียนของเอกชน แต่เนื่องจากทางสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จะมีการเปิดสอบให้ทุนทางการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจ ขยันอดทน ทำให้นักศึกษาหลายๆ คน ได้ทุนการศึกษา ได้เรียนโดยไม่เป็นภาระทางด้านการเงินให้กับทางบ้านและครอบครัว นอกจากการเรียนแล้ว ยังมีรายได้จากการฝึกงานในช่วงที่ฝึกงานในแต่ละเดือน อีกด้วย เมื่อจบแล้วยังมีงานทำที่ดี เพราะสามารถทำงานในเครือ CP ได้เลยซึ่งเครือ ซีพี ก็มีธุรกิจมากมายหลายอย่างไม่ใช่เฉพาะแค่ เซเว่น เท่านั้น ฐานเงินเดือน เท่าที่ทราบมา ก็สูงไม่ใช่เล่น พร้อมสวัสดิการดีอีกด้วย

    สถาบันปัญญาภิวัฒน์เปิดสอนทั้งในระดับ ปวช. ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมถึงหลักสูตรนานาชาติอีกด้วย

    โดยจะแบ่งดังนี้
    วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์

    ซึ่งจะสอนในระดับ ปวช.ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ ปวช. มี 2 หลักสูตร คือ

    1 สาขาธุรกิจค้าปลีก ซึ่งสามารถรับทุนการศึกษาาได้ตลอดหลักสูตร โดยจะเน้นสอนในเรื่องการบริหารธุรกิจค้าปลีก อย่างครอบคลุมครบวงจร ซึ่งวิชาที่สอนยกตัวอย่างเช่น บัญชี การขาย คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ ศิลปะการขายการจัดแสดงสินค้า การบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลิต เรียนในระบบทวิภาคี กับสถานประกอบการ เซเว่นอีเลฟเว่น

    2 . หลักสูตร ไฟฟ้ากำลัง เรียนรู้งานไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ การควบคุม เครื่องกลไฟฟ้า งานระบบเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศระบบคอมพิวเตอร์เบื้องต้น รวมถึงงานบัญชี เรียนในระบบทวิภาคี กับ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด

    รายละเอียดต่างๆ ในส่วนอื่นๆ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียด การรับสมัคร หรือ ทุนการศึกษา ได้ที่ http://www.panyapiwat.ac.th/index.php


    สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

    ซึ่งมีการเรียนการสอนในหลักสูตร ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก หลักสูตรภาษาอังกฤษ รวมทั้งยังมีหลักสูตรระยะสั้นสำหรับฝึกอบรมอีกด้วย

    คณะที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี มีด้วยกันหลายคณะ เช่น

    1 คณะบริหารธุรกิจ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี 3 คณะการจัดการธุรกิจอาหาร 4 คณะศิลปศาสตร์ 5 คณะนิเทศศาสตร์ 6 คณะวิทยาการจัดการ 7.คณะนวัตกรรมการจัดการ 8.คณะศึกษาศาสตร์ 9.คณะอุตสาหกรรมการเกษตร 10 คณะการจัดการโลจิสติกและการคมนาคมขนส่ง 11 วิทยาลัยนานาชาติ 12 วิทยาลัยบัณฑิตศึกษา เป็นต้น

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ http://www.pim.ac.th/

    เท่าที่ได้ศึกษา หาข้อมูลการเรียนการสอนของ สถาบันปัญญาภิวัฒน์แล้ว บอกเลยว่าน่าเรียนมากๆ เหมาะกับคนที่ต้องการเรียนไปทำงานไป ได้เรียนพร้อมรับประสบการณ์จริงๆจากการทำงาน จบแล้วมีงานทำ นับว่าเป็นสถาบันที่สงเสริมด้านการศึกษา ให้กับคนทุกๆคนได้มีโอกาสทางการศึกษา โดยไม่แบ่งชนชั้น ทุกคนเรียนแล้วต้องทำงานได้จริง ได้ฝึกฝนจนชำนาญ พร้อมที่จะทำงานได้จริงเมื่อจบการศึกษา แต่ก็ต้องขอเน้นย้ำว่า สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เหมาะกับนักศึกษา ที่มีความขยันอดทน ตั้งใจเรียน เพราะว่าจะต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่หนักและเหนื่อยของนักศึกษาบางคน จึงเหมาะกับคนที่ใจพร้อม และมีใจรักที่จะทำงานพร้อมเรียน ขยันมองอนาคตข้างหน้าและจริงจังกับชีวิต กิจกรรมต่างๆ อาจจะไม่ได้มีมากมายเหมือนสถาบันอื่นๆ ที่คุ้นชินกันมา

    หลายๆคนเมื่อได้ยินคำว่าปัญญาภิวัฒน์ จะนึกถึงแต่เรียนแล้วทำงานเป็นพนักงานเซเว่น สถาบันฯนี้สอนให้เป็นพนักงานเซเว่น ซึ่งหากได้ศึกษา และทำความเข้าใจไม่เพียงแค่รู้ผ่านๆ จะเข้าใจว่าไม่ได้ทำงานเป็นพนักงานเซเว่นอย่างเดียว ยังมีอีกหลายองค์กรณ์ ที่นักศึกษาได้ไปฝึกปฏิบัติงานจริง เพราะระบบการเรียนการสอนจะออกแนวเป็นทฤษฏีที่แตกต่าง คือเน้นปฏิบัติงานจริง ไปพร้อมกับการเรียนทฤษฏี ไม่ได้เน้นท่องตำราคร่ำเคร่งกับตำราแล้วไปสอบอย่างเดียว บางคนเวลาไปฝึกงานจริง (ที่องค์กรณ์การบินแห่งหนึ่งเพราะเรียนสายเกี่ยวกับการบิน) จึงรู้ถึงสิ่งที่ต้องทำ ก็กลับมาอ่านตำราเรียน แล้วเอากลับไปใช้กับงานที่ทำได้ทันที

    ส่วนเรื่องการฝึกงานซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เท่าที่ทราบ แน่นอนว่าต้องมีการไปฝึกงานเป็นพนักงานเซเว่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะฝึกงานที่เซเว่นตลอดจนเรียนจบ ขึ้นอยู่กับสายคณะที่เรียน บางคนไปฝึกงานในโรงแรมเครือใหญ่ บางคนก็ฝึกงาน กับ true บางคนฝึกงานกับบริษัทสายการบินของประเทศไทย บางคนไปฝึกงานกับ สำนักข่าวในประเทศไทย ได้ปฏิบัติจริงเรื่องงานข่าว นี่เป็นเพียงแค่ข้อมูลบางส่วนที่ได้ศึกษามา จากนักศึกษาาที่ได้ไปฝึกงานจริงๆกับองกรณ์ใหญ่ๆ ยังมีอีกหลายบริษัท ที่ได้ให้นักศึกษาจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้ไปฝึกงาน แล้วลองคิดดู ถ้าได้ฝึกงานกับองค์กรณ์ใหญ่ๆ เหล่านี้ เมื่อจบออกมา คุณจะได้ทำงานที่ไหน และตอนนี้เท่าที่ทราบ สถาบัน PIM ยังมีโครงการฝึกงานกับต่างประเทศอีกด้วย หากหลุดกรอบเดิมออกมาได้ จะพบว่าเป็นสถาบันฯที่น่าเรียนจริงๆ ค่ะ

    เสี่ยวฟาง จึงเป็นเด็กคนหนึ่งที่ได้โอกาสทางการศึกษา จาก PIM SMART ของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) โดยช่วงเวลาที่ได้เข้ามาเรียน ที่ PIM นั้น นอกจากเสี่ยวฟางจะได้ทุนเป็นค่าการศึกษาให้แล้ว ด้วยความที่การที่ต้องจากบ้านมาอาศัยอยู่ในเมืองหลวง ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต เธอจึงได้ขอทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ของ สถาบันฯ มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งทุนนี้เป็นทุนให้เปล่า ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของนักศึกษา ทำให้เมื่อมาเรียนที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์แล้ว เสี่ยวฟางจะมีรายได้จากการฝึกงานในช่วงที่ฝึกงาน และในช่วงที่ไม่ได้ฝึกงาน เธอก็ยังมีทุนของ PIM มาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กว่าที่จะผ่านชีวิตการเรียนมาได้ เธอบอกว่าหนักและเหนื่อย อยู่บ้าง แต่เมื่อจบแล้ว ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปมาก ยังมีคำพูดติดตลก ที่ได้ฟังแล้วก็ขำๆ คือ ถ้าไม่ได้ไปเรียนที่ PIM ป่านนี้คงมีลูกไปแล้ว 2 คน 5555 และเมื่อถามถึงอนาคต เธอยังบอกอีกว่า ถ้ามีโอกาส เธอก็ยังอยากจะเรียนต่อให้สูงกว่านี้

    นับว่า เสี่ยวฟาง แซ่หยั่ง สาวน้อยผู้น่ารักจากบนดอยหมู่บ้านอรุโณทัย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของบุคคล ที่ไม่ย่อท้อทางการศึกษา เพราะการศึกษา คือหนทางและแสงสว่างแห่งอนาคต การศึกษาคือใบเบิกทางของโอกาส โอกาสอาจไม่ได้มีมาได้ง่ายๆ ไม่ได้บินมาเคาะประตูบ้านสำหรับใครบางคน ตัวเราเองนี่แหละที่ต้องค้นคว้าหาโอกาสให้กับตัวเองให้ได้ และเมื่อโอกาสมาหาเราแล้วก็ต้องรีบโดดเกาะ เจ้าโอกาสเอาไว้

    ซึ่งนอกจาก เสี่ยวฟางแล้ว ปัจจุบันยังมีนักศึกษาอีกหลายๆ คน ของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ที่ได้รับทุนแบบนี้ เช่นกัน ซึ่งหากใครอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษาประสบการณ์ของผู้ได้รับทุนบางคน ได้จาก ลิ้งนี้เลยค่ะ

    เสี่ยวฟางต้นแบบเด็กดอยสู้ชีวิต และ PIM เติมเต็มชีวิตผม

    มาแวะบ้านเสี่ยวฟาง และได้ฟังเสี่ยวฟางเล่าถึงเรื่องราวชีวิตการศึกษาของเสี่ยวฟางไปแล้ว ที่บ้านเสี่ยวฟาง ยังมีขนมต้อนรับพวกเราอีกด้วย นั่นก็คือ แมคคาเดเมีย ธัญญาพืช แสนอร่อย ที่ทำให้ เรานั้นยืนตรงนี้อยู่นานเลย

    ส่วนอันนี้ก็คือ ขนมอืมมมมม จำชื่อไม่ได้แล้ว วิธีทานก็คือต้องเอาไปปิ้ง ให้สุก

    ปิ้งแบบนี้ จนสุก แต่ระวังไหม้ น๊าาาาา

    สำรวจบ้านเสี่ยวฟางเล็กน้อย ก็มาสะดุดกับตระกร้า เลี้ยงไก่ ซึ่งก็แปลกไปอีกแบบ เพราะเลี้ยงไก่ไข่กันในนี้ เลย ปกติเลี้ยงไก่ไข่จะเลี้ยงให้เล้าไก่ แต่ที่นี่ เลี้ยงกันในตะกร้าาาาา

    จากบ้านเสี่ยวฟาง ก็แวะมาทานบะหมี่ยูนนานเจ้าดังกันสักหน่อย

    และแล้วก็มาถึงเวลา ที่เรากับ CP ALL จะร่วมกันทำความดี เป็นจิตอาสา เลี้ยงน้ำ เลี้ยงขนม และทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กๆ ที่โรงเรียนบ้านอรุโณทัย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่นักเรียนส่วนมากจะพูดภาษาจีนกัน

    พอรถของพวกเรามาถึง ก็เจอเด็กๆ นั่งกันอยู่ที่อัฒจรรย์สนามกีฬาของโรงเรียน เราจึงเข้าไปพูดคุยเล่นกับเด็กๆกันก่อน แต่ ภาษาที่น้องๆ เค้าพูดกันคือภาษาจีน เฮ้ยยย น้องพูดอะไรกัน พี่ฟังไม่รู้เรื่องงงงง แต่ไม่ใช่ว่าน้องเค้าจะพูดภาษาไทยไม่ได้นะ น้องๆ เค้าพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยได้เหมือนเด็กไทยทั่วๆไป แต่พิเศษตรงที่ น้องๆเค้ามีความรู้ด้านภาษาจีนมาอยู่แล้ว

    อยากบอกว่าพี่แอบอิจฉาเล็กน้อย น้องๆพูดภาษาจีนกันเก่งมากๆ ยืนฟังน้องๆเค้าคุยกัน นี่ คุยกันแต่ภาษาจีน ทำให้น้องๆที่โรงเรียนบ้านอรุโณทัย สามารถพูด ฟัง อ่านออก เขียนได้ ทั้งภาษาไทย และภาษาจีน นับว่าเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมในการส่งเสริมทางด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก เลย

    นั่งคุยนั่งเล่นให้พี่ๆทำตัวเป็นเด็กๆ หลายๆคน ก็ดูเหมือนจะทำตัวกลมกลืน

    สักพัก คุณครูก็ให้เข้าแถว เดินเข้าห้องประชุมจัดกิจกรรมกัน

    พวกพี่ๆบางคน ก็ยังมีจิตใจรักความเป็นเด็กอยู่ แอบมาเล่นสนามเด็กเล่นของน้องๆ 555555555555

    ได้เวลา พร้อมทำกิจกรรม

    ของขวัญของแจก ของน้องๆ ว้าวววว น่ารักๆทั้งนั้นเลย

    เตรียมน้ำมาให้เด็กๆได้ดื่มกัน เป็นน้ำส้มแสนอร่อย

    นมช๊อคโกแลต

    ขนมจีบ ซาลาเปา

    ถุงผ้ารักโลก เอาไว้ให้น้องๆ ใส่ของกลับบ้าน

    และแล้วก็เป็นเวลาอันเป็นมงคลที่จะเริ่มพิธี ก็มีน้องๆเด็กๆ มาแสดงเต้นให้ดูกันด้วยความน่ารัก

    จากนั้นก็เป็นพิธีการต่างๆ ซึ่งทางผู้บริหารของ CPALL และ CP Retailink ได้มอบอุปกรณ์การศึกษา และอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนบ้านอรุโณทัย

    จากนั้นก็เป็นการร่วมกิจกรรมแจกของเล่น และขนมให้กับเด็กๆ

    นั่งดูเด็กๆเล่นเกมส์สนุกสนาน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แห่งความสุข

    พี่ๆจิตอาสาบางส่วนก็ ก็ช่วยกันเตรียมขนม น้ำ นม ไอศครีม ต่างๆ เอาไว้แจกเด็กๆ

    บรรยากาศการทำกิจกรรมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เด็กๆดูมีความสุขจากการกินขนม และน้ำ

    พี่ๆจิตอาสาที่น่ารัก ที่ได้มาร่วมทำความดีด้วยกันในครั้งนี้ ช่วยกันเตรียมขนมจีบซาลาเปาแจกเด็กๆ

    เด็กๆ กำลังกิมไอศครีม และขนมกันอย่างเอร็ดอร่อย

    บรรยากาศการร่วมกิจกรรม และเล่นเกมส์ของพี่ๆจิตอาสาและเด็กๆ ดูบรรยากาศแล้ว กำลังสนุกเลย

    น้องๆเค้าได้ของเล่นกัน แล้วก็เอามานั่งเล่นกันสนุกเลย

    ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเรา ที่ได้ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ รู้สึกอิ่มอก อิ่มใจ ที่ได้ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งของน้องๆเค้ามีความสุข เป็นการส่งต่อความสุขให้กับเด็กๆ ได้มีโอกาสอันดี มีช่วงเวลาที่ดี เสียงหัวและรอยยิ้มของเด็กๆ ทำให้เราประทับใจเป็นอย่างมาก รู้สึกว่า ถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ ก็อยากที่จะทำอีก เพราะยิงให้ความสุข ก็เหมือนกับยิ่งได้รับความสุขกลับมา

    ต้องขอขอบคุณ CP ALL ที่ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งจริงๆแล้วทาง CP ALL ยังมีกิจกรรม เพื่อช่วยเหลือสังคม มากกว่านี้อีกหลายครั้ง ซึ่งกลุ่มจิตอาสาของ CP ALL ได้เริ่มต้นมาแล้วหลายปี โดยในปีนี้ได้ไปบริจาคอุปกรณ์การศึกษา และจัดกิจกรรม เพิ่มความสุขให้กับเด็กนักเรียนต่างจังหวัดห่างไกลมาแล้วหลายโรงเรียน ทั้งที่อุ้มผาง จังหวัดตาก และที่ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสามารถเข้าไปชมกิจกรรมของ ชมรมจิตอาสา CP ALL ได้ที่ Fanpage https://www.facebook.com/JitArsaCPALL/

    ออกจากโรงเรียนบ้านอรุโณทัยก็เป็นเวลาบ่ายแก่ๆ พอขึ้นรถกลับก็บอกหลับตลอดทาง มาถึงร้านอาหาร บ้านสวนผัก ก็ตอนเกือบมืดๆ ร้านสวนผักเชียงใหม่ เป็นร้านอาหารบรรยากาศไทยๆ อาหารไทยๆ เป็นร้านที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่กันเลยทีเดียว

    ปิดท้ายทริปด้วยภาพแห่งความประทับใจ ที่ได้ร่วมกัน แบ่งฝันปันสุข ให้กับผู้อื่น แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความสุขที่ได้รับ และความสุขที่มอบให้กับคนอื่น ก็มากมาย ล้นหลามอิ่มเอิบในจิตใจ ขอบคุณทุกๆท่านที่ ผ่านมาอ่านมาแวะมาชม มากๆค่ะ

  • ชวนเที่ยวโครงการหลวงทุ่งเริง ชมกุหลาบงดงาม ณ.ม่อนกุหลาบห้วยผักไผ่ @เชียงใหม่ สวนกุหลาบหลากสายพันธ์

    ชวนเที่ยวโครงการหลวงทุ่งเริง ชมกุหลาบงดงาม ณ.ม่อนกุหลาบห้วยผักไผ่ @เชียงใหม่ สวนกุหลาบหลากสายพันธ์

    page

    ชวนเที่ยวโครงการหลวงทุ่งเริง ชมกุหลาบงดงาม ณ.ม่อนกุหลาบห้วยผักไผ่

    @เชียงใหม่ สวนกุหลาบหลากสายพันธ์ สวยงามบรรยากาศเลิศเกินคำบรรยาย

    dscf1768-2

    dscf1770-2

    dscf1771-2

    dscf1799-3 dscf1801-3 dscf1779-3 dscf1781-3 dscf1783-3 dscf1784-3 dscf1789-3 dscf1798-3

    สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ อยู่ตำบลบางปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่เดินทางไปสะดวก อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวไป แม่ริม สะเมิง หางดง นั่นก็หมายความว่า

    สามารถ วางแผนการท่องเที่ยวได้โดยสามารถ ขึ้นจากทางหางดง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอหางดง กิโลเมตรที่ 10

     ถึงทางแยก เลี้ยวขวาไปสะเมิง เส้นทางหลวงหมายเลข 1269 ซึ่งเส้นทางนี้จะไปสะเมิง ไปม่อนแจม 

    และกลับเชียงใหม่โดยลงทางแม่ริม หรืออีกหนึ่งเส้นทาง จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางไปแม่ริม เส้นทางนี้สามารถแวะเที่ยวม่อนแจ่ม เที่ยวสะเมิง และกลับเข้าเชียงใหม่ทางหางดง

    ซึ่งเส้นทางท่องเที่ยว ทั้ง 2เส้นทางนี้ ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เที่ยวหลานอาหาร ร้านกาแฟ ให้แวะท่องเที่ยวกันอีกหลายที่

    dscf1769-2

    dscf1777

    dscf1812-2 dscf1813-2 dscf1814-2 dscf1815-2 dscf1809-3 dscf1811-2

    สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ เป็นสวนกุหลายที่อยู่ใน โครงการหลวงทุ่งเริง ภายในสวนจะตกแต่งสวยงามสไตล์อังกฤษ

    ประหนึ่งว่า กำลังนั่งจิบชา ในบรรยากาศหนาวนิดๆ ท่ามกลางหมู่มวลดอกกุหลาบแสนสวยงาม ส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา

    ซึ่งดอกกุหลาบที่ปลูกให้ชมนั้นก็มีหลากหลายสายพันธุ์ หลากหลายสี จัดเรียงตกแต่ง ได้สวยงามหาชมที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ

    กุหลาบ กว่า 200 ชนิด ประดับประดาปลูกไว้ให้ชมกันเต็มสวน ชนิดที่ว่าใครเป็นคนชอบดอกกุหลาบ ต้องหลงรัก ที่นี่แน่ๆ

    dscf1806-3 dscf1807-3 dscf1802-3 dscf1803-3

    20151230_125602

    dscf1804-3 dscf1805-3

    นอกจากสวนกุหลาบแล้ว ภายในโครงการหลวงทุ่งเริง

    ยังมีแปลงสตอเบอรี่ แปลงอโวคาโด แปลงผัก และผลิตผลทางการเกษตรอีกหลายๆอย่าง ให้ได้ชมกันอีกด้วย

    dscf1773-2 dscf1772-2

    นอกจากนั้นแล้ว ภายในสวนยังมีร้านอาหารจากผักสดๆ ภายในโครงการหลวง และยังมี กาแฟ เครื่องดื่มๆ ไอศกรีม ชาสมุนไพร

    ให้นั่งรับประทานภายใต้บรรยากาศแสนสวย แบบผู้ดีอังกฤษ กันอีกด้วย

    dscf1816-2

    และหากใครอยากได้ต้นกุหลาบ ต้นอโวคาโด กลับไปปลูกไว้ที่บ้าน ทางสวนกุหลาบห้วยกุหลาบห้วยผักไผ่

     ก็ยังต้นพันธ์กุหลาบ และต้นพันธ์อโวคาโดจำหน่าย ในราคาไม่แพงให้เอากลับไปปลูก กันได้ด้วยค่ะ

    dscf1817-2

    ถ้าใครเป็นคนชอบท่องเที่ยวแนวเกษตรชอบเที่ยวโครงการหลวง สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ หรือ ม่อนกุหลาบห้วยผักไผ่

     ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ก้เป็นที่หนึ่งสถานที่ ที่น่าสนใจที่ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปเยี่ยมชม เป็นอย่างยิ่งค่ะ

    ม่อนกุหลาบห้วยผักไผ่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

    ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

    โทร 081 180 4547 เปิดเวลา 9.00 – 18.00 น. ทุกวัน

     

  • ร้านพิเศษ อาหารอร่อย บรรยากาศน่ารัก กับเครื่องดื่ม อาหารแสนพิเศษ ร้านอาหารแนะนำภูเก็ต

    ร้านพิเศษ อาหารอร่อย บรรยากาศน่ารัก กับเครื่องดื่ม อาหารแสนพิเศษ ร้านอาหารแนะนำภูเก็ต

    profilepiset

    ร้านพิเศษภูเก็ต ร้านอาหารบรรยากาศดี ตกแต่งร้านสวยงาม รายล้อมด้วยบรรยากาศของตึกเก่าสไตล์ชิโนโปตุเกส ของภูเก็ต
    เรามาทานอาหารที่ ร้านพิเศษ ก่อนบินกลับกรุงเทพฯ ด้วยความที่ยังมีเวลาเหลือ ยังไม่ถึงเวลาเครื่องบินออก เลยหาร้านสวยๆ บรรยากาศดี อาหารอร่อยๆ มีเพื่อนแนะนำ ให้มาทานอาหารที่ร้านพิเศษ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เพราะร้านพิเศษ จะตกแต่งภายในร้านใสบรรยากาศน่ารัก สีสันสวยงามสดใส มีอาหารบริการ ทั้งอาหารคาว หวาน จะนั่งทานเป็นมื้อเบาๆ ในช่วงกลางวัน หรือจะมื้อหนักๆในช่วงเย็น ก็มีอาหารพิเศษๆ ที่หาทานที่ไหนไม่ค่อยได้  หรือใครอยากหลบร้อนตอนบ่ายๆ มาสั่งชานมแก้วโตๆ บิงชูแสนอร่อย หรือจะเป็นไอศครีม น้ำผลไม้ปั่น ที่ร้านพิเศษ ก็มีบริการด้วยค่ะ

    สำหรับการมาเที่ยวภูเก็ตของเราในครั้งนี้ เรามาพักที่ The Charm Resort Patong และไปเที่ยว สิมิลัน กับ Love Andaman ซึ่งสามารถ รับชมรีวิวของเรากันได้

    The Charm Resort Patong Phuket พักสมอง นอนมองทะเล แช่จากุชชี่ เที่ยว Similan

    Similan Trip By Love Andaman พาร่างกายไปพักผ่อน สัมผัสฟ้าสวย ทะเลใส ที่สิมิลัน

     

     

    ที่ตั้งของร้านพิเศษ จะอยู่ถนนเยาวราช เปิด GPS. ค้นหาพิกัด นำทางไปได้สบายๆ หรือจะ คลิ๊กลิ้ง

    พิกัดร้านพิเศษภูเก็ต อันนี้ก็ได้ คลิ๊กแล้ว นำทางไปได้เลย เดินทางไปที่ร้านสะดวก หาไม่ยาก อยู่ติดกับโรงแรมสิริภูเก็ต

    ถ้าขับรถมาก็จอดรถข้างๆ ร้านได้เลย มีที่จอดรถเยอะอยู่ วันนี้เราไปถึงตั้งแต่ร้านเพิ่งเปิด

    ตรงข้ามร้านเป็นตึกเก่า สไตล์ชิโนโปตุเกส มีเขียนว่าบ้านช่างทอง ดูแล้วคลาสสิคดีจัง

    บรรยากาศหน้าร้าน ของ ” ร้านพิเศษ” จะเป็นร้านที่ตกแต่งร้านได้น่ารัก สดใส กิ๊บเก๋ มีชิงช้า ให้นั่งเล่นหน้าร้านด้วย ใครมาทานอาหารที่ร้านพิเศา ก็อย่าลืม แวะ ถ่ายรูป Check in กับได้ที่มุมนี้นะคะ

    บรรยากาศภายในร้านก็แสนสบาย มีที่นั่งหลายแบบ เลือกนั่งเอาตามความชอบ ภายในร้านตกแต่งน่ารัก หลากหลายสีสัน ให้ความรู้สึกสดใส กระชุ่มกระชวย นั่งทานอาหารแล้วจะสบายใจ มีความสุข เจริญอาหาร

    มุมนี้เป็นที่นั่งกับพื้นแต่ตกแต่งด้วยการยกพื้นสูงกว่าพื้นปกติ ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆคน ตอนที่เรานั่งทานอาหาร เราไปถึงร้านตอนร้านเปิดใหม่ๆ ประมาณก่อนเที่ยง พอเที่ยงปั๊บลูกค้าของทางร้าน ก็มานั่งมุมนี้จนเต็ม ผลัดกันเข้ามานั่งมุมนี้ตลอด

    อาหารกลางวัน วันนี้ เราเลือกแต่อาหารแนะนำของทานร้าน อร่อยทุกอย่าง มาดูกันค่ะ ว่าเราสั่งอะไรกันไปบ้าง

    เมนูที่เราสั่งมาในวันนี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเมนูแนะนำของทานร้าน เมนูแรกคือ หม้อไฟหมูสไตล์พิเศษ มาพร้อมกับโมจิหยดน้ำ

    • หม้อไฟหมู เป็นเซ็ทหมูชาบู มี บะหมี่ไข่เส้นบาง น้ำจิ้ม พริก กระเทียม มะนาว เนื้อหมูสดสะอาด สไลด์บางๆ ทานคู่กับบะหมี่ไข่ จิ้มกับน้ำจิ้มแสนอร่อยเหาะ
    • โมจิหยดน้ำ เป็นลักษณะเหมือนวุ้นเย็นๆราดด้วยน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง รสชาตินุ่มๆพร้อมหอมน้ำตาลทรายแดง

    เมนูต่อไปมีชื่อว่า “ยำย่านัด หรือยำยานัด หรือยำสับปะรดภูเก็ต ” ตอนแรกเราจะไม่สั่งเมนูนี้ เพราะไม่ค่อยชอบทานสับปะรดเอามาทำเป็นกับข้าวของคาว แต่น้องพนักงานของทานร้านแนะนำบอกว่า เมนูนี้อร่อยนะค่ะ เป็นเมนูแนะนำของทานร้านเลยค่ะ ก็เลยสั่งมาลองทานดู ปรากฏว่า อร่อยมาก เป็นยำสับปะรดภูเก็ต คลุกเคล้า มากับกุ้งเสียบ ปลาฉิ่งฉ่างกรอบๆหวานๆ เม็ดมะม่วงหิมพาน และน้ำยำแสนอร่อย พอเอามาทำเป็นยำคลุกเคล้ากันแล้ว เข้ากันดีมากๆ รสชาติดี อร่อยกลมกล่อม กรุบๆ กรอบๆ มันๆเค็มๆ หวานๆ เมนูนี้ หากใครมาทานอาหารที่ร้านพิเศษ แนะนำ เลยนะค่ะ

    “ลาบปลาแซลมอน” รสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นข้าวคั่ว ปกติเคยทานแต่ ลาบหมู แต่เมนูนี้เป็นปลาแซลมอนหั่นเป็นชิ้นเล็ก เอามาทำเป็นลาบ ทานกับผักสด อร่อยเข้ากันดีมากๆเลย

    เมนูต่อมาคือ “ข้าวผัดน้ำซุปหยำกุ้งสด กับ เกี๋ยวน้ำหมู” เมนูนี้เป็นแนวอาหารจานเดียว เป็นข้าวผัดน้ำพริก คล้ายน้ำพริกกระปิกุ้งเสียบ โรยหน้ามาด้วยกุ้งตัวโตๆ และไข่เจียวฝอยๆ ทานกับน้ำพริกกุ้งเสียบ และเครื่องเคียงผัดสด ข้าวผัดหอมกระปิ กระเทียมรสชาติจะเข้มข้นและอร่อยกว่ากว่าข้าวคลุกกระปิ ทั่วไป นึกแล้วหิว อยากกลับไปทานอีก

    ต่อไปคือ ” บะหมี่หมูย่างจิ้มแจ่ว” หมูย่างหวานๆ หอมๆ จิ้มน้ำจิ้มแจ่ว ทานกับบะหมี่ รู้สึกว่ามันเข้ากันมากๆ บะหมีไข่เส้นเล็ก โรยด้วยไข่ปลา เมนูนี้เรายังไม่เคยทานที่อื่นมาก่อน เพิ่งมาทานที่ร้านพิเศษ อร่อยมากมีโต๊ะข้างๆ เหลือบไปเห็นตอนน้องพนักงานกำลังเอามาเสริฟ สั่งมาเป็น “บะหมี่ปลาแซลมอนย่าง” ก็น่ากินเหมือนกัน แซลม่อนชิ้นโตเลยค่ะ

    ถัดมาคือ เกี๋ยวน้ำ พร้อมน้ำซุบร้อน เสริฟมาพร้อมกับ ข้าวผัดน้ำซุปหยำกุ้งสด ซดร้อนๆคล่องคอมาก

    เมนูต่อไป เป็นอีกเมนูที่ห้ามพลาด คือ ” ลูกชิ้นปลาภูเก็ตทอด” ลูกชิ้นปลาภูเก็ตเป็นของดีของขึ้นชื่อของเมืองภูเก็ต เพราะลูกชิ้นจะทำจากเนื้อปลาอย่างดี แป้งไม่เยอะ ไม่คาว พอนำมาชุบแป้งทอดกรอบๆ ทานกับ ลาบปลาแซลมอน ยำย่านัด แล้ว อร่อยเข้ากันมาก แก้เผ็ด กรอบๆ หนุบหนับ กลมกล่อม อร่อย ทานแล้วก็ ติดอก ติดใจ

    ต่อไปคือ เมนูเครื่องดื่ม ที่ขอแนะนำ ย้ำนะคะ ว่า Recommend คือ นมชมพู กับ ชาเย็นโคตรพิเศษ ความพิเศษ ของนมชมพู และ ชาเย็น คือเสริฟมาด้วยแก้วใบโต ราดมาด้วยวิปครีมอย่างหนา นมชมพูจะโรยวุ้นไข่ปลา ชาเย็นก็ราดมาด้วยน้ำเชื่อมไซรัปหอมๆ วิปครีมนี่หนามาก ดูดแล้วดูดอีก ดูดแทบไม่หมด แค่มานั่งทานชานมโคตรพิเศษ กับนมชมพูโคตรพิเศษ ตอนบ่ายๆ ก็มีความสุขแล้ว สำหรับ ร้านพิเศษ บรรยากาศดีแสนสบายแบบนี้

    เทียบกับหน้าดูว่าแก้วจะใหญ่ขนาดไหน

    แต่ถ้าใครอยากดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ก็ขอแนะนำ ” ย่านัดน้ำผึ้งลูกนาว หรือ น้ำสับปะรดภูเก็ตน้ำผึ้งมะนาวปั่น” รสชาติเข้มข้น เปรี้ยวหวาน ถึงเครื่องน้ำผึ้ง มะนาว ดื่มแล้วชุ่มคอชื่นใจ ทานหลังอาหารช่วยย่อยอาหาร ได้ดีมากๆเลย

    ปิดท้าย ก่อนกลับกรุงเทพฯ ด้วย ” บิงชูนมชมพู” หวานเย็นชื่นใจ โรยหน้าด้วยวุ้นไข่ปลา ที่เวลาเคี้ยวแล้วหนุบๆ กรุบๆ เวลาเคี้ยวแล้ว น้ำหวานในไข่ปลาจะแตกใส่ปาก แต่ถ้าใครชอบหวานเพิ่มขึ้น ทางร้านก็เสริฟนมชมพูหวานๆ มาเพิ่มให้ ราดลงไปบนบิงชูน้ำแข็งเกล็ดหิมะเย็นๆ วันไหนอากาศร้อนๆ ลองแวะมาทาน บิงชูนมชมพูที่ร้านพิเศษกันได้ คล้ายร้อน สบายจิต ได้ทุกเวลา

    สำหรับใครที่ อยากลองไปทานอาหารที่ร้านพิเศษ ภูเก็ต สามารถเข้าไปรับชมโปรโมชั่น จากทางร้านกันได้ที่

    https://www.facebook.com/pisetrestaurantphuket/   ขอบอกว่าร้านพิเศษ เป็นอีกหนึ่งร้านขวัญใจของนักท่องเที่ยว และคนภูเก็ตอีกหนึ่งร้าน ที่อยากให้ไปลองทานกันค่ะ

    ขอบคุณที่เข้ามารับชมกันมากๆค่ะ

     

     

     

     

     

     

     

     

  • Similan Trip By Love Andaman พาร่างกายไปพักผ่อน สัมผัสฟ้าสวย ทะเลใส ที่สิมิลัน

    Similan Trip By Love Andaman พาร่างกายไปพักผ่อน สัมผัสฟ้าสวย ทะเลใส ที่สิมิลัน

    profilesimilan1

    _dsf6416

    Similan Trip By Love Andaman ของเราในครั้งนี้ เราเดินทางด้วยสายการบิน Airasia

    thecharmphuket15

    และเช่ารถกับ Avis

    DCIM100MEDIA
    พักสบายๆ นอนแช่อ่างจากุชชี่ ว่ายน้ำมองทะเลสวยของหาดป่าตอง ที่ The Charm Resort Patong Phuket ซึ่งสามารถชมรีวิว กันได้ที่

    The Charm Resort Patong Phuket พักสมอง นอนมองทะเล แช่จากุชชี่ เที่ยว Similan

    และแล้วก็ถึงเวลาของการไปเที่ยว สิมิลัน ที่รอมานาน ก่อนเดินทาง เจ้าหน้าที่ของ Love Andaman โทรมาแจ้งเวลารถมารับ ว่าจะมารับกี่โมง จากนั้นตอนเช้า รถตู้ก็จะมารับ ตามที่เวลาที่ได้นัดกันเอาไว้ พอรถมารับ ขึ้นรถปั๊บ เราก็หลับตลอดทาง เพราะตื่นเช้ามากๆ หลับๆตื่นๆ สักพัก ก็มาถึงท่าเรือทับละมุ เพื่อทำการเช็คอินน์ หรือแจ้งชื่อว่ามาพร้อมแล้ว แล้วเจ้าหน้าที่ ก็จะ ให้ ริชแบรนด์ ตามสี ตามกรุ๊ปที่จัดเอาไว้

    เคาร์เตอร์ Check in ของ Love Andaman ตอนนี้พัฒนาไปอย่างมากมาย มีเคาร์เตอร์เช็คอินน์สวยงามให้เห็นไม่ต้อง งง ว่ามาถึงท่าเรือแล้วต้องทำอะไร แจ้งใคร ยังไง ? เดินเข้าไปเช็คอินน์กันได้เลย

    เช็คอินน์แล้ว ก็มานั่งรอ หาที่นั่งกันตามสะดวกเลย มาเช้าๆแบบนี้ ไปหาอะไรทานกันก่อนได้

    ตอนนี้ในส่วนต้อนรับของ Love Andamanสำหรับรอไปเกาะ จะเป็นของ Love Andaman โดยเฉพาะไม่ปนกับบริษัทอื่น และตอนนี้ ทาง Love Andaman เค้าปรับปรุงส่วนต้อนรับใหม่ใหม่ให้สวยงามสะอาดเรียบร้อยมาก มีที่นั่งที่สะดวกสบาย มีอาหารต้อนรับก่อนเดินทางให้พร้อมพรั่ง ไปดำน้ำกับ Love Andaman ไม่ต้องกลัวอดเพราะจะมีอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำบริการให้ตลอดการเดินทาง บริการดีแสนประทับใจจริงๆค่ะ

    Good Morning เช้านี้ เชิญทานข้าวต้ม ขนม นม เนย ผลไม้ ขนมปัง แซนวิส

    ข้าวต้มวันที่เราไป เป็นข้าวต้มปลา กับข้าวต้มไก่สับ อร่อยมาก

    ขนมและแซนวิส

    กล้วยก็มี เป็นกล้วยหอมซะด้วย

    ถัดมาอีกด้าน จะเป็นฝั่งของ เครื่องดื่ม ทั้งร้อนเย็น ซีเรียล ก็มี เรียกว่า เช้านี้ Love Andaman บริการเต็มที่เลยค่ะ

    ยาแก้เมาเรือ ทานแล้วอาจง่วงนิดๆ ทานแล้วเล่นเอาหลับจนถึงเกาะเลย

    จัดมาอย่างละนิดหน่อย อร่อยได้ใจ โดยเฉพาะแซนวิสแฮมซีส ส่วนใครยังไม่พอใจ

    มีข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขายอยู่ด้านหน้าอันนี้จ่ายตังค์ซื้อเอง อร่อยดีเหมือนกัน

    ทานอิ่มแล้ว มาเดินสำรวจร้านขายของใช้ และของที่ระลึก ของ Love Andaman จัดมาเป็น Shop อย่างสวยงาม มีทั้งหมวก แว่นตากันแดด กระเป๋ากันน้ำ เสื้อผ้า และอีกสารพัด ใครขาดเหลือหรือลืมอะไร ก็มาซื้อกันได้ที่ท่าเรือเลยค่ะ

    หมวกกับตุ๊กตา สวยมาก ซื้อไปฝากคนที่บ้านกันได้ค่ะ

    แวะมาชมห้องน้ำสักนิด ห้องน้ำสะอาดมีบริการกันหลายห้อง นอกจากห้องน้ำแล้วอีกฝั่งตรงกันข้ามยังมีห้องอาบน้ำให้ด้วย

    พอกลับมาจากดำน้ำ แล้วสามารถมาอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้ากันที่ห้องอาบน้ำได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ก่อนขึ้นรถกลับนะค่ะ จะได้สบายตัวกันค่ะ

    ถัดเข้ามาด้านใน บริเวณที่นั่งด้านใน สำหรับให้นั่งฟัง ชี้แจงรายละเอียด กันก่อนเดินทาง

    พอถึงเวลาอันสมควร ไกด์จะเชิญ ทุกคนให้มานั่งที่นั่งด้านหลัง เพื่อที่จะชี้แจ้งรายละเอียดการเดินทางของวันนี้ แต่ก่อน ต้องยืนล้อมวงกันฟัง แต่เดี๋ยวนี้นั่งฟังกันสบาย ไกด์จะแยกกันชี้แจ้ง สำหรับต่างชาติ และคนไทย เป็นอีกหนึ่งการบริการ ของ Love Andaman ที่สร้างความประทับใจให้กับเราเป็นอย่างมาก

    แผ่นป้ายชี้แจ้งหมู่เกาะ similan ว่ามีเกาะไหนบ้าง

    similan28

    ชี้แจ้งรายละเอียดแล้วก็เดินไปท่าเรือที่อยู่ไม่ห่างกัน แวะถ่ายรูป เตรียมพร้อมรอขึ้นเรือ

    บรรยากาศพร้อมขึ้นเรือ เดินทาง ไปหมู่เกาะสิมิลันแล้วค่ะ เพื่อนร่วมทริปในวันนี้

    นั่งเรือมาประมาณ ชั่วโมงนิดๆ หลับตลอดทางอีกเช่นเคย มาตื่นเอาตอนใกล้ๆจะถึงเกาะ 8 เลยไม่รู้สึกว่าจะนานขนาดไหน

    พอถึงเกาะแปด แล้ว ภาพที่เห็นของท้องทะเล คือสวยจริงๆ หินเรือใบ เป็นสิ่งสวยงามจากธรรมชาติ น้ำทะเลใสแจ๋ว ใสมากๆ

    ตรงเกาะแปดนี้ ไกด์จะถามความสมัครใจ ว่าใครอยากดำน้ำก็ไม่ต้องลง ส่วนใครยังไม่อยากดำน้ำ อยากไปเดินเล่นชายหาด ขึ้นไปชมจุดชมวิว ก่อนก็ได้ แล้วตอนเที่ยง ค่อยมาทานข้าวกัน เราเลยเลือกที่จะไม่ไปดำน้ำ เพราะเดี๋ยวช่วงบ่าย ก็ต้องไปดำน้ำอยู่ดี ยังไม่อยากตัวเปียก เลยขอ ลงไปเดินเล่นชายหาด ขึ้นไปถ่ายรูปบนจุดชมวิวก่อน

    ทางเดินขึ้นไปจุดชมวิวหินเรือใบ Sail Rock

    ข้ามสะพาน ผ่านชะง่อนหิน รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ก็เก่งนะ ทำทางเดินไว้ให้สะดวกเลย ก่อนที่จะทำทางเดินนี่ กว่าจะขึ้นไปบนจุดชมวิว คงปีนป่ายกันน่าดู

    ช่วงแรกๆ มีบันไดและเชือกให้จับ ขึ้นได้สบาย

    สักพัก ก็ค่อยๆไต่เชือก ผ่านชะง่อนหิน มุดลอดร่องหิน สนุกดี ช่วงที่ขึ้นเป็นจังหวะคนขึ้นพร้อมกันพอดี คนเลยเยอะหน่อย แต่ก็ถือว่าไม่ได้ลำบากมากมายอะไร เดินขึ้นนิดเดียวก็ถึงจุดชมวิว สวยๆ ด้านบนแล้ว

    ขึ้นมาสักพัก ก็มองเห็นวิวสวย น้ำทะเลใสๆ แล้ว แต่จุดนี้ยังไม่ถึงที่สุด แต่ก็สามารถแวะถ่ายรูปได้

    มาถึงจุดชมวิวด้านบนแล้ว ก็พบกับความสวยงามของท้องทะเล วิวด้านบนนั้นสวยมาก ยืนอยู่ริมผา ถ่ายรูป ข้างล่างเป็นท้องทะเลสีฟ้า มองเห็นผืนทราย และปะการังใต้น้ำได้ชัดเจน น้ำทะเลใสมากๆ

    ถ่ายรูปตัวเองสักหน่อย เป็นจุด เซลฟี่ ที่ใครๆมาแล้ว ต้องอย่าพลาดที่จะต้องถ่ายรูปตัวเองกับจุดนี้ เก็บภาพความประทับใจว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ก็เคยมาเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก

    อีกมุมหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กัน

    จากจุดชมวิว มองเห็น จุดดำน้ำ ที่เค้าไปดำน้ำกันจากตรงนี้เลย

    เรายืนถ่ายรูปอยู่บนนี้ นานมากๆ หลบอยู่ใต้ชะง่อนหินชมวิวกันเพลินเลย เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก มองนาฬิกาอะไรกันจะเที่ยงแล้ว คนอื่นเค้าลงไปกันเกือบจะหมดแล้ว เลยพากัน ค่อยๆ มุดลอด ชะง่อนหิน ไต่บันไดไม้ เดินลงมา

    บรรยากาศตอนเดินลง คนไม่ค่อยมีแล้ว เดินลงสบาย

    เที่ยงแล้วมาทานอาหารกัน อันนี้เป็นของอีกสีนึง ถ่ายมาให้ดูเฉยๆ

    อาหารกลางวัน วันนี้ ตรงนี้เป็นสีของเรา มีต้มยำอร่อย รสชาติดีเชียว สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา แต่เราไม่ได้ทาน ผัดผักรวมมิตร ปลาอินทรีย์ทอดกระเทียม อันนี้ไฮไลท์ อร่อยเลย

    พนักงานของ Love Andaman คอยช่วยตักอาหารให้

    อิ่มแล้ว เดินสำรวจ อุทยานกัน ด้านในที่ไม่ใช่ริมหาด เป็นอะไรที่ร่มรื่นมาก มีต้นไม้ใหญ่ไว้ให้หลบแดดอยู่มากมาย เป็นสิ่งที่เราชอบมาก ทำให้รู้สึกสดชื่น ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป

    similan99

    ลานกางเต็นท์ สำหรับคนที่อยากมานอน บนเกาะแปด

     มุมถ่ายรูป ป้ายนี้ถ่ายรูปด้วยแล้วเห็นสัญลักษณ์หมู่เกาะสิมิลันได้ชัดเจน

    ไม่ถ่ายรูปกับตรงนี้ เดี๋ยวจะคิดว่าไม่ได้มา สิมิลัน ประเทศไทย จริงๆ

     

    บรรยากาศริมชายหาดบริวเณนี้เรียกว่าอ่าวเกือก วิวสวยมากๆ เป็นอ่าวที่มีทรายหาดละเอียดสีขาว

    วันนี้น้ำทะเล และท้องฟ้าสวยงามจริงๆ

    ซูมขึ้นไปบนหินเรือใบ ที่เราเพิ่งขึ้นไปชมวิวด้านบนเมื่อสักครู่

    similan98

    นอกจากจุดชมวิว กองหินเรือใบแล้ว ยังสามารถ มาเล่นน้ำ หรือปีนขึ้นไปถ่ายรูป บนเนินหิน ด้านล่างของกองหินเรือใบได้อีกด้วย น้ำทะเลตรงนี้ใสแจ๋ว นักท่องเที่ยวบางคนก็มาดำน้ำ เล่นน้ำกันบริเวณนี้

    ปีนขึ้นมาแล้ว ก็มาถ่ายรูปกันบนนี้ได้ วิวสวยเหมือนกัน

    similan97

    ถ้าชอบ ดำน้ำ เล่นน้ำทะเล แถวนี้ เป็นอะไรที่แจ๋วมาก น้ำทะเลใสมากๆ มีกองหิน โขดหินเรียงราย เป็นปะติมากรรมของธรรมชาติ เรียงกันสวยงาม มองดูแล้ว ก็ต้องขอบคุณธรรมชาติ ที่สร้างสิ่งสวยงามแบบนี้ให้ได้ชมกัน

    ได้เวลา อำลา กองหินเรือใบที่สวยงาม ไปดำน้ำ กันที่ เกาะ 7 และเกาะ 4

    จุดดำน้ำ เกาะ 7 วันนี้คลื่นแรง เลยไม่ได้ลงไปดำน้ำกัน ไกด์เลยพาเราไปดำน้ำกันที่ จุดดำน้ำ เกาะ 4

    จุดดำน้ำ บริเวณ เกาะ 4 มาชมบรรยากาศใต้น้ำกัน ไปเพลินๆ

    ปลาเยอะมากๆ ฝูงปลาว่ายกันเป็นขบวนเลย

    โขดหินใต้น้ำ บริเวณนี้ เต็มไปด้วยประการัง และก็ฝูงปลา หลากหลายชนิด เห็นกันชัดๆเลย

    ดอกไม้ทะเล(ใช่รึเปล่าไม่แน่ใจ) มีเยอะเลย บริเวณจุดนี้

    บรรยากาศใต้ทะเล ดำน้ำกันสักพัก ไกด์ก็เรียกขึ้นเรือ ถือว่าเป็นจุดดำน้ำที่สวยงาม ปลาเยอะมากๆค่ะ

    จากจุดดำน้ำก็มาพักผ่อนกันที่เกาะเมี่ยง ซึ่งก็คือ เกาะ 4 นั่นเอง

    เกาะเมี่ยง บรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้เยอะเหมือนเกาะแปด มีที่ให้นั่งพัก นั่งเล่นอยู่หลายจุด หลบแดด หลบร้อนกันได้

    similan101

    บรรยากาศริมหาด น้ำทะเลใสมากๆ นักท่องเที่ยวพากันเล่นน้ำสนุก สนาน บางคนก็เอาแว่นตาดำน้ำ ไปดำน้ำตื้นกัน

    เดินสำรวจหาด ก็มาเห็น เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะมีหอคอย ไม่สูงมาก ไว้คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

    ส่วนต้นมะพร้าว ต้นใหญ่ๆ อยู่ด้านโน้น ก็มี นักท่องเที่ยวต่างชาติ มาปูผ้า นอนหลบแดด กันเยอะเลย

    สุดหาด จะเป็นกองหิน บริเวณปลานี้มีปลาเยอะ น้ำใสแจ๋ว มีหลุมที่เกิดจากน้ำทะเลพัดมาขังไว้ มีปลาอยู่ด้านในด้วย มีปูอยู่ตามซอกหินเยอะมาก เราเดินสำรวจ ตรงนี้ตั้งนาน สนุกดี ใครมาสิมิลัน มาหลบแดดนั่งแช่น้ำเล่นแถวนี้ได้นะค่ะ สนุกดีมากค่ะ

    ชมบรรยากาศริมหาดแล้ว มาชมบรรยากาศด้านในของอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน กัน ด้านในต้นไม้เยอะและร่มรื่นมาก

    มีทางเดินไปห้องน้ำ มีต้นไม้ใหญ่ๆ อยู่หลายต้น เป็นเกาะทีอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยป่าไม้บนเกาะ

    บางคนเล่นน้ำเสร็จแล้ว ก็มาล้างตัวด้วยน้ำจืด จะมีจุดอาบน้ำจืดให้ด้วย แล้วก็มาหลบแดด หลบร้อน นอนเล่นใต้ต้นไม้กัน ลมก็พัดเย็นๆ ริมหาด ถ้ามีโอกาสมานอนพักค้างคืน บนอุทยานฯ สักคืนก็คงจะดี

    ได้เวลาต้องกลับแล้ว อำลา หมู่เกาะสิมิลันแสนสวยงาม ด้วยภาพนี้ ภาพนักท่องเที่ยวกำลังเดินขึ้นเรือ กลับฝั่ง ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง กว่าๆ ก็มาถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ตอนอยู่บนเกาะ ฟ้าใสมาก ไม่มีเมฆครึ้ม ไม่มีฝนเลย แต่ระหว่างทางใกล้ๆ จะถึงฝั่งพังงา ฝนกลับตก ซะงั้น ตอนก่อนมา ที่ภูเก็นฝนก็ตกทั้งคืน ตอนแรกก็กลัวๆว่า มาถึงหมู่เกาะสิมิลันแล้วฝนจะตกรึเปล่า กลัวจะหมดสนุก แต่พอถึงเกาะแล้ว ฝนไม่มีเลยสักนิด ฟ้าแจ่มแจ๋ว แดดจ้า กันเลยทีเดียว

    กลับมาถึงฝั่ง แนะนำ กันว่าอย่าลืมเอาชุดมาเปลี่ยนกันได้ เพราะบนฝั่งท่าเรือต้อนรับของ Love Andaman มีห้องอาบน้ำ ที่สะอาดมาก มีน้ำไหลแรง เอาไว้ให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนกลับ อย่าใส่เสื้อเปียก ขึ้นรถตู้กลับกันนะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบาย

    อาบน้ำเสร็จ ก็มาทานอาหารว่างก่อนกลับกันได้ค่ะ เพราะขากลับก่อนขึ้นรถตู้กลับ ทาง Love Andaman ก็ยังมีอาหารเครื่องดื่มไว้บริการให้ก่อนขึ้นรถกลับกัน บางคนต้องนั่งรถนานๆ เผื่อว่าจะหิว แต่เอาจริงๆนะ เราอิ่มกันตั้งแต่อยู่บนเรือแล้ว ขึ้นเรือปุ๊บขนมน้ำ ขนม ผลไม้ น้ำ ตลอดเลย ค่ะ

    สำหรับใคร ที่เข้ามาชมรีวิวนี้ ฝากเข้าไป กด Like ให้กับแฟนเพจ กันได้ที่ https://www.facebook.com/movetripdotcom

    ขอบคุณที่รับชมกันค่ะ